สามช่า !

 

 

1 ช่า : เจ้าคุณประสาร หนีบสารกฤษฎีกาเล่นหมากรุก เดินหน้าหนุนสมเด็จช่วงเป็นสังฆราช

 

2 ช่า : ไพบูลย์เตะสกัด เดินหน้าเจาะยางสมเด็จช่วง บอกยังติดคดีรถเบนซ์ เป็นสังฆราชไม่ได้

 

3 ช่า : ดีเอสไอแจม ระบุ ยังรอข้อมูลรถเบนซ์สมเด็จช่วงจากต่างประเทศ

 

 

บิ๊กตู่-เจ้าของเวทีลิเกบอก "ใครจะตีความยังไงก็ตีไป แต่ห้ามตีกัน ตราบใดยังไม่สงบ ผมก็ไม่นำความขึ้นทูลเกล้าฯ ให้ระคายเคืองเบื้องพระยุคลบาท" ขอเดชะ !

 

 

 

 

 

 

 

อา..ถือว่าเป็นเอฟเฟ็กรุนแรงที่สุด ระดับอาฟเตอร์ช็อค 9 ริกเตอร์ ของทางศาสนาและการเมือง หลังจาก "กฤษฎีกา คณะ 8" ตีความมาตรา 7 พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.05 ว่ามหาเถรสมาคมลงมติ "ถูกต้อง" ไม่ขัดแย้งต่อกฎหมาย ส่งผลให้มหาเถรสมาคมมีสง่าราศีขึ้นมาทันที ทีนี้ กองเชียร์สมเด็จวัดปากน้ำ คือเจ้าคุณประสาร ซึ่งรอจังหวัด เอ๊ย จังหวะมานาน ก็เหมือนลูกวิ่งมาเข้าเท้า เลยง้างแข้งซัดเต็มแรง ประกาศ "เดินหน้า" ระดมพระเณรทั่วประเทศ "หนุนมติมหาเถรสมาคม" จี้รัฐบาลเร่งนำมติ มส. ขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนา "สมเด็จช่วง" เป็นสังฆราช

 

 

พอเจ้าคุณประสารควงบอลข้ามแดนมาเช่นนั้น นายไพบูลย์ นิติตะวัน กองหน้าฝ่ายตรงข้าม ก็พุ่งตัวเข้าสะกัด คำรามข่มขวัญดังลั่น "สมเด็จช่วงยังมีมลทิน ต้องเคลียร์ปัญหารถหรูให้ได้ก่อน ไม่งั้นไม่ควรครองแชมป์คิงส์คัพ" เล่นเอาเจ้าคุณประสารต้องหันไปมองหน้า "สมเด็จวัดปากน้ำ" เจ้าของทีมแมนยู ว่าเอาไงครับนาย จะให้เตะบอลหรือเตะไพบูลย์ก่อน เราโดนพับสนามเล่นข้างเดียวมานานแล้ว ?

 

 

ยังไม่ทันไร ดีเอสไอ ซึ่งยังไล่จับเงาธัมมชโยไม่เจอ ไม่ยอมเปลี่ยนชุดเปลี่ยมทีมอะไร ก็กระโดดลงสนามวัดปากน้ำ ประกาศว่า "คดีรถหรูสมเด็จช่วงยังไม่สะเด็ดน้ำ ยังรอข้อมูลรถจากต่างประเทศ" ถามว่า ดีเอสไอออกมาประกาศ "เข้าปี่เข้าขลุ่ย" กับนายไพบูลย์เยี่ยงนี้ เดี๋ยวก็มีปัญหาสองมาตรฐานอีกหรอก เพราะหลายเดือนแล้วที่คดีรถเบนซ์สมเด็จช่วงเงียบหายไป ดีเอสไอไปงมโข่งแต่เรื่องธัมมชโย จนผู้คนลืมเรื่องรถเบนซ์สมเด็จช่วงไปแล้ว แต่จู่ๆ ดีเอสไอก็โผล่ออกมาร้องเพลงประสานเสียงนายไพบูลย์ซะงั้น เตี๊ยมกันไว้หรือเปล่า ? ว่ากันตามความจริงนะ ถ้าจะสืบเรื่องทะเบียนรถเบนซ์ให้เห็นทันตาก็ไม่น่าจะนานเพียงนี้ ขอชี้ว่า ดีเอสไอใช้คนไม่ถูก ถ้าจะให้ถูกช่องถูกทางก็ง่าย แค่ให้ "เสี่ยน้ำฝน คนมาหาเฮีย" คนดังแห่งรายการปากโป้ง ซึ่งถือว่าเป็นผู้ชำนาญด้านรถหรูนัมเบอร์วันของคณะสงฆ์ไทยให้ไปสืบดู รับรองรู้ไว..รู้แม้กระทั่งทะเบียนรถป๋าเหนาะในปรโลก !

 

 

 

 

 

 

รอมานาน นึกว่าจะหมดโอกาสเล่นซะแล้ว !

 

 

 

 

เจ้าคุณประสารเผย องค์กรพุทธ-พระ เตรียมหารือเคลื่อนไหวหลังนายกฯ ยันยังไม่ทูลเกล้าฯ สมเด็จช่วง

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า หลังจากที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจําสํานักนายกรัฐมนตรี และนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ออกมาแถลงข่าวผลสรุปการตีความมาตรา 7 แห่งพ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ของคณะกรรมการกฤษฎี โดยระบุว่ามติของมหาเถรสมาคม(มส.)ที่นำเสนอรายชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 นั้นขัดกับมาตรา 7 หรือไม่ โดยคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความว่าไม่ขัดมาตรา 7 พร้อมกันนี้นายวิษณุระบุว่าคณะกรรมการกฤษฎีตีความมาตรา 7 วรรค 2 ว่าต้นเรื่องที่เสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้น สามารถตั้งต้นเรื่องได้ทั้งที่นายกฯ และ มส. นั้น

 

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม พระเมธีธรรมาจารย์ (ประสาร จนฺทสาโร) เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ (ศพศ) ให้สัมภาษณ์ว่า การตีความของกฤษฎีกา ยืนยันว่าขั้นตอนการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นสมเด็จพระสังฆราช ของมส.ถูกต้องตามกฎหมายบ้านเมือง แต่สิ่งที่น่าห่วงใยคือการให้สัมภาษณ์ของผู้นำประเทศที่พูดทำนองว่าจะยังไม่ทูลเกล้าฯ ถ้าคดียังไม่เรียบร้อย ซึ่งอาตมาขอย้ำคำเดิมว่าถ้านายกฯ ยังเชื่อคำพูดของคนบางกลุ่มที่ไม่หวังดีต่อพระสงฆ์และมหาเถรสมาคม ความไม่สงบก็จะเกิดขึ้นเช่นนี้ตลอดไป ความจริงตอนนี้นายกฯ น่าจะรู้แล้วว่าคดีของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์นั้น เป็นการใส่ร้าย ดังนั้นถ้านายกฯ ยังรับลูกกับคำพูดของคนบางกลุ่มที่ไม่ประสงค์ดีต่อมหาเถรสมาคม องค์กรชาวพุทธจะมีการเคลื่อนไหวแน่นอน เพราะถือเป็นความชอบธรรมที่จะออกมาแสดงท่าทีขององค์กรชาวพุทธที่มีต่อคำให้สัมภาษณ์ของผู้นำประเทศ

 

พรุ่งนี้(12 กรกฎาคม)อาตมาจะประชุมวิดีโอคอนเฟอเรนต์กับพระแกนนำ 4-5 รูปเพื่อกำหนดท่าทีของพระสงฆ์และองค์กรชาวพุทธที่มีต่อคำให้สัมภาษณ์ของผู้นำประเทศ ส่วนที่ถามว่าจะเหลืองทั้งแผ่นดินหรือไม่นั้น อาตมายังไม่กล้าพูดขนาดนั้น แต่พูดได้ว่าจะมีการเคลื่อนไหวอย่างแน่นอน พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าว

 

เมื่อถามว่า ถ้าถูกแจ้งความ กรณีที่ห้ามชุมนุมทางการเมือง หรือมั่วสุมตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป พระเมธีธรรมาจารย์ กล่าวว่า มั่นใจว่าตลอดเวลาที่ผ่านมาไม่เคยชุมนุมในเรื่องทางการเมือง แต่เป็นเรื่องการปกครองภายในคณะสงฆ์ ซึ่งถ้าอาตมาจะโดนอะไรจากนี้ ก็ถือว่า แล้วแต่บุญแต่กรรมทางพุทธศาสนา ในเมื่ออาตมาบวชมาทางนี้ ก็ต้องเชื่อเรื่องบุญกรรม

 

 

 

 

 

ไพบูลย์ เตรียมยื่นหนังสือค้าน สมเด็จช่วง ขึ้น สังฆราช 12 ก.ค.นี้

 

 

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) เปิดเผยภายหลังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 ว่ามติมหาเถรสมาคม(มส.)ที่นำเสนอรายชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 ไม่ขัดมาตรา 7 โดยมาตรา 7 วรรค 2 กำหนดให้ต้นเรื่องที่เสนอชื่อสมเด็จพระราชาคณะที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้น สามารถตั้งต้นเรื่องได้ทั้งที่นายกฯ และมส. นั้น ว่า ไม่ว่ากฤษฎีกาจะตีความมาตรา 7 ให้ใครเป็นผู้เริ่มต้นเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะขึ้นทูลเกล้าฯ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ขณะนี้ก็ดำเนินการไม่ได้อยู่ดี เพราะความเห็นของกฤษฎีกาขัดแย้งกับผู้ตรวจการแผ่นดิน ที่สำคัญสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ยังมีข้อครหาอยู่ 4 ประเด็น ได้แก่

 

1.ดคีเกี่ยวกับรถยนต์ยี่ห้อเมอเซเดส เบนซ์ ทะเบียน ขม 99 ที่มีชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นผู้ครอบครอง นำเข้าผิดกฎหมาย ซึ่งคดียังอยู่ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ)

 

2.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ล่วงละเมิดพระธรรมวินัย ในเรื่องรับและยินดีในทรัพย์สิน โดยมีหลักฐานการเบิกเงินบัญชีกระแสรายวัน 1 ล้านบาทให้กับอู่วิชาญ

 

3.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ถูกกล่าวหาเรื่องใช้อำนาจจากตำแหน่งช่วยเหลือพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย กรณีพระลิขิตสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก ที่มีพระลิขิตให้พระธัมมชโย ปาราชิก และ

 

4.สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ถูกข้อครหา เรื่องการสวดมนต์ในวันที่ 9 มิถุนายนที่ผ่านมา ที่วัดพระศรีรัตนศาสดาราม โดยสวดข้ามบทถวายพระพรที่สำคัญ 2 บทซึ่งเรื่องนี้ได้เรียกร้องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.)ออกมาชี้แจงแล้ว แต่ยังนิ่งเฉย

 

โดยหลักการเมื่อมีการตีความขัดแย้งกัน ผู้ตรวจการแผ่นดินจะต้องส่งเรื่องการตีความมาตรา 7 ไปที่ศาลปกครอง ส่วนผมจะไปยื่นหนังสือคัดค้านการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช ที่ศูนย์รับเรื่องราวร้องทุกข์ของรัฐบาล สำนักนายกรัฐมนตรีในวันที่ 12 กรกฎาคมนี้ นายไพบูลย์ กล่าว

 

 

 

 

 

 

ดีเอสไอ รอเอกสารข้อมูลต่างประเทศ คดีรถเบนซ์โบราณ สมเด็จช่วง 

 

ดีเอสไอรอข้อมูลจากต่างประเทศ คดีรถเบนซ์โบราณ สมเด็จช่วง  เร่งทำคดี แจ้งข้อหาผู้เกี่ยวข้องแล้ว 3-4 ราย

 

เมื่อวันที่ 11 กรกฎาคม ที่กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ กล่าวถึงความคืบหน้าการสอบสวนกรณีสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ปฏิบัติหน้าที่แทนสมเด็จพระสังฆราช มีชื่อครอบครองรถเบนซ์โบราณ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร ว่า ตอนนี้อยู่ระหว่างการรอเอกสารสำคัญจากประเทศสหรัฐอเมริกา ในส่วนของรถยนต์คันดังกล่าว และยังรอเอกสารประเทศอังกฤษ ที่ก่อนหน้านี้มอบหมายให้ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร  ผบ.สำนักปฏิบัติการคดีพิเศษภาค เดินทางไปประสานขอเอกสารหลักฐาน ในส่วนรถยนต์หรูที่เกิดเหตุไฟไหม้ เพื่อนำมาประกอบสำนวน ตอนนี้ก็เร่งดำเนินการทุกขั้น แต่การประสานความร่วมมือทางอาญาระหว่างประเทศ ต้องใช้เวลาพอสมควร

 

พ.ต.อ.ไพสิฐ กล่าวด้วยว่า คดีการครอบครองรถเบนซ์โบราณ เบื้องต้นดีเอสไอได้แจ้งข้อกล่าวหากับบุคคลที่เกี่ยวข้องกับการนำเข้า ไปแล้ว 3-4 ราย ตอนนี้รอเพียงเอกสารต้นทางการนำเข้ารถ ที่ปรากฏในเอกสารการนำจากประเทศต้นทาง แต่รถยนต์ลักษณะดังกล่าวในต่างประเทศมีซื้อขายกันจำนวนมากหลายแห่ง ต้องสืบค้นถึงต้นตอที่มาว่าขายจากที่ใดของประเทศต้นทาง ยอมรับว่าเป็นเรื่องยาก แต่ดีเอสไอกำลังดำเนินการในส่วนนี้

 

ดีเอสไอยังไม่สามารถสรุปสำนวนคดีได้ เพราะหากมีข้อมูลหลักฐานผู้เกี่ยวข้องเพิ่มเติม อาจจะเกิดปัญหาตามมา จึงต้องรอความชัดเจนของข้อมูลในส่วนนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าว

 

 

 

ที่มา : มติชน  :  12 กรกฎาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264