หักปากกาเซียน !

 

 

กฤษฎีกาตีความ ม.7

 

มส.ประชุมลับเสนอชื่อสมเด็จช่วงเป็นสังฆราช

 

ถือว่าเป็นการปฏิบัติถูกต้องตาม พรบ. !

 

 

 

อา..ถ้าผลออกมาเช่นนี้ ก็มีความหมายหลายประการ นะฮะ อาทิเช่น

 

1. กฤษฎีกากับผู้ตรวจการแผ่นดิน วินิจฉัยขัดแย้งกันเอง ซึ่งทั้งสองหน่วยงานก็ส่งเรื่องให้รัฐบาลดำเนินการต่อ ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งเรื่องก่อน แนะให้ใช้ ม.44 จับธัมมชโยสึก และให้รัฐบาลมีอำนาจในการเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะเป็นสังฆราช แต่รัฐบาลก็ไม่ทำทั้งสองทาง รัฐบาลเพิ่มทางออกปัญหาด้วยการให้กฤษฎีกาตีความ ม.7 กฤษฎีกาก็ตีความเข้าข้างมหาเถรสมาคม แบบว่าอยู่คนละขั้วกับผู้ตรวจการแผ่นดินเสียอีก ก็ไม่ทราบว่าสุดท้าย "บิ๊กตู่" ผู้นำสูงสุด จะทำตามหน่วยงานไหน

 

2. วินิจฉัยของกฤษฎีกา ย่อมส่งผลดีต่อสถานภาพของมหาเถรสมาคม เพราะมีหน่วยงานด้านกฎหมายใหญ่ที่สุดของประเทศออกมารับรองการทำงาน เป็นภูมิคุ้มกันชั้นดีที่ไม่ต้องลงทุนอะไรเลย ไม่ว่าจะเป็นการก่อม็อบหรือการปลุกระดมใดๆ จะบอกว่านี่เป็นแสงสว่างสุดท้ายของมหาเถรสมาคมเลยก็คงว่าได้

 

3. นอกจากมหาเถรสมาคมแล้ว ประธานมหาเถรสมาคม หรือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ก็ย่อมจะได้อานิสงส์ตามไปด้วย มิใช่อานิสงส์ทั่วไปเหมือนอานิสงส์กฐิน แต่เป็นอานิสงส์ระดับ "ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช" ที่จู่ๆ กฤษฎีกาก็ส่งพานกลับมาไว้ที่วัดปากน้ำ และแนะให้บิ๊กตู่มาอัญเชิญไปทูลเกล้าฯ เพื่อโปรดสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช นี่คือข่าวเป็นมงคลวันเข้าพรรษา รับรองว่าเข้าพรรษาปีนี้ ที่วัดปากน้ำ จะมีพระจากทั่วประเทศ สะบัดจีวรเข้าแถวถวายสักการะกันยาวเหยียด เพราะเชื่อว่า "หลวงพ่อช่วงเอาอยู่"

 

4. กองเชียร์สมเด็จช่วง ซึ่งเหนียวแน่นที่สุดก็น่าจะเป็น "สนพ." หรือสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา อันมี "เจ้าคุณประสาร" เป็นหัวหน้า แบบว่าได้ความชอบธรรมในการรณรงค์ให้สมเด็จช่วงขึ้นเป็นสังฆราชอีกอื้อเลย เย้ยพุทธะอิสระเนียนๆ ลบคำครหาว่าที่ผ่านๆ มานั้น สนพ. ออกมาผลักดันเพื่อรับใช้ใคร มีวาระแฝงเร้น เล่นการเมืองในผ้าเหลือง ฯลฯ กฤษฎีกาตีความมาเช่นนี้ ภาษานักฟุตบอลก็เรียกว่า "ลูกเข้าเท้า" เตะเป็นก็แชมป์ ตะห่วยก็โดนกองเชียร์รุมด่า แบบว่า..ออกสนามไม่ถูก

 

5. ฝ่ายตรงข้ามกับสมเด็จช่วงและธรรมกาย ก็ทั้งหมดทั้งมวล ไล่ตั้งแต่พุทธะอิสระ ส.ศิวลักษณ์ ไพบูลย์-มโน และบรรดาขุนพลโซเชี่ยลที่เรียกว่านักรบคีย์บอร์ด งานนี้ก็คงบอดสนิท จะตีสมเด็จช่วงก็ต้องตีกฤษฎีกา แต่จะตีกฤษฎีกาได้อย่างไร เพราะเขาแค่วินิจฉัยข้อกฎหมายตามคำร้องของหน่วยงานรัฐ หากไม่ยื่นให้กฤษฎีกาๆ ก็ไม่ตีความ ดังนั้น ตรงนี้ หากจะตีกฤษฎีกาก็เหมือนตีรัฐบาลไปด้วย ซึ่งก็เป็นไปไม่ได้อีก เพราะทุกพระหน่อก็ประกาศตัว "หนุนรัฐ-ต้านธรรมกายและวัดปากน้ำ" แบบว่าเลือกขั้วมาแต่เริ่มต้น หากไม่เห็นด้วยกับกฤษฎีกาก็น่าจะกลายเป็น "วีระ สมความคิด" ที่วันนี้กระโจนออกไปเป็นกลุ่มใหม่ ไม่เอาทั้งทักษิณและ คสช. แต่จะเอาระบบอะไรก็ยังไม่เห็นเป็นชิ้นเป็นอัน

นั่นแหละฮะ ที่บอกว่า เป็นเอฟเฟ็ก หรือผลกระทบที่เกิดจากการตีความ มาตรา 7 ใน พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ที่มีข่าวออกมาว่า คณะกรรมการมหาเถรสมาคม เมื่อได้รับทราบ ต่างก็แสดงอาการยิ้มแย้มแจ่มใส โดยเฉพาะสมเด็จช่วงนั้น ชื่นบานสุดๆ เหมือนได้ยาอายุวัฒนะมาฉันเป็นกระสอบ

 

เสียดายก็แต่ว่า ถ้าจะตั้งสมเด็จวัดปากน้ำเป็นสังฆราชก็อาจจะมีปัญหา เพราะธรรมกายประกาศว่า "หลวงพ่อจะเข้าสู่กระบวนการยุติธรรม ก็ต่อเมื่อประเทศเป็นประชาธิปไตยเต็มใบแล้วเท่านั้น" ดังนั้น ตราบใดที่ "ธัมมชโย" ลูกชายคนโตของสมเด็จช่วง ยังไม่ยอมเข้าสู่กระบวนการทางกฎหมาย พ่อของธัมมชโยก็คงต้อง..รอต่อไป จนกว่า..ประเทศจะเป็นประชาธิปไตย โน่นแหละ อิอิ !

 

 

 

รอบิ๊กตู่ !

 

 

 

 

ด่วน !! ขั้นตอนตั้ง "สมเด็จช่วง" สังฆราช ถูกแล้ว !!

 

 

สุวพันธุ์ แถลงความเห็นกฤษฎีกา ยัน มหาเถรสมาคม ส่งชื่อสมเด็จพระสังฆราชถูกขั้นตอนแล้ว รอส่งให้นายกฯพิจารณา ไม่ขัดมาตรา 7

 

11 ก.ค. 2559  - นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ให้สัมภาษณ์ถึงผลการตีความมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ของคณะกรรมการกฤษฎีกา หลังผู้ตรวจการแผ่นดินตีความว่าการเสนอนามสมเด็จพระสังฆราชของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ตามมติของมหาเถรสมาคม (มส.) ผิดขั้นตอน ว่า ก่อนที่นายกรัฐมนตรีจะเสนอนามสมเด็จพระสังฆราชต้องได้รับความเห็นชอบจาก มส.ก่อน และต้องเสนอนามสมเด็จพระราชาคณะที่อาวุโสสูงสุดโดยสมณศักดิ์ ซึ่งตามกฎหมายไม่ได้กำหนดว่าการเสนอรายชื่อนั้นจำเป็นต้องริเริ่มจากนายกฯ ดังนั้น การส่งความเห็น มส.มา จึงไม่ขัดกับมาตรา 7 หนังสือฉบับนั้นจึงยังมีผลอยู่
  
นายสุวพันธุ์ กล่าวต่อว่า กฤษฎีกายังได้ตีความอีกว่านายกฯไม่จำเป็นต้องปฏิบัติตามความเห็นของผู้ตรวจการแผ่นดิน แต่สามารถนำมาประกอบการใช้ดุลยพินิจได้ และแนวทางปฏิบัติก่อนหน้านี้ตามมติคณะรัฐมนตรี (ครม.) เมื่อวันที่ 28 ก.พ.2482 ระบุด้วยว่าเมื่อรัฐบาลขอความเห็นจากสำนักงานกฤษฎีกาในเรื่องข้อกฎหมายไปให้ปฏิบัติตามนั้น ดังนั้น ตนจะยึดแนวทางตามนี้ โดยจะกราบเรียนให้นายกฯรับทราบเฉพาะเรื่องความเห็นของกฤษฎีกา และแนวทางปฏิบัติตามมติครม.เพื่อให้นายกฯพิจารณาต่อไป
 
วันนี้เราดูเรื่องมาตรา 7 ก่อน ขั้นตอนนี้จบแล้ว ชัดเจนว่าสิ่งที่ทำมาไม่ได้ขัดแย้งกับมาตรา 7 ส่วนการดำเนินการต่อไปเรายังไม่ได้ทำอะไรเพิ่มเติม หนังสือแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชยังอยู่กับผม ยังมีผลในทางราชการเหมือนเดิม นายกฯมีหน้าที่เสนอนามสมเด็จพระสังฆราช และรับสนองพระบรมราชโองการ ดังนั้นก่อนที่ผมจะเสนอเรื่องไปต้องดูทุกอย่างให้รอบด้าน ครบถ้วน ตอนนี้ยังมีประเด็นที่ต้องพิจารณาเกี่ยวกับขั้นตอนการเสนอนามสมเด็จพระสังฆราช จึงต้องขอเวลาดูเรื่องต่างๆที่เกี่ยวข้องก่อนทำความเห็นถึงนายกฯต่อไป ไม่สามารถระบุเวลาได้ เพราะมีหลายปัจจัย ต้องให้สังคมเข้าใจตรงกันก่อน ผมขอแบกเรื่องนี้ รับภาระ เป็นของตัวเองก่อน และไม่รู้สึกกดดันอะไร เพราะเชื่อว่าทุกฝ่ายเข้าใจนายสุวพันธุ์กล่าว
  
ผู้สื่อข่าวถามว่า ตามมาตรา 7 นายกฯสามารถมีความเห็นแย้งกับมส.ได้หรือไม่ นายสุวพันธุ์ กล่าวว่า นายกฯมีหน้าที่กราบบังคมทูล ซึ่งเมื่อไหร่อย่างไรนั้นเป็นเรื่องของนายกฯ ส่วนเรื่องของพระนาม กฎหมายกำหนดว่าต้องมีสมณศักดิ์สูงสุด และมส.ต้องเห็นชอบพระนามนั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนหน้านี้ นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตสมาชิกสภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) ได้ยื่นเรื่องต่อผู้ตรวจการแผ่นดิน ขอให้พิจารณาวินิจฉัยข้อกฎหมาย มาตรา 7 ของพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ. 2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติมปี 2535 หมวดสมเด็จพระสังฆราช ว่า หน่วยงานใดมีอำนาจในการเสนอชื่อแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช

 

ต่อมา ผู้ตรวจการแผ่นดินมีมติว่า การเสนอชื่อสมเด็จสังฆราชพระองค์ใหม่ มติที่ประชุม มส. เมื่อวันที่ 5 ม.ค.2559 ทำข้ามขั้นตอนไม่ถูกต้องตามมาตรา 7 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ 2535 เนื่องจากผู้ตรวจฯ เห็นว่ากระบวนการเสนอชื่อ ต้องให้นายกฯ เป็นผู้นำรายชื่อให้ที่ประชุม มส.เห็นชอบ แต่มติ มส.วันดังกล่าวได้เห็นชอบสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราชพระองค์ใหม่ แล้วนำส่งไปที่นายกฯ เพื่อขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย ซึ่งผู้ตรวจฯเห็นว่าข้ามขั้นตอน จากนั้น ผู้ตรวจการฯ ได้ส่งมติดังกล่าวมาให้รัฐบาล และรัฐบาลได้ส่งเรื่องไปให้ คณะกรรมการกฤษฎีกาตีความต่อ

 

 

ที่มา : คมชัดลึก :  12 กรกฎาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264