เรียบร้อย !

 

 

กฤษฎีกาตีความ ม.7 ตั้งสังฆราช

ส่งเรื่อง "ลับ" ให้รัฐบาล

เลขากฤษฎีการะบุ

"ทำได้ ไม่เกิดความขัดแย้ง"

เว้นแต่..จะมีผู้ตะแบง

 

 

อา..ณ บัดนี้ ฟ้าฝนไม่รู้จะตกจะออกวัดไหนบ้าง ระหว่าง วัดปากน้ำ วัดบวรนิเวศวิหาร หรือวัดราชบพิธ ซึ่งเจ้าอาวาสทุกวัด "มีสิทธิ์" เป็นสังฆราชทั้งสิ้น ตามการตีความของคณะกรรมการกฤษฎีกาล่าสุด แต่ที่สำคัญมันอยู่ตรงที่ว่า "อำนาจ" ในการเสนอชื่อนั้นอยู่ในมือ "บิ๊กตู่" มิใช่ของมหาเถรสมาคม อีกต่อไปแล้ว เกมปิดประตูตีแมวของมหาเถรสมาคม ที่นัดกันลับๆ ประชุมลับเมื่อต้นเดือนมกราคมที่ผ่านมา จึงถือว่า "เป็นความลับ" ไม่มีใครรู้เห็นเป็นใจด้วย พูดได้เลยว่า มันไม่สง่างาม เพราะชงเองกินเอง ถึงจะอ้างมาตรา 7 ยังไงก็ไม่เหมาะ และไอ้เพราะ "ความไม่เหมาะ" เพียงประการเดียวนี่แหละ มันเลยทำลาย "ความชอบธรรม" ของการประชุมนัดนั้นเสียสิ้น เสียดายนะ ถ้าเล่นเป็น เปิดประชุมกลางพุทธมณฑล เชิญสื่อมวลชนไปทำข่าวให้มืดฟ้ามัวดิน แถมถ่ายทอดสดให้ดูกันทั้งโลก ถ้าพุทธะอิสระนำม็อบไปป่วน ก็ขออารักขาจากรัฐบาล แล้วย้ายสถานที่ประชุมไปยังทำเนียบ บิ๊กตู่จะปล่อยให้ม็อบบุกทำเนียบก็ให้มันรู้ไปสิ แต่นี่ทำลับๆ ล่อๆ ไปประชุมกันที่ไหนก็ไม่รู้ แถมแรกๆ ยังไม่ยอมเปิดเผย ผอ.พศ. เลขามหาเถรแท้ๆ ก็ยังไม่ทราบ สุดท้ายกลายเป็น "ลักไก่" ถึงจะเป็นไก่วัด แต่พฤติกรรมการลักนั้น มันก็ผิดอยู่ดี นี่ไงที่ทำไม "มติท่วมท้น" ทั้งมหานิกายและธรรมยุต มันไม่เวิร์ค แต่ก็ดังว่า โบราณว่า "ไม่มีใครกล้าสอนสังฆราช" หากจะพลาดก็ต้องโทษ "ตัวเอง" อย่าชี้นิ้วโทษใครให้อายมือเลยครับ ท่านมหาเถร !

 

 

 

 

 

เรามาถูกทางแน่นะแป๊ะ ทำไมมันยิ่งมืดล่ะ ?

 

 

เลขาฯกฤษฎีกา เผย ครม. ไม่ต้องทำตามผลการตีความ ม.7 ปมตั้ง "สังฆราช" ได้ ถ้ามีเหตุผล เชื่อไม่สร้างความขัดแย้ง

7 ก.ค.59 - นายเกษม สุวรรณกุล เป็นประธานประชุมคณะกรรมการกฤษฎีกาคณะที่ 8 เพื่อพิจารณากรณีที่นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต.ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ขอให้สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกาตีความ มาตรา 7 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 หลังผู้ตรวจการแผ่นดินมีหนังสือถึงรัฐบาลว่า มติมหาเถรสมาคม (มส.) ที่เสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ เป็นสมเด็จพระสังฆราชผิดขั้นตอน โดยมีกรรมการกฤษฎีกาคณะดังกล่าวเข้าร่วมอย่างพร้อมเพรียง อาทิ นายธงทอง จันทรางศุ,นายนรนิติ เศรษฐบุตร, นางกาญจนรัตน์ ลีวิโรจน์, คุณหญิงกษมา วรวรรณ ณ อยุธยา โดยใช้เวลาประมาณ 1 ชั่วโมง จากนั้นได้ทยอยออกจากห้อง โดยนายเกษมปฏิเสธที่จะตอบคำถามว่าผลการตีความเสร็จสิ้นแล้วหรือไม่     

นายดิสทัต โหตระกิตย์ เลขาธิการคณะกรรมการกฤษฎีกา เปิดเผยว่า ทุกอย่างน่าจะเรียบร้อยแล้ว เพราะได้ตรวจบันทึกแล้ว ซึ่งขั้นตอนหลังจากนี้จะต้องดำเนินการให้เร็วที่สุด โดยจะส่งความเห็นกลับมายังรัฐบาลในต้นสัปดาห์หน้า ส่วนรัฐบาลจะต้องปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกาหรือไม่นั้น จริงๆ จะไม่ถือตามก็ได้หากมีเหตุผล แต่โดยหลักแล้วตามมติ ครม. ให้ยึดถือปฏิบัติตามความเห็นของคณะกรรมการกฤษฎีกา ส่วนเนื้อหายังเปิดเผยไม่ได้ เพราะใครขอหารือต้องเป็นผู้เปิดเผย
 

 

กฤษฎีกาเชื่อตีความ ม.7 พ.ร.บ.สงฆ์ ไม่สร้างขัดแย้ง

 

นางกาญจนรัตน์ ลีวิโรจน์ กรรมการกฤษฎีกา คณะที่ 8 เปิดเผยกับสำนักข่าวเนชั่น ถึงการประชุมพิจารณาตีความ มาตรา 7 พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 ฉบับแก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 เมื่อช่วงเช้าวันนี้ ว่า มีการตกลงกันแล้วว่า รายละเอียดของเรื่องดังกล่าว นายดิสทัต จะเป็นผู้ชี้แจง อย่างไรก็ตาม มติของคณะกรรมการกฤษฎีกาที่ตีความออกมานั้น มีเหตุมีผลเพียงพอ เชื่อว่า จะไม่สร้างความขัดแย้งขึ้นในสังคม เว้นแต่มีบางฝ่ายพยายามตะแบง

 

 

ที่มา : คมชัดลึก :  8 กรกฎาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264