คว่ำบาตร !

 

 

พระลำพูนประกาศคว่ำบาตรสำนักเถื่อน

 

"กู่อรหันต์พันปี"

 

สอนผิดแถมดูหมิ่นเหยียดหยามพระสงฆ์องค์เณร

 

 

 

อา.. สุดท้ายพระสงฆ์สามเณรในจังหวัดลำพูนก็ต้อง "พึ่งลำแข้งตัวเอง" ด้วยการประกาศ "แบน" สำนักเถื่อนดังกล่าว ซึ่งก็ต้องรอให้เจ้าหน้าที่บ้านเมืองเข้าจัดการกันต่อไป ส่วน..ส่วนว่าพระสังฆาธิการผู้มากด้วยบุญญาบารมีจาก..วัดปากน้ำ ซึ่งเป็นทั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สังฆราช เจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค รองภาค เลขาภาค ฯลฯ สารพัดอำนาจวาสนาในการปกครองดูแลพระศาสนานั้น ก็พูดได้คำเดียวว่า "พึ่งพาไม่ได้"

เดือนก่อน มหานิกร-รองภาค 7 วัดปากน้ำ จะเข้าไปตรวจการคณะสงฆ์ในพื้นที่จังหวัดลำพูน สั่งการผ่านเลขาจังหวัดและเลขาเจ้าคณะอำเภอต่างๆ ให้ไป "ตบเท้ารอรับ" พอข่าวรั่วออกไป พณฯก็ควันออกหู ควานหาต้นตอข่าว ซึ่งก็เจอจริงๆ เป็น "เฟสบุ๊ค" ที่แชร์กันไปทั้งโลกนั่นเอง โง่ไม่พอ ยังโชว์ความโง่ให้ชาวบ้านเห็นอีก

 

ต่อมา เจ้าคุณวิเชียร-เจ้าคณะใหญ่หนเหนือ พร้อมด้วย มหานิกร-รองภาคและเลขาหน ก็ลงพื้นที่เชียงใหม่ ปิดถนน-ตักบาตร เกณฑ์พระสังฆาธิการระดับสูงของจังหวัดเชียงใหม่ให้ไปนั่งภายใต้ร่มบารมีของ "พระเทพญาณมหามุนี" อันมี "พระกาโม่" เป็นสัญลักษณ์ กลางเมืองเชียงใหม่ ใช้ตำแหน่งกันอย่างฟุ่มเฟือย

 

 

 

 

 

โฉมหน้า "พาหะ" นำธรรมกายเข้าเชียงใหม่

 

 

แต่..แต่ประทานโทษเถิด ลัทธิเถื่อนเช่นกู่อรหันต์พันปี ที่บ่อนทำลายพระพุทธศาสนาของชาวล้านนานั้น พวกท่านหูหนวกตาบอดกันหรือไร ถึงไม่ดำเนินการจัดการตามอำนาจหน้าที่ แล้วถามว่า จะมีตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ เจ้าคณะภาค และรองภาคไว้ทำไม ?

 

 

 

 

 

 

 

พระลำพูนสุดทน 'กู่อรหันต์พันปี' ทำศาสนาผิดเพี้ยน มีมติคว่ำบาตร

 

 

 

เป็นเรื่องลุกลามใหญ่โต เมื่อพระสงฆ์ลำพูนสุดทนประชุม มีมติคว่ำบาตรมูลนิธิอื้อฉาว หรือกู่อรหันต์พันปี พร้อมผู้ก่อตั้ง หลังสั่งสอนพุทธศาสนาผิดเพี้ยน ดูถูกใส่ร้ายพระสงฆ์ 70 ข้อ ไม่ให้คนทำบุญ กราบไหว้พระ...

จากกรณีมีผู้นำหมู่บ้านพร้อมชาวบ้านเข้าแจ้งความ พนักงานสอบสวน สภ.เหมืองจี้ อ.เมือง จ.ลำพูน ให้ตรวจสอบ มูลนิธิอโศกมุนีแสงธรรม หรือกู่อรหันต์พันปี บ้านหนองไซ หมู่ 14 ต.ป่าสัก อ.เมืองลำพูน และให้ดำเนินคดี นายสินธพ ทรวงแก้ว ที่อ้างเป็นผู้ดูแลมูลนิธิฯ มีพฤติกรรมแอบอ้างเป็นเกจิอาจารย์ โน้มน้าวให้ผู้คนศรัทธาบริจาคเงินทั้งยังอ้างว่าเป็นผู้มีบุญบารมีเก็บพระพุทธรูปโบราณ พระอรหันต์ 28 องค์ อายุพันกว่าปีนั้น

ความคืบหน้าเมื่อเวลา 10.30 น. วันที่ 26 ม.ค. 2559 ที่วัดสันป่ายางหลวง ต.ในเมือง อ.เมือง จ.ลำพูน พระครูปัญญาธรรมวัฒน์หรือครูบาอินทร เจ้าอาวาส พร้อมด้วย พระครูนิวิธ วิริยะคุณ เจ้าอาวาสวัดป่าไม้แดง อ.เมือง จ.ลำพูน และเจ้าอาวาส วัดที่อยู่ในเขต อ.เมือง จ.ลำพูน รวม 10 วัด ได้มีการประชุมสงฆ์ขึ้นเฉพาะกิจ ภายหลังจากที่ นายสินธพ ทรวงแก้ว พาดพิงพระสงฆ์และดูถูกชาวลำพูนไม่ให้ทำบุญหรือกราบไหว้พระ อีกทั้งยังท้าพระสงฆ์ให้มาพูดเรื่องคำสั่งสอนของพระพุทธเจ้าและหลักธรรมคำสอน โดยนายสินธพ อ้างว่า พระสงฆ์จะสู้ความรู้ที่ตนเองนั้นร่ำเรียนมา อ่านพระไตรปิฎกมาอย่างแตกฉานไม่ได้

พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ หรือ ครูบาอินทร กล่าวเจริญพรในที่ประชุมสงฆ์ ว่า เราจะปล่อยให้มูลนิธินี้สั่งสอนผิดเพี้ยนไปไม่ได้อีกแล้ว โดยเฉพาะนายสินธพ อ้างว่า ในอดีตที่ผ่านมาพระพุทธเจ้านั้นเป็นคนล้านนา ฉันอาหาร พวกลาบ แกงอ่อม ซึ่งไม่มีปรากฏในพุทธศาสนา และยังกล่าวอ้างพาดพิงว่า พระสงฆ์ส่วนใหญ่ในประเทศนี้เป็นพระปลอมต้องอาบัติปาราชิก การทำบุญกับพระสงฆ์เหล่านี้ได้บุญน้อย ทำบุญให้ไก่ เป็ด นก แมว กินยังได้บุญมากกว่า ถ้าอยากได้บุญมากต้องไปทำบุญตักบาตรพระพุทธเจ้าที่ดอยไซหรือกู่พระอรหันต์เท่านั้น

นอกจากนี้ นายสินธพ ยังกล่าวหาพระสงฆ์รวมทั้งหมด 70 ข้อ เนื้อหาให้ร้ายพระสงฆ์ จ้องทำลายพุทธศาสนาโดยเฉพาะข้อสุดท้ายข้อที่ 70 กล่าวอวดอ้างตัวเองว่า ขอท้าทายพระสงฆ์ทั้งหลายที่เป็นเปรียญธรรม 9 ประโยค และนักปราชญ์ราชบัญฑิตทั้งหลายในประเทศไทยนี้ ต่อให้ขี่คอกันมาก็ไม่กลัวถ้าจะมาโต้ธรรมะคำสอนของพระพุทธเจ้ากับตน

พระครูปัญญาธรรมวัฒน์ กล่าวอีกว่า มติการประชุมสงฆ์ ในวันนี้จึงมีมติออกมาว่าขอคว่ำบาตรนายสินธพ ทรวงแก้ว และมูลนิธิอโศกมุนีแสงธรรม ซึ่งการคว่ำบาตรในพระวินัยปิฎกนั้น พระพุทธเจ้าทรงอนุญาตให้พระสงฆ์สามารถมีมติลงโทษคว่ำบาตรอุบาสกอุบาสิกาได้ เพื่อให้มีสติสำนึกในความผิดที่กระทำต่อพระพุทธศาสนา การคว่ำบาตรเป็นการตักเตือนด้วยความปรารถนาดีโดยพระสงฆ์ สามารถคว่ำบาตรผู้ที่เป็นชาวพุทธเท่านั้น

สำหรับการคว่ำบาตรลงโทษผู้ที่ปรารถนาร้ายต่อพระรัตนตรัยอย่างร้ายแรง ความผิดมี 8 ประการ ได้แก่ 1. ขวนขวายเพื่อมิใช่ลาภแก่สงฆ์ 2. ขวนขวายเพื่อมิใช่ประโยชน์แก่สงฆ์ 3. ขวนขวายเพื่อให้พระอยู่ไม่ได้ 4. ด่าว่าเปรียบเปรยภิกษุทั้งหลาย 5. ยุยงให้สงฆ์แตกกัน 6. ตำหนิติเตียนพระพุทธเจ้า 7. ตำหนิติเตียนพระธรรม และ 8. ตำหนิติเตียนพระสงฆ์ ฆราวาสใดมีพฤติกรรมดังกล่าว พระสงฆ์จึงประชุมกันเพื่อประกาศไม่ให้ภิกษุทั้งหลายคบค้าสมาคมด้วย ซึ่งไม่รับบิณฑบาต ไม่รับนิมนต์ ไม่รับเครื่องใช้ และอาหารหวานคาวที่มีการนำมาถวาย

 

"การคว่ำบาตรจึงถือเป็นจารีตแบบหนึ่งที่ถือปฏิบัติสืบกันมาสมัยพุทธกาล ซึ่งการสวดคว่ำบาตรจะดำเนินการต่อไปโดยยังไม่ได้กำหนดสถานที่ว่าจะทำพิธีเมื่อไหร่"

 

 

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ : 27 มกราคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264