กิเลน ประลองเชิง

 

เขียน

 

"อนุสาวรีย์รถพระ"

 

จาก..เวียตนาม ถึง..ไทยแลนด์

ลงท้าย "หลวงพ่อช่วง" ก็ปุถุชน

 

ทำงานหนัก ว่างๆ ก็พักผ่อนหย่อนใจกับของชอบ

 

รถคันเดียว น่าจะ..ให้อภัยท่านได้ !

 

 

 

 

 

นั่นนะซี อะไรกันนักกันหนา

แค่เก้าอี้ตัวเดียวเอง ยกให้ท่านไปเถอะ

ดูซี สงสารจัง ท่านนั่งกับพื้น !

 

 

 

 

อนุสาวรีย์รถพระ

 

 

ข่าวดีเอสไอไปตรวจรถเก่าสามคัน ในพิพิธภัณฑ์วัดปากน้ำ ทำให้ผมนึกถึง รถเก่าคันหนึ่งในวัดเทียนมู่ ริมฝั่งแม่น้ำหอม เมืองเว้ ของเวียดนาม

 

วัดนี้เป็นวัดกษัตริย์สร้าง มีสถาปัตยกรรม ประติมากรรมโบราณ ศิลปะงามๆมากมาย เป็นหนึ่งในสถานที่ที่นักท่องเที่ยวจะต้องแวะชม...

 

เปรียบเมืองไทย ก็ระดับเดียวกับวัดพระแก้ว วัดโพธิ์

 

ในพื้นที่กว้างขวาง ในจำนวนของงามๆต้องใจ...ที่ต้องใช้เวลาพิศเพ่งดู ผมเดินผ่านรถเก๋งยี่ห้อออสติน สีฟ้า สภาพเก่าคร่ำคร่าคันหนึ่ง...

 

ก็แค่รถคันหนึ่ง ทำไมจะต้องมาวางโชว์ ให้รกสายตา...

 

คุณหมอ เพื่อน น้องใหม่ หัวหน้าทีมเที่ยวของพวกเรา...เล่าให้ฟัง

 

รถคันนั้น เป็นหลักฐานในประวัติศาสตร์การต่อสู้ของชาวพุทธศาสนา ในช่วงเวลาที่ถูกกดขี่บีบคั้นจากอำนาจรัฐ ซึ่งมีประธานาธิบดี โง ดิน เดียม เป็นชาวคริสต์

 

หลวงพ่อ ทิก กว่าง ดึ๊ก วัดเทียนมู่ เจ้าคณะสงฆ์พุทธ มีชื่อเสียงด้านสมาธิภาวนา ประกาศต่อสู้ ด้วยการ...เผาตัว

 

ชาวพุทธจำนวนนับหมื่น...รวมตัวกันนิมนต์หลวงพ่อขึ้นรถออสติน เดินทางจากเมืองเว้ไปเมืองไซ่ง่อน วางกำลังคนเป็นกำแพงมนุษย์ ป้องกันไม่ให้ฝ่ายรัฐบาลขัดขวาง

 

ภาพที่หลวงพ่อนั่งสมาธิพนมมือกลางอก...ไฟลุกท่วม...สำนักข่าวเอพี แพร่หลายไปทั่วโลก ไทยรัฐก็ลงหน้าหนึ่ง

 

ไฟลุกท่วมร่างหลวงพ่อครู่ใหญ่ หลวงพ่อก็โอนเอน ล้มลงมรณภาพ

 

ในประวัติที่บันทึกกันไว้ ไฟเผาได้แค่ผิวกาย หนังเนื้อ...แต่เผาไปไม่ถึง หัวใจ ศิษย์แยกหัวใจหลวงพ่อเก็บไว้ในสถูปทองคำ เคยวางโชว์ให้ดูอยู่ระยะหนึ่ง ต่อมาก็เก็บไว้ คนนอกไม่ได้ดูกันอีก

 

ส่วนรถออสตินคันนั้น เก็บรักษาไว้...เป็นอนุสาวรีย์ เห็นรถแล้วก็นึกถึงหลวงพ่อ

 

ผลการเผาตัว ก่อแรงสะเทือนยิ่งใหญ่ นับแต่นั้นรัฐบาลโงดินเดียมก็ถอยหลัง ถูกโค่นหล่นจากอำนาจ

 

ประเด็นที่ชาวพุทธควรคิด...การต่อสู้แบบถวายชีวิตของพระในพุทธศาสนา...เป็นการต่อสู้ที่เหมาะควรหรือไม่...

 

การต่อสู้อีกแบบ หลวงพ่อติซ นัท ฮันส์ ท่านเลือกสู้แบบสันติ อหิงสา ลี้ภัยไปฝรั่งเศส แล้วก็ฟื้นคืนพุทธศาสนาให้รุ่งเรืองเฟื่องฟูได้ ในเวลาต่อมา

 

เณรเก่าอย่างผม...มีเรื่องให้สนใจ...ยิ่งไปกว่า ผมติดตามอ่านเรื่องพระชาวพุทธสมาธิกล้าแข็ง ในทิเบต พระลามะนั่งตาย มีหลายรูป ในไทยก็หลายรูป หลวงปู่ไข่ วัดเชิงเลน รูปหนึ่ง หลวงพ่อคง วัดบางกะพ้อม อัมพวา ก็รูปหนึ่ง

 

สมาธิที่ว่าจะกล้าแข็ง...ขนาดไหน จึงจะถึงระดับเหนือกาย...ไม่เจ็บปวด

 

พี่ยูร (ร.ต.ต.ประยูร อร่ามรักษ์) เคยฟัง หมอไสว มังคลี หมอใหญ่โรงพยาบาลแม่กลองเล่า กำลังจะผ่าตัดฝีก้อนเท่ากำปั้น ที่คอ หลวงพ่อนาค วัดช่องลม ราชบุรี

 

หมอเตรียมฉีดยาชา หลวงพ่อว่า ขอเวลาให้ฉันเอาใจเที่ยวสักหน่อย แล้วหลวงพ่อก็นิ่งดิ่งเข้าสมาธิครู่เดียว ก็เอ่ยปาก เอาเลย...เริ่มได้

 

หมอไสวผ่าเอาหนองออกมาค่อนกระโถน หลวงพ่อไม่อือไม่อออะไรเลย เป็นความจริงระดับที่หมอไสว พูดให้ใครต่อใครฟังบ่อยๆว่า

 

น่าอัศจรรย์

 

ย้อนไปที่หลวงพ่อทึก กว่าง ดึ๊ก ในประวัติบันทึกว่า ระหว่างไฟลุกท่วมร่าง ท่านมีสมาธิแน่แน่ว...แต่นักข่าวเอพี คนที่ถ่ายภาพ เล่าเมื่อปีที่แล้วว่า ได้ยินเสียงหลวงพ่อร้อง...ตอนแรกที่ไฟลุก

 

แต่ก็แค่ร้อง...เท่านั้น หลวงพ่อยังรักษาท่านั่งพนมมือสมาธิเอาไว้ได้ จนกระทั่งสิ้นใจ

 

นึกถึงรถเก่า รถเก๋งออสติน ที่หลวงพ่อทึก กว่าง ดึ๊ก คันเดียว มีเรื่องให้คุยได้ยาวไกล...นี่คือประโยชน์จากรถเก่า...ที่ผมอยากเรียกว่า...

 

เป็นอนุสาวรีย์ ให้นึกถึงพระดีๆซึ่งมีอยู่พระผู้ใหญ่หลายรูป รวมทั้งสมเด็จช่วง...ท่านใช้เวลาส่วนใหญ่ กับงาน สอน สวด ภาวนา พิธี ซึ่งเป็นเรื่องหนัก...มีเวลาว่าง ก็พักใจพักสมองบ้างกับ ของเล่น

 

พระท่านยังเป็นปุถุชน...หลีกไม่พ้นเรื่องโลก เรื่องเล็กๆ แค่นี้

 

ชาวบ้านอย่างเรา ควรจะเข้าใจได้

 

หาเรื่องจับผิดพระไปทุกเรื่อง คนโบราณท่านว่าบาปหนา

 

ตายไปไม่ได้ผุดไม่ได้เกิดนะจ๊ะ จะบอกให้

 

 

 

กิเลน ประลองเชิง

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ  : 22 มกราคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264