เป็นคดีอาญา !

 

อธิบดีดีเอสไอ "บอกใบ้" รถเบ๊นซ์สมเด็จช่วง

แต่..แต่ยอมความได้ ถ้ายินยอมชดใช้ค่าปรับ

 

แค่ล้านกว่าบาท จิ๊บๆ !

 

อา..ปัญหารถหรู-รถโบราณ ของ..สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ พอจะเห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์แล้ว แบบว่าเจอคดีอาญา แต่ทว่าสามารถยอมความได้ อธิบดีดีเอสไอบอกอย่างนั้น แต่ทางกลุ่มต่างๆ ที่ต่อต้านสมเด็จช่วงอาจจะ "ไม่ยอมความ" โดยจะถือเอาเป็นความผิด "ทางจริยธรรม" สำหรับตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราช แบบว่าไม่ให้แปดเปื้อนมลทินเลย แบบนี้ก็เห็นทีจะ "จบไม่ลง" คงต้องชักคะเย่อกันต่อไป อย่างไม่มีทางสิ้นสุด

 

 

 

 

 

 

อธิบดีดีเอสไอ สั่งเคลียร์ปมเบนซ์สมเด็จช่วง ส่วนรถจดประกอบ 6 พันคัน ส่อวุ่น พงส. กี่ยงทำคดี

 

เมื่อวันที่ 21 มกราคม 2559 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ให้ข้อมูลเกี่ยวกับการครอบครองรถยนต์หรูโบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำภาษีเจริญ ว่า ขณะนี้ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ ขอให้พนักงานสอบสวนในคดีดังกล่าวตรวจสอบให้เสร็จสิ้นก่อน หากมีความคืบหน้าอย่างไรดีเอสไอจะแถลงผลการตรวจสอบอย่างเป็นทางการให้ทราบอีกครั้ง อีกทั้งเมื่อช่วงวันที่ 18-19 มกราคมที่ผ่านมา ดีเอสไอแถลงเกี่ยวกับขั้นตอนการดำเนินการเกี่ยวกับคดีนี้ไปพอสมควรแล้ว จึงอยากให้พนักงานสอบสวนตรวจสอบก่อน

 

รายงานข่าวแจ้งว่า ตอนนี้ดีเอสไออยู่ระหว่างหาผู้รับผิดชอบในคดีดังกล่าว เนื่องจากมีการปรับย้ายหัวหน้าพนักงานสอบสวนไปก่อนหน้านี้ คดีจึงไม่มีความคืบหน้า อีกทั้งยังต้องรอผลการประเมินภาษีจากกรมศุลกากร ที่ดีเอสไอส่งรายละเอียดไปให้กว่า100 คัน ส่วนอีกกว่า 5,000 คันที่เป็นกลุ่มรถยนต์จดประกอบนั้นยังไม่มีการตรวจสอบแต่อย่างใด อีกทั้งสำนักคดีของดีเอสไอมีการบ่ายเบี่ยง ไม่อยากรับดำเนินการ เพราะจำนวนรถยนต์ปริมาณมาก จะทำให้มีคดีค้างในสำนักคดี และทำให้ตัวประเมินผลงานของสำนักคดีไม่ผ่านเกณฑ์ จึงไม่มีสำนักคดีใด ต้องการเข้าไปเกี่ยวข้อง

 

รายงานข่าวแจ้งว่า ตอนนี้มีการจัดชุดทีมเฉพาะกิจขึ้นมาทำงาน โดยดึงทีมสอบสวนเดิมบางส่วน เข้าดำเนินตรวจสอบ เฉพาะกรณีรถยนต์คันดังกล่าวก่อน เพื่อไม่ให้ล่าช้า ทั้งนี้ในส่วนความคืบหน้าการส่งข้อมูลการประเมินภาษีรถยนต์ราคาประมาณ 4 ล้านบาท กว่า 300 คัน ที่ส่งไปกรมศุลกากรนั้น ทางกรมศุลกากรส่งอัตราจัดเก็บภาษีขาด ตามมาตรา 6 ของกฎหมายศุลกากร มายังดีเอสไอ แล้วจำนวน 8 คัน เป็นเงินประมาณ 3 ล้านกว่าบาท เฉลี่ยคันละ 4 แสนบาท แต่ผู้ครอบครองจะต้องถูกดำเนินคดีอาญา แต่ถ้าต้องการพ้นจากคดีความต้องจ่ายค่าปรับตามกฎหมายศุลกากร เพิ่มอีก 2 เท่า จากยอดภาษีขาด รวมเฉลี่ยแล้วหากต้องการพ้นจากการถูกดำเนินคดี ต้องการเงินให้รัฐประมาณ 1.2 ล้านบาท ต่อการครอบครองรถยนต์ 1 คัน คิดจากราคารถยนต์ประมาณ 4 ล้านบาท หากรถยนต์ที่ผิดกฎหมายมีซีซีสูงกว่านี้ ราคาย่อมเพิ่มขึ้น ส่วนรถยนต์จดประกอบกว่า 6,000 คัน ที่ดีเอสไอ ต้องตรวจสอบ มีการจ่ายค่าภาษีขาดพร้อมค่าปรับ คิดเฉลี่ยคันละ 1 ล้านบาท รัฐจะจัดเก็บภาษีได้ ประมาณ 6,000 ล้านบาท

 

 

 

ที่มา : มติชน  : 22 มกราคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264