มาตามนัด !

 

ดีเอสไอเข้าวัดปากน้ำ

ตรวจรถเบนซ์คันเป็นปัญหาคาราคาซัง

 

ยังต้องใช้เวลาตรวจสอบอีก 1 เดือน

 

 

แต่อะไรไม่สำคัญเท่ากับว่า หนึ่งในกระบวนการพิสูจน์นั้น ต้องมีการ "สอบปากคำ" ผู้เป็นเจ้าของรถด้วยซี นี่แหละที่จะกลายเป็น "มหกรรมนักข่าว" ถ่ายภาพสมเด็จช่วงวันถูกสอบปากคำนำไปลงให้ดูได้ทั่วโลก ผิดไม่ผิดไม่มีใครรู้ รู้แต่ว่า "ภาพลักษณ์" มันมัวหมองลงไปทุกที กว่าจะถึงประตูวัง หลวงพ่อวัดปากน้ำคงหมดแรงแล้ว

 

 

 

 

 

 

ดีเอสไอโร่เข้าวัดปากน้ำฯตรวจเอกสารรถสมเด็จช่วง


เมื่อวันที่ 19 ม.ค. 59 พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) พร้อม ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์รองผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศเดินทางไปยังวัดปากน้ำภาษีเจริญ เพื่อตรวจสอบรถยนต์หรูจดประกอบ ซึ่งสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์หรือสมเด็จช่วงเป็นผู้ครอบครอง โดยรถคันดังกล่าวถูกระบุว่า เป็นรถสะสมเก็บรักษาไว้อยู่ภายในพิพิธภัณฑ์ที่ตั้งอยู่ในวัดพร้อมกับรถเบนซ์ โบราณอีก 2 คัน ทั้งนี้ นายดำเกิง จินดาหราไวยาวัจกร วัดปากน้ำภาษีเจริญ เป็นผู้นำคณะพนักงานสอบสวน และสื่อมวลชนเยี่ยมชมของสะสมภายในพิพิธภัณฑ์ ซึ่งเป็นของโบราณมีค่า เช่น ตู้พระธรรม กลองโบราณ เรือโบราณเครื่องเบญจรงค์ รถม้า รถสามล้อถีบ และรถเบนซ์โบราณ 3 คันซึ่ง ทางวัดมีเจตนาจะสะสมเป็นโบราณวัตถุ เพื่อให้คนรุ่นหลังได้ศึกษา ซึ่งรถที่อยู่ระหว่างตรวจสอบเป็นรถยนต์เก่า ไม่ใช่รถหรูตามที่ถูกวิจารณ์ ซึ่งมีผู้นำมาถวาย ไม่ได้ซื้อ และเป็นรถจดประกอบ มีเอกสารยืนยันคือสมุดจดทะเบียนใช้รถยนต์กับกรมการขนส่งทางบก ซึ่งได้มอบให้พนักงานสอบสวนนำไปตรวจสอบ สำหรับวัดคงรู้สึกอะไรไม่ได้ ถูกหรือผิด ก็ต้องพิสูจน์ให้ได้ข้อเท็จจริง เมื่อผลออกมาอย่างไร ก็พร้อมยอมรับ ส่วนรายละเอียดของผู้ที่ถวายรถรวมถึงขั้นตอนการนำเข้าไม่ขอเปิดเผย แต่บอกได้เพียงว่ารถคันดังกล่าวนำเข้ามาตั้งแต่ปี 54 เนื่องจากมีการเปิดฉลองเจดีย์ในปี 55 ทางวัดจึงรวบรวมของโบราณมาแสดงรวมถึงรถยนต์คันดังกล่าวด้วย

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ขณะนี้มีแนวโน้มที่ดี เพราะทั้งสองฝ่ายต้องการให้ มีการพิสูจน์ตามขั้นตอนกฎหมายโดยเอกสารที่วัดมอบให้ เป็นคู่มือจดทะเบียน แสดงที่มาของรถ เลขเครื่องยนต์ เลขตัวถัง และผู้ครอบครอง ดีเอสไอจะตรวจสอบไปยังขั้นตอนการนำเข้า ตั้งแต่กรมศุลกากร กรมสรรพาสามิต และกรมการขนส่งทางการ เบื้องต้นรถคันดังกล่าว สำแดงเป็นรถจดประกอบไม่ได้นำเข้าทั้งคัน แต่นำเข้ามาเป็นชิ้นส่วนอะไหล่ แล้วนำมาประกอบขึ้น โดยมีวิศวกรรับรองความมั่งคงแข็งแรงว่า รถที่จดประกอบ สามารถใช้งานได้ ทั้งนี้ รถจดประกอบจะมีสัดส่วนภาษีต่างจากรถยนต์ที่นำเข้าทั้งคัน โดยพนักงานสอบสวนมั่นใจว่าจะสามารถสรุปผลการตรวจสอบ ทั้งประเด็นเอกสารและตรวจสอบสภาพทางกายภาย ว่าเป็นรถจดประกอบหรือไม่ได้ ภายใน 1 เดือน อย่างไรก็ตาม หลังตรวจสอบเอกสารและชื่อผู้เกี่ยวข้องทั้งหมดแล้ว ก็ต้องมีการเรียกสอบปากคำไปยังบุคคลที่เกี่ยวข้องทุกคนรวมถึงผู้ที่มีชื่อครอบครองรถคนปัจจุบันด้วย

สำหรับรถเบนซ์ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพมหานคร เลขตัวถัง 18601400420/53 ระบุเชื้อเพลิงเป็นแก๊ส เครื่องยนต์ 2995 ซีซี เลขเครื่องยนต์ 1869204500052 สีเหลืองจดทะเบียนนำเข้าเป็นรถจดประกอบจากชิ้นส่วนเก่าระหว่างปี 54- 55 โดยเมื่อวันที่ 18 ม.ค.ที่ผ่านมา พนักงานสอบสวนดีเอสไอ ได้ขอหมายค้น หจก.ซี.ที.ออโต้พาร์ท ย่านสัมพันธวงศ์ ซึ่งเอกสารระบุว่า เป็นผู้จำหน่ายตัวถังรถคันดังกล่าว บจ.คาร์โก้ คาร์ จำกัด ย่านบางพลัด มีชื่อเป็นผู้จำหน่ายเครื่องยนต์ หจก.เอช.ที.วาย ออโต้พาร์ท ย่านบางแค ซึ่งมีชื่อเป็นร้านประกอบรถยนต์โดยมีสภาพปิดร้าง และ เอ็น.พี.การาจ ย่านภาษีเจริญ ซึ่งจดทะเบียนเป็นโรงงานอุตสาหกรรมเพื่อประกอบรถยนต์ มีใบอนุญาตถูกต้อง แต่จากสภาพที่พบเป็นเพียงอู่ซ่อมสี ไม่มีอุปกรณ์สำหรับประกอบรถยนต์ ทั้งนี้ ในส่วนเอกสารคู่มือจดทะเบียนรถที่มอบให้ดีเอสไอระบุว่า เป็นรถที่ประกอบขึ้นจากชิ้นส่วนอุปกรณ์รถเก่า เสียภาษีสรรพสามิตรถยนต์ให้กับสำนักงานสรรพสามิต พื้นที่กรุงเทพฯ 1 ต่อมาได้แจ้งไม่ขอใช้รถในปี 56

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์ : 20 มกราคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264