ต้านทำไม-ทำไมต้าน สมเด็จช่วง !

 

 

ชัดๆ อีกครั้ง

จาก พุทธะอิสระ และ หมอมโน

 

 

 

 

 

 

 

ทำไมต้าน สมเด็จช่วง

 

การแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชองค์ที่ 20 กลายเป็นเรื่องที่ถูกจับตามองมากเป็นพิเศษ และมีการแสดงความคิดเห็นในเรื่องนี้จากหลายฝ่าย ขณะเดียวกันกลุ่มพุทธศาสนิกชนจำนวนหนึ่งได้ออกมาเคลื่อนไหวเรื่องนี้ โดยพบว่ามุ่งเป้าไปที่การคัดค้านไม่ให้ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) เสนอนามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช

 

เพราะเหตุใดจึงมีความเคลื่อนไหวในเรื่องนี้ ปมดังกล่าว พระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม หรือ หลวงปู่พุทธะอิสระ ซึ่งที่ผ่านมาเคลื่อนไหวให้มีการตรวจสอบและเอาผิดกับ ธัมมชโย-เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มาตลอด ได้อธิบายเหตุผลในเรื่องนี้


หลวงปู่พุทธะอิสระ ปูพื้นเรื่องนี้ให้ฟังว่า เมื่อต้นสัปดาห์ที่ผ่านมาได้รับเชิญจากดีเอสไอ ให้ไปรับทราบความคืบหน้าคดีธัมมชโย โดยดีเอสไอแจ้งกลับมาว่ายังยืนยันในพระวินิจฉัยเดิมของสมเด็จพระสังฆราช หลังจากเชิญผู้เกี่ยวข้อง ผู้ตรวจการแผ่นดินที่วินิจฉัยพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชว่าเป็นจริงหรือไม่ ซึ่งก็เป็นจริงทั้ง 5 ฉบับ แล้วเชิญพยานบุคคลทั้งปวงที่มีอยู่ที่ทำให้ธัมมชโยต้องอาบัติปาราชิก ทุกคนก็ยืนยันต้องปาราชิกด้วยมูลความผิดหลายกระทง รวมทั้งการเสพเมถุน ฉะนั้นดีเอสไอต้องส่งเรื่องย้อนกลับมายังนายกรัฐมนตรีและสำนักนายกฯ ที่กำกับดูแลสำนักงานพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ให้ทำเรื่องนี้ออกมา ที่ฟ้อง 11 ประเด็น ฟ้องมหาเถรสมาคมข้อหาละเว้นปฏิบัติหน้าที่ตั้งแต่ปี 2542 เช่นเดียวกับสำนักพุทธที่ละเว้นมาตั้งแต่ปี 2542

 

ถ้าเราว่ากันในรูปโครงสร้างคดีนี้ก็ไม่มีสิทธิ์เสนอใคร ถ้าว่าตามรูปโครงสร้างคดีธัมมชโยและพระวินิจฉัยสมเด็จพระสังฆราช ซึ่งตอนนี้ดีเอสไอเอามาเป็นประเด็นหลักในการดำเนินคดีธัมมชโย เท่ากับว่าบุคคลที่เกี่ยวข้องทั้งหมดที่ละเลยการปฏิบัติหน้าที่มีสิทธิ์โดนฉันฟ้องเอาคืน เรียกว่าล้างบาง ไม่ว่าใครก็ตามที่กำกับดูแล พ.ร.บ.คณะสงฆ์ แล้วกฎมหาเถรสมาคมที่ละเว้นมานานจนเกิดความเสียหายสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน ก็สามารถฟ้องได้หมดทุกคน เพราะเป็นเจ้าหน้าที่แล้วปล่อยให้โจรมาปล้นจนเกิดความเสียหาย

 

เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย กล่าวต่อไปว่า โดย 1 ใน 11 ประเด็นก็ฟ้องในคดี 112 ด้วย เมื่อดีเอสไอยืนยันว่าธัมมชโยมีความผิดต้องปาราชิกตั้งแต่ปี 2542 แล้วปี 2554 ทาง มส.และสำนักพุทธนำชื่อธัมมชโย ไปยื่นขอพระราชทานสมณศักดิ์ชั้นเทพ ทั้งๆ ที่รู้ว่ามีปัญหา เป็นตุลาการสงฆ์เอาจำเลยสงฆ์ที่ยังไม่เคลียร์คดีมาขอพระราชทานสมณศักดิ์

 

ไม่ห่วงหรอกวันที่ 11 ม.ค.ที่จะมีการประชุมมหาเถรสมาคม เพราะยังไงก็ไม่รอดทั้งกระบิ ถ้าคดีเดินไปตามมาตรการนี้ ทั้ง 11 คดีไม่รอดเลย แม้กระทั่งเงินประจำสมเด็จพระสังฆราช 10 กว่าล้านที่เอามาใช้ผิดวัตถุประสงค์ ที่ ผอ.สำนักพุทธเอาเงินนั้นเบิกจ่ายให้ว่าที่สมเด็จพระสังฆราชคือสมเด็จช่วง วัดปากน้ำ ถ้าดีเอสไอ, ผู้ตรวจการแผ่นดินชี้มูลแล้วมีความผิด ต่อให้ได้เป็นพระสังฆราชก็หล่น ในขณะที่ตัวเองเป็นกรรมการมหาเถรฯ ปฏิบัติหน้าที่แล้วปล่อยให้เรื่องยืดเยื้อ รวมทั้งรับเงินวัดธรรมกายในทุกวันเกิด รับทองคำจากวัดธรรมกายมาเป็นตันๆ

 

พฤติการณ์นี้เป็นการประพฤติชั่วอย่างร้ายแรง ถ้าจะอ้างว่าคดีธัมมชโยสิ้นสุดแล้วเพราะว่าอัยการถอนฟ้อง อันนั้นเป็นเรื่องของโลก แต่คดีทางสงฆ์ ภิกษุต้องอาบัติปาราชิกมันไม่มีสิทธิ์เอาคืนได้ พระพุทธเจ้าบอกคนที่ต้องอาบัติปาราชิกเหมือนตาลยอดด้วน ตัดยอดทิ้งแล้วงอกไม่ได้ จะอ้างว่าเอาเงินคืนแล้วไม่ได้ ยกพ้นพื้นเกิน 5 มาสก เส้นผมลอดได้ก็ถือว่าความผิดสำเร็จแล้ว อีกทั้งเงินก็ไม่ได้น้อยกว่า 900 ล้าน แม้สมเด็จพระสังฆราชมีพระลิขิตพระบัญชาให้คืนก็ไม่คืน จนต้องออกพระวินิจฉัยถึง 5 ฉบับ ที่คืนก็ไม่รู้ว่าคืนเงินหมดหรือเปล่า ไม่ใช่คดีเดียวมีหลายคดี เช่นอวดอุตริมนุสธรรมเรื่องสตีฟ จ็อบส์ หรือคำสอนบอกนิพพานเป็นอัตตา คำสอนเหล่านี้เป็นคำสอนชั่วอย่างร้ายแรง ที่ทำลายอุดมการณ์หลักของพุทธศาสนา รวมทั้งที่ต้องอาบัติปาราชิกในการเสพเมถุนกับคนใกล้ชิด ซึ่งเรามีพยานบุคคล เมื่อธัมมชโยไม่รอดแล้วต้องคดีจากกรณีพระลิขิตพระสังฆราช มหาเถรฯ ทั้งโขยงต้องเจอข้อหาละเว้น 157 ถ้ายังไม่ถอย

 

เมื่อถามว่าแต่ดูเหมือนมีข่าว มส.ก็พยายามมีมติเสนอนามสมเด็จช่วงไปให้นายกรัฐมนตรี หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวว่า ก็เขาดื้อแพ่ง คิดว่าถ้าเป็นสังฆราชทำให้เปลื้องพันธนาการได้เพราะมีอำนาจสั่งการได้มาก แล้วที่แย่คือมีชื่อพัวพันกับรถหรูจดประกอบหนีภาษี ซึ่งคดีก็ยังค้างคาในดีเอสไอ

 

เราไม่ได้ค้านกฎหมาย ฉันยอมรับกฎหมาย แต่เมื่อนึกถึงความชอบธรรม ความงดงามแล้วก็ศรัทธา คุณมีสิทธิ์แต่ชอบธรรมหรือไม่ เมื่อรัฐบาลปฏิเสธไม่นำชื่อทูลเกล้าฯ ถวาย มีโอกาสที่จะดึงมาเป็นเกมการเมือง อาจอ้างว่ารัฐบาลทำผิดกฎหมาย เพราะ พ.ร.บ.สงฆ์เขียนว่า ผู้มีอาวุโสทางสมณศักดิ์เท่านั้น แต่ในมาตรา 7 ก็บัญญัติ เว้นเสียแต่ปฏิบัติหน้าที่ไม่ได้ แต่ก็ไม่ได้บอกว่าเว้นเสียแต่ว่าคืออะไร ในกรณีถ้าผู้เสนอชื่อสมเด็จพระสังฆราชแล้วต้องมลทิน ทำผิดกฎหมาย ไม่เป็นที่ยอมรับขาดศรัทธา ก็อาจวินิจฉัยว่าไม่อาจนำเสนอก็ได้

 

ถามถึงเหตุผลในการคัดค้านเจ้าอาวาสวัดปากน้ำขึ้นเป็นพระสังฆราช หลวงปู่พุทธะอิสระ ให้ความเห็นว่า พฤติกรรมที่กระทำซึ่งต้องแยกออกทั้งพฤติกรรมส่วนตัวกับส่วนรวม ส่วนตัวนักบวชต้องไม่ใช่ร่ำรวยสะสมอะไรมากมาย ฉันเองเคยได้รับเรื่องร้องเรียนจากเจ้าคณะจังหวัดนครสวรรค์ มีการอนุมัติให้นครสวรรค์ทำพุทธมณฑล แต่ให้ลูกน้องตัวเองไปรับเหมา หลายปีที่ผ่านมา เรามีพระราชบัญญัติว่าด้วยการเรี่ยไร แต่ มส.ปล่อยให้ธรรมกายเรี่ยไรทั้งแผ่นดินได้โดยไม่ต้องขออนุญาต กำลังไล่ฟ้องตั้งแต่ก้าวแรกที่ธุดงค์ไปทั่วแผ่นดิน

 

คนที่ไม่เคารพกฎหมายไม่เอื้อในพระธรรมวินัย จะมาปกครองใครในสังฆมณฑล ถามว่าเหมาะสมหรือไม่ ฉันลืมคนนี้ไปนานแล้ว ถ้าฉลาด สะอาด สว่าง สงบ ใครก็ได้ไม่สนใจหรอก แต่คนคนนี้ไม่ใช่ กลุ่มนี้ไม่ใช่ ใครไปพัวพันธรรมกายจะเน้นหนักไปที่วัตถุนิยม ตลอดเวลามหาเถรฯ ละเว้นปฏิบัติหน้าที่ ระเบียบกติกา พ.ร.บ.สงฆ์ ไม่ต้องทำอะไรเลย แต่เลือกใช้เฉพาะกับอีกกลุ่ม

ถามย้ำว่าหากสุดท้ายสมเด็จช่วงขึ้นเป็นสังฆราช เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย กล่าวตอบทันทีว่า ฉันว่าวุ่น ฉันเองกับพุทธบริษัทที่รู้เรื่องจริงเขาไม่ยอมหรอก กลัวเป็นเกมการเมืองที่จะมาถล่มรัฐบาล

 

และจะประกาศเลย ฉันไม่ยอมขึ้นอยู่กับการบังคับบัญชากับสังฆราชองค์นี้ อย่ามาบังคับใช้กฎหมายกับฉัน พ.ร.บ.คณะสงฆ์ไม่ต้องมาบังคับใช้"

 

ส่วนภาพรวมวงการสงฆ์ทั่วประเทศจะเป็นอย่างไร พระพุทธะอิสระ บอกว่า ถ้าถามว่าวงการคณะสงฆ์เป็นยังไง เหมือนผลักภาระมาให้ฉัน แต่ต้องผลักไปให้รักษาการพระสังฆราชที่ต้องดูพฤติกรรมตัวเอง ฉันไม่ใช่นักปกครองคณะสงฆ์ ถ้าถามก็ต้องบอก ฉันไม่รับผิดชอบ

 

.ถ้าตอนนี้ฉันเป็นมหาเถรฯ จะไม่ผูกคอตัวเองตาย กรรมการต้องให้แต่ละฝ่ายเสนอ มหานิกายเสนอมา ธรรมยุตเสนอมา แต่เผอิญที่เขายึดถือเป็นโควตาที่ยึดถือมานาน ถ้าตอนนี้เป็นธรรมยุตใช่ไหม ต่อไปต้องเป็นมหานิกาย เป็นสิ่งที่เขาสลับกัน ไม่ใช่ธรรมเนียม ไม่ใช่จารีต เป็นข้อตกลงกัน แต่ในหลายครั้งก็มีธรรมยุตต่อธรรมยุตก็มี

 

- สายธรรมกายยังมีบทบาทสูงใน มส.?

 

ใช่ เขามีบทบาทสูง รวมไปถึงสำนักพุทธด้วย

 

ถามว่าหาก มส.ไม่เสนอชื่อขึ้นไปให้นายกรัฐมนตรี แล้วให้เป็นลักษณะผู้ปฏิบัติหน้าที่ไปเรื่อยๆ พระพุทธะอิสระ กล่าวว่า ถ้า มส.ไม่มีมติเสนอชื่อก็ให้รักษาการต่อไป โดยธรรมเนียม จารีต ประเพณีต้องทำบุญ 100 วันสมเด็จพระสังฆราชให้ครบ แต่ทำไมดูเร่งรัดผิดปกติ ซึ่งการให้ปฏิบัติหน้าที่ไปเรื่อยๆ ก็ไม่มีผลกระทบอะไร เพราะปัจจุบันไม่ได้ทำอะไรเลย

 

อิทธิพลธรรมกายเข้ามาซึมในสมองคนพวกนี้ ช่วงเราชุมนุมมีคำสั่งมหาเถรฯ บังคับให้พระในสังฆมณฑลต้องเปลี่ยนสีจีวรให้สีคล้ายกับธรรมกาย มีสายพระป่าที่เขาไม่ยอม บอกว่าเป็นธรรมวินัย พระพุทธเจ้ากำหนดบอกสีย้อมด้วยน้ำฝาดไม่ใช่สีใดสีหนึ่ง ชาวบ้านถวายอะไรก็ใช้แบบนั้น แต่ไม่ให้ใช้สีกาววาวคือสีสวยงาม ไม่ให้ใช้สีสม่ำเสมอ ไม่ให้ใช้สีขาวสีดำ แต่ก็มีคำสั่งผิดธรรมผิดวินัยออกมา ก็อยากแสดงอิทธิพลว่าเป็นสีธรรมกายทั้งแผ่นดิน

 

 

- คนมองกันว่ากรณีนี้เป็นเรื่องของสงฆ์ พุทธศาสนิกชนไม่ควรมายุ่ง?

 

พุทธศาสนิกชนต้องควรมายุ่ง เพราะตำแหน่งสังฆราชไม่ใช่ของใคร เป็นของพุทธศาสนิกชนทุกคน ที่ผ่านมาตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชได้รับการยอมรับ มีพระจริยวัตรงดงามไม่มีมลทินใดๆ แต่นี่มีมลทินแล้วยังพัวพันกับบุคคลที่เป็นอันตรายต่อธรรมวินัย

 

ส่วนการเคลื่อนไหวของกลุ่มที่ไม่เห็นด้วย เท่าที่ทราบจะออกไปแสดงพลังแต่ละอาทิตย์ว่าไม่ยอมรับเป็นสังฆราช เอาแค่ว่าถ้าพระอุปัชฌาย์เป็นสังฆราช อีกหน่อยธัมมชโยก็จะได้เป็นสมเด็จ ขนาดคดียังไม่ได้หาข้อยุติยังยกมาเป็นชั้นเทพได้

 

ส่วนที่คดีความต่างๆ ไม่ค่อยมีความคืบหน้าเพราะเจ้าหน้าที่ไม่กล้าบุ่มบ่าม ต้องรัดกุมเพราะคดีใหญ่ ละเอียดอ่อน มีผลกระทบวงกว้าง และเครือข่ายเขาเยอะ คนทำคดีบอกเจอตอเยอะมาก ขอเอกสารก็ได้รับข้ออ้างเยอะมาก

 

ส่วนปลายทางของเรื่องการตั้งพระสังฆราช ทางออกควรเป็นอย่างไร พระพุทธะอิสระ ให้ความเห็นว่า ไม่ได้มองว่าถ้าคนชั่วแล้วจะสงบ เลิกคิดเสียทีมองโลกในแง่ดี คนมองโลกในแง่ดีคือชาวนากับงูเห่า สุดท้ายชาวนาก็ตายเพราะงูเห่า เลิกวิธีคิดว่าจะทำไงให้สงบ ถ้าเราต้องจับมือกับคนชั่ว อย่ามาถามหาความสงบในความไม่ถูกต้อง เอากฎหมายมาเป็นหลัก ไม่ใช่กฎกู และกฎหมายที่ถูกต้องต้องสนใจนิติรัฐนิติธรรม

 

แต่ทางสายธรรมกายยังไงก็ไม่ถอย? พระพุทธะอิสระ ตอบว่า ถอยไม่ถอยยังไงก็ไม่รอด เพราะคดีดำเนินไปตามกระบวนการของมันแล้ว ถ้าตราบใดรัฐบาลนี้ยังอยู่ เขาถึงพยายามเร่งรัดให้รัฐบาลนี้อายุสั้น ศูนย์ปกป้องพิทักษ์พุทธศาสนาออกมาพยายามทำให้เห็นว่าธรรมกายอยู่แล้วมีประโยชน์ พยายามดึงให้เกิดสงครามศาสนา ประมาณนั้น แต่ คสช.ก็รู้ แล้วก็มีความพยายามดึงเอากรณีการเคลื่อนไหวให้พุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ เอามาพันกันให้มั่วไปหมดเหมือนหม้อจับฉ่าย

 

หนึ่ง-แต่งตั้งสังฆราช สอง-ธรรมกายต้องรอดจากคดีเพื่อเป็นผู้นำในการต่อสู้ สาม-เอาพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ มีการต่อโยงใยเพื่อล้มรัฐบาลให้ไปเร็วๆ ทุกอย่างจะได้เคลียร์ เส้นทางจะได้สะดวก เขาเรียกยุทธศาสตร์ทะลวงท่อ

 

หากสุดท้ายสมเด็จช่วงไม่ได้เป็นสังฆราชจะเป็นอย่างไรกับฝ่ายธรรมกาย พระพุทธะอิสระ มีความเห็นว่า เอาในมุมถ้าได้ขึ้นเป็นพระสังฆราช เชื่อว่าคดีต่างๆ จะเบาลง ก็เขาพูดเองถ้าเขายังอยู่ไม่มีใครทำอะไรธรรมกายได้ แต่หากไม่ได้ขึ้นเป็นพระสังฆราช ก็แน่นอนจะหนักขึ้นกว่าเก่า เพราะคดีธรรมกายไม่ได้มีคดีเดียว ถ้าขาดจากความเป็นพระตั้งแต่ปี 42 ที่ผ่านมาหลอกลวงชาวบ้านมากี่ตังค์ แต่งกายเลียนแบบสงฆ์มากี่ปี

 

ถามถึงว่าในทางปฏิบัติ เรื่องการตั้งสมเด็จพระสังฆราช พลเอกประยุทธ์ จันทร์โอชา ใช้อำนาจตามมาตรา 44 ได้หรือไม่ พระพุทธะอิสระ ตอบว่า จบเลย สามารถทำได้ เพราะมีในกฎหมาย พ.ร.บ.คณะสงฆ์ มาตรา 7 วงเล็บ 5-6 ถ้าผู้มีอาวุโสตามสมณศักดิ์ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ก็อ้างใช้อันนี้ ผ่าทางตันแล้วเลือกมหาเถรฯ ที่ได้รับการยอมรับ แต่เราไม่อยากก้าวล่วง

เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย ยืนยันว่า สิ่งที่เกิดขึ้นเวลานี้ไม่ได้เป็นเรื่องระหว่างฝ่ายธรรมยุตกับมหานิกาย ไม่เกี่ยวเลย ฉันก็มหานิกาย ไม่ได้มองใครเป็นมหานิกายหรือธรรมยุต มองใครเป็นพระฉันไหว้ ถ้าไม่ใช่พระเราไม่ยอม อายุก็ 90 กว่าแล้ว นั่งให้เขาไหว้ดีกว่าไหม ถ้าถอยมาประกาศไม่เป็นแล้ว แต่คนพวกนี้ไม่ใช่ ฝังในหัวสมองเหมือนกับว่ากูต้องใหญ่ ต้องมีอำนาจ อย่างไรก็ตามหากมาเป็นยังไงก็โดนสอยร่วงอยู่แล้ว เพียงแต่เมื่อเป็นสังฆราชแล้วจะมาปัดคดี อ้างการคุ้มครองทางกฎหมาย แต่สำหรับฉันถ้าคดีทางตุลาการไม่พิพากษาก็ทำให้สังคมพิพากษา คุณเป็นก็ได้ แต่อย่ามาบังคับใช้กฎหมายกับฉัน ถ้าบังคับก็ต้องไปบังคับกับธัมมชโย

 

หลวงปู่พุทธะอิสระ กล่าวปิดท้ายว่า เรื่องนี้อยากวิงวอนนายกรัฐมนตรีให้มาสนใจใส่ใจตรงนี้ให้มากขึ้น เพราะเรื่องพระพุทธศาสนาเป็นเรื่องละเอียดอ่อนในหัวใจมนุษย์ ถ้าการเข้าไปมันสะอาด ฉลาด สว่าง สงบ ก็เหมือนเป็นยาชูใจ ถ้าสิ่งเข้าไปเป็นสิ่งสกปรกโสโครก รกรุงรัง สะสม มักมากอยากได้ มันจะเป็นการแพร่เชื้อโรคร้ายในสังคมมนุษย์ การปฏิรูปใดๆ จะไม่สำเร็จ

 

คำสอนที่งดงามควรให้ดำรงอยู่ รักษา ทำให้เจริญขึ้น คำสอนที่แย่แล้วชั่วร้ายก็ต้องเร่งรีบกำจัด ไม่อย่างนั้นเหมือนกับเชื้อโรคแพร่ไปไม่จบสิ้น อยากวิงวอนนายกรัฐมนตรีให้ช่วยมองประเด็นนี้ หาวิธีจัดการอลัชชีชั่วทั้งหลายในสังฆมณฑล แม้ถ้าฉันมีชื่ออยู่ในนั้นก็จัดการได้เลยไม่ต้องละเว้น ถ้ารักษาธรรมวินัย กฎหมาย บ้านเมืองก็มีบรรทัดฐานที่ชัดเจน

 

อยากวิงวอนนายกฯ และคณะรัฐบาล ถ้ามีการเสนอชื่อจากมหาเถรฯ โดยให้สมเด็จช่วง เป็นสมเด็จพระสังฆราช อยากให้นายกฯ พิจารณาว่าจะเป็นการระคายเคืองหรือเปล่า กับการเอาบุคคลที่มีมลทินนำขึ้นทูลเกล้าฯ ถวาย เพราะเมื่อความผิดปรากฏชัด นายกฯ จะต้องมีคดีด้วยนะ เพราะปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบในฐานะนำชื่อทูลเกล้าฯ ถวาย

 

ถ้าเป็นไปได้อยากวิงวอนนายกฯ และรัฐบาล ขอให้มองประเทศเดินไปข้างหน้าแบบงดงาม ฉลาด สว่าง สงบ ไม่ใช่เดินไปแบบลากกันไป หมักหมมเชื้อโรคร้ายในหัว แล้วไปกันด้วยซากศพ ถ้าเป็นอย่างนี้อย่าให้เดินเลย ให้ตายอยู่ตรงนั้นแหละ การจะปฏิรูปต้องเริ่มต้นจากจิตใจ ศาสนา สังคม และเริ่มจากตัวเราเอง นั่นแหละคือสิ่งที่ดีงาม แต่เรามีบุคคลที่จะมาเป็นสังฆราช ไม่ยอมปฏิรูปตัวเอง เห็นตัวเองเป็นผู้วิเศษเสมอ เชื่อมั่นในสิ่งที่ตัวเองยกยอปอปั้น เลยมองตัวเองไม่ออก สมเด็จช่วงมีคดีความไม่ต่ำกว่า 10 คดี บางคดีดำเนินไปแล้ว ยังค้างในชั้นพนักงานสอบสวนเพราะฉะนั้นไม่ง่ายหรอก.

 

 


 

 

 

เดิมพันสูงค้านไม่สำเร็จ ธัมมชโยกินรวบ 3 ต่อ

 

 

อีกหนึ่งมุมมองในเรื่องการตั้งสมเด็จพระสังฆราช นพ.มโน เลาหวณิช อดีตพระที่มีบทบาทสูงในวัดพระธรรมกาย โดยก่อนหน้านี้เป็นอดีตกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) มีนายไพบูลย์ นิติตะวัน เป็นประธาน

 

โดย หมอมโน คือหนึ่งในผู้ร่วมเคลื่อนไหวในนามเครือข่ายปกป้องพระเกียรติสมเด็จพระญาณสังวรฯ ซึ่งคัดค้านการเสนอชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ขึ้นเป็นสมเด็จพระสังฆราช

 

นพ.มโน กล่าวว่า การตั้งพระสังฆราชจะต้องทำตามพระราชบัญญัติคณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติมปี 2535 ที่ก็จะมีเงื่อนไขเพียงอย่างเดียว และทำให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์จะเป็นแค่ชื่อเดียวที่มหาเถรสมาคมจะส่งชื่อไป ไม่มี Choice อื่นเลย ถามว่าจะเกิดอะไรขึ้น คำตอบคือธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดธรรมกายก็จะกินสามต่อเข้าฮอส

 

ต่อที่หนึ่งแกจะถูกฟอกขาว พระลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราชฯ ที่ให้เจ้าอาวาสวัดธรรมกายปาราชิก ก็จะถูกฟอกขาวโดยพระสังฆราชองค์ใหม่ ตามมาตรา 8 ของ พ.ร.บ.สงฆ์ ที่ว่าด้วยเรื่องอำนาจของสมเด็จพระสังฆราช ก็จะมีพระวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ออกมา ฟอกขาวหมดเลย

 

อันที่สอง ธัมมชโยเคยพยากรณ์ไว้เมื่อ 40 ปีที่แล้วว่าพระอุปัชฌาย์ของท่านวัดปากน้ำจะได้เป็นพระสังฆราช ก็จะทำให้ลูกศิษย์ลูกหาของท่านที่วัดธรรมกายก็จะบอกว่าท่านแม่นอะไรขนาดนี้ ทำนายสิ่งที่จะเกิดได้ใน 40 ปีอนาคตแม่นราวกับตาเห็น ญาติโยมจะคึกคักขึ้นมา ก็จะมีเกราะป้องกันภัยต่างๆ มาปกป้องให้

 

เด้งที่ 3 คือการบริหารงานในมหาเถรสมาคมโดยวัดพระธรรมกาย เพราะสังฆราชมีอำนาจเต็ม เมื่อเจ้าอาวาสวัดธรรมกายบอกให้ทำอย่างนั้นอย่างนี้ก็จะทำ ตัวอย่างที่ยกให้ฟังก็เช่นก่อนหน้านี้ฝ่ายต่างๆ เช่น กรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ ส่งหนังสือเข้าไปถึงมหาเถรสมาคม ก็ไม่มีการพิจารณาอะไร หนังสือเด้งออกมา ซึ่งที่ประชุม มส.ก็มี สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์เป็นประธานการประชุม หรือตอนผู้ตรวจการแผ่นดินมีการตรวจสอบเรื่องนี้ แล้วเสนอให้มีการตั้งกรรมการขึ้นมาโดยให้มีกรรมการทั้งฝ่ายคฤหัสถ์และบรรพชิต เพื่อพิจารณาตรวจสอบว่าเป็นเรื่องจริงหรือเท็จ ส่งไป มส.ก็มีการแทงเรื่องออก เงียบ ไม่มีการนำเรื่องเข้าที่ประชุม มส.

 

ถ้าเป็นแบบนี้จะเกิดอะไรขึ้นทั้งที่พระลิขิตมีอยู่ชัดเจน โดยพระลิขิตมาจากหลักฐานการตรวจสอบบัญชีของวัด และการซื้อที่ดินของเจ้าอาวาสวัดธรรมกายที่ไปซื้อที่ดินในชื่อของตัวเอง ที่ซื้อกันตอนช่วงปี 2538-2539 แต่หลักฐานมาแดงขึ้นในปี 2541 จนมีพระลิขิตดังกล่าวออกมาในปี 2542 แต่มีการนำที่ดินมาคืนตอนปี 2549 โดยโอนให้วัด แต่ถามว่ามีการกระทำเกิดขึ้นแล้ว ยกตัวอย่างมีโจรไปปล้นธนาคารได้เงินมาหนึ่งล้าน ตำรวจตามจับ โจรบอกว่าจะนำเงินมาคืนให้แล้วให้เลิกรากันไป แล้วตำรวจบอกเมื่อคืนเงินแล้วก็ปล่อย ถือว่าไม่ผิด ทำได้ไหม ไม่ว่าจะมองทางโลกหรือทางธรรม มันผิดร้อยเปอร์เซ็นต์ แล้วตอนธัมมชโยรับตำแหน่งเจ้าคุณชั้นเทพ ปกติต้องไปรับกันที่วัดพระแก้ว แต่ปรากฏว่า เจ้าอาวาสวัดปากน้ำรับมาให้เองแล้วมาให้ถึงวัดธรรมกาย

 

ดังนั้นที่จะไปคิดจัดการจับสึกธัมมชโยจึงลืมเสียเถอะ แล้ววัดปากน้ำก็รับรูปหล่อหลวงพ่อสดทองคำ จากวัดธรรมกาย เป็นทองคำหนัก 1 ตัน เป็นของขวัญเดินธุดงค์บนดอกกุหลาบ ที่ท่านเป็นคนนำเดิน โดยที่ชาวบ้านด่ากันเต็มเมืองเพราะทำให้รถติด แต่ท่านยืดอกรับบอกว่าเป็นการทำที่ถูกต้อง วัดธรรมกายทำดี แล้วอะไรจะเกิดขึ้น

 

มติ มส.คงออกมาแน่นอน อย่างไรก็ต้องเป็นชื่อสมเด็จช่วง เพราะตอนนี้ใน มส.ผู้ที่อาวุโสสูงสุด และปฏิบัติหน้าที่ มีอยู่องค์เดียวคือสมเด็จช่วง จึงเป็นชื่ออื่นไม่ได้ เป็นไปไม่ได้เลย ก่อนหน้านี้ก็เพิ่งมีการยืนยันออกมาแล้วว่าจะมีการเสนอชื่อแค่ชื่อเดียว ซึ่งหากมีการเสนอชื่อสมเด็จช่วง ที่ประชุม มส.ก็คงจะรับรองโดยไม่มีการค้านในที่ประชุมแน่นอน

 

อย่างไรก็ตาม ทางกลุ่มก็จะพยายามออกมาตะเบ็งเสียงให้ดังที่สุดว่าเราไม่เห็นด้วย จะสู้กันทุกวิถีทางทุกเม็ดเพื่อไม่ให้มีการแต่งตั้งสมเด็จช่วงเป็นสังฆราช เพราะหากสมเด็จช่วงขึ้น ธรรมกายแข็งแรงขึ้น กินสามต่อ มีทั้งโล่กำบังภัย มีทั้งอาวุธในการต่อสู้ มีการฟอกขาว ธรรมกายจะตีปีก

 

เมื่อถามถึงว่าการตั้งพระสังฆราชเป็นเรื่องของสงฆ์ ฉะนั้นฝ่ายต่างๆ ที่ไม่เกี่ยวข้องเช่นฆราวาสก็ไม่ควรเข้าไปยุ่งเกี่ยว นพ.มโน ตอบกลับว่า ก็เพราะว่าเรื่องนี้มันจะเดือดร้อนทั้งประเทศ หากยึดเอาตามกฎหมายที่ยังไม่เคยปฏิบัติมาใช้ แล้วเป็นกฎหมายซึ่งแก้ไขปี 35 มาใช้ในเวลานี้ โดยที่กฎหมายแก้ไขปรับปรุงเมื่อมี 2535 ยังไม่เคยมีการใช้มาก่อน แต่ที่แก้ตอนนั้นก็เพื่อลดคำวิจารณ์จากมหานิกายที่มีต่อธรรมยุต แต่ที่มีการเคลื่อนไหวไม่ได้คำนึงถึงเรื่องมหานิกายหรือธรรมยุตอะไร แต่คิดถึงประโยชน์ส่วนรวมที่จะเกิดขึ้นในอนาคต

 

นั่นคือถ้าสมเด็จช่วงขึ้นเป็นพระสังฆราชก็จะเกิดการฟอกขาวธัมมชโย อำนาจของวัดธรรมกายจะมากขึ้น จะเกิดโครงการต่างๆ มากมายที่จะดูดทรัพย์ของคนในแผ่นดิน จะเกิดคดีแบบสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนคลองจั่นขึ้นจำนวนมาก คนจะเดือดร้อนจำนวนมาก ครอบครัวจะแตกแยก

 

วัดธรรมกายจะมีสิทธิ์ใช้งบประมาณแผ่นดินในการมาโปรโมตวัดตัวเอง อย่างสมัยรัฐบาลชุดที่แล้ว งบประมาณที่นำมาใช้ในการอบรมเยาวชน ที่ใช้งบประมาณแผ่นดินก็มีการส่งไปอบรมที่วัดหรือศูนย์ปฏิบัติธรรมของวัดนี้ เดิมที่เคยมีการไปสอนตามบ้านต่างๆ ตอนนี้ไม่มีแล้ว สมัยก่อนเคยมีความสัมพันธ์กันระหว่างวัดกับโรงเรียน แต่ปัจจุบันนี้ครูสอนศีลธรรมต้องมาอบรมที่ศูนย์ของวัดธรรมกายที่วังน้ำเขียว

 

- ถ้าคัดค้านไม่ต้องการให้สมเด็จช่วงขึ้น แล้วจะให้ทำอย่างไรเพราะก็ต้องมีสมเด็จพระสังฆราช?

 

ยังไม่ต้องมีสมเด็จพระสังฆราชก็ได้ ไม่ตั้งไม่มีใครอดตาย เพราะถ้าตั้งแล้วยุ่งก็ไม่ต้องตั้ง เว้นไปก่อนแล้วรอให้มีการปฏิรูปศาสนา ตอนนี้การปฏิรูปศาสนายังไม่เป็นมรรคเป็นผล ตั้งไปก็ยุ่ง เราจะรู้ได้อย่างไรการปฏิรูปศาสนาต่อไปจะเป็นอย่างไร เช่นจำเป็นไหมพระต้องมียศ แบ่งเป็นระดับต่างๆ หรือจำเป็นไหมที่พระที่เป็นสมเด็จฯ จะเป็นแค่ที่อยู่ในกรุงเทพมหานครเท่านั้น

 

ถามต่อไปว่า หากไม่มีสังฆราชจะกระทบกับการบริหารจัดการกิจการสงฆ์ไหม หากปล่อยไปเรื่อยๆ

 

เรื่องนี้ หมอมโน ยืนยันว่าไม่มี เพราะขณะนี้ประชาชนก็ผิดหวังกับศาสนามากอยู่แล้ว อย่างกรณี "เณรคำ" ที่ มส.ไม่ได้ทำอะไรเลย หรือกรณีของธัมมชโยที่มีพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราชออกมา ก็ไม่ได้มีการทำอะไร ก็ให้รอจนกว่า พ.ร.บ.คณะสงฆ์จะมีการแก้ไขปรับปรุงใหม่ ตอนนี้การปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ยังไม่แล้วเสร็จ ก็มีการคุยกันว่าจะทำอย่างไร เช่นในสภาขับเคลื่อนการปฏิรูปประเทศยังมีกฎหมายอีกหลายฉบับ ก็ให้เสร็จเสียก่อนแล้วค่อยพิจารณาแต่งตั้ง ไม่มีใครอดตายแน่นอน

 

มันเกิดมาเฟียในศาสนาขึ้นและมีการแพร่อิทธิพลออกไป โดยอาศัยตัวกฎหมายสงฆ์ปี 2535 ประชาชนไม่มีส่วนร่วม ทำให้เป็นเหมือนหนึ่งในอาณาจักรหนึ่งที่ซ่อนอยู่ในประเทศไทย ต่อไปเมื่อมีการเลือกตั้ง วัดนี้ที่มีลูกศิษย์เป็นล้าน ถ้าบอกตูมว่าให้เลือกพรรคการเมืองพรรคนี้ คนก็เลือก ก็ทำให้พวกส.ส.ต้องมาพินอบพิเทาเพราะเป็นฐานเสียง แล้วจะเป็นไปได้ไหมที่จะมีการปฏิรูปศาสนา ก็ไม่มี พระไม่เคยปฏิรูปศาสนาได้สำเร็จ ต้องอาศัยอำนาจรัฐ

 

 

ขวางยกสุดท้ายจบที่ถวายฎีกา

 

นพ.มโน กล่าวต่อไปว่า หากสุดท้ายแล้วเรื่องนี้คัดค้านไม่สำเร็จ แผ่นดินไทยทั้งหมดจะถูกกินรวบโดยธรรมกาย จะมีการเทกโอเวอร์วัดโดยเฉพาะวัดร้าง 6-7 พันวัด ทางธรรมกายเข้าไปหมด จะมีโครงการใหม่ๆ ธรรมกายจะเสนอแล้ว มส.จะให้ทำ กฎหมายก็จะออกมาเอื้อเฟื้อให้ การบริหารงานที่คลุมเครืออยู่แล้วก็ยิ่งคลุมเครือมากขึ้น การใช้อำนาจที่ปราศจากการตรวจสอบก็จะเกิดขึ้นมากมาย แล้วพระก็จะเป็นใหญ่ในแผ่นดินอย่างที่ไม่เคยเกิดขึ้นมาก่อน จะเกิดอภิสิทธิ์ชน แล้วก็จะมีปัญญาชนจำนวนมากหันหลังให้วัด หันหลังให้พระ เพราะไม่ศรัทธา เพราะมันจะกลายเป็นธรรมกายทั้งแผ่นดิน

 

เรื่องนี้มีเดิมพันสูงมาก ในการตั้งสมเด็จพระสังฆราชที่ผ่านมาทั้งหมดไม่มีเดิมพันเท่าขนาดนี้ คิดเป็นจำนวนเงินมากเสียยิ่งกว่าการประมูล 4 จีอีก ผมบอกตรงๆ กินรวบประเทศไทยเกิดขึ้นได้ง่าย ติดปีกให้เสือ อย่างที่ว่าคือธัมมชโยกินสามต่อเข้าฮอสเลย" นพ.มโนระบุ

 

นพ.มโน เห็นว่า เรื่องนี้พระเถระชั้นผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคมควรจะฟังเสียงสะท้อนจากฝ่ายต่างๆ อย่างไรก็ตาม ผมว่าในเวลานี้ใน มส. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์กุมอำนาจเบ็ดเสร็จเรียบร้อยแล้ว ใน มส.เป็นสังคมปิด คนนั่งอยู่ไม่มีใครกล้าพูด ผู้ใหญ่สุดจะเป็นฝ่ายพูดตลอดบอกว่าเอาอย่างนี้ๆ ลองไปฟังได้ถึงการประชุม มส.แต่ละครั้งที่มีเทปเสียงอยู่ในเว็บไซต์ จะมีการพูดอยู่ 3 เสียงในการประชุมแต่ละครั้ง มีเสียงผู้หญิงคนหนึ่งอ่านมติและรายงานการประชุม แล้วก็เสียงสมเด็จฯ ผู้ปฏิบัติหน้าที่ ซึ่งก็จะคอยถามว่าเรื่องไหนให้ทำอย่างไร มีใครคัดค้านไหม แล้วอีกเสียงคือเสียง ผอ.สำนักพระพุทธศาสนาฯ นี้คือมหาเถรสมาคม เป็นสังคมปิด

 

- หากสุดท้ายมติ มส.ให้เสนอชื่อสมเด็จช่วงเป็นพระสังฆราช ทางกลุ่มเคลื่อนไหวต่างๆ จะทำอย่างไร?

 

ก็จะมีการถวายฎีกาแน่นอน รอหลัง มส.มีมติออกมาก่อน ผมคิดว่าตอนนี้ประชาชนมีความตื่นรู้แล้ว แล้วที่ไม่พอใจมหาเถรสมาคมมีเยอะมาก ที่ไม่พอใจวัดพระธรรมกายก็เยอะ

 

..คือจริงๆ ข้างในวัดปากน้ำไม่ชอบวัดธรรมกาย แต่อยากให้สมเด็จช่วงขึ้นเป็นพระสังฆราช เพราะวัดธรรมกายเอาวิชาธรรมกายไปปู้ยี่ปู้ยำจนเสียหายหมด แต่ผลประโยชน์ได้ร่วมกัน แล้วหากสมเด็จช่วงได้ขึ้นเป็นสังฆราช ท่านก็จะแต่งตั้งพระสมเด็จองค์ใหม่ จากวัดปากน้ำขึ้นเป็นสมเด็จ วัดปากน้ำก็จะมีสังฆราชองค์หนึ่งและพระสมเด็จอีกองค์หนึ่งจากวัดปากน้ำ ก็เล่นพวกกัน แล้วสมเด็จช่วงก็ยังมีเรื่องรถหรูที่ครอบครองโดยผิดกฎหมายอีก ยังเป็นคดีอาญา เป็นสมบัติของท่าน ชื่อท่าน พระทั้งหลายเรียกสมเด็จช่วงว่าเป็นเวิลด์แบงก์ เพราะเงินบริจาคมโหฬาร

 

ในตอนท้าย นพ.มโน ได้กล่าวถึงปัญหาของวงการสงฆ์ในเวลานี้อีกว่า ที่ผ่านมามีปัญหามาก เช่นไม่มีการจัดการปัญหาเรื่องการบริหารเงินในวัด อย่างเงินบริจาคในตู้ตามวัดต่างๆ เจ้าอาวาสจะทำยังไงก็ได้ จะเอาไปใส่บัญชีไหนก็ได้ ไม่มีการควบคุม การตั้งไวยาวัจกรก็ขึ้นอยู่กับดุลยพินิจของเจ้าอาวาส หรือระบบบริหารต่างๆ ที่เอื้ออำนวยต่อการฟอกเงิน เช่นตามระบบกฎหมาย การบริจาคเงินให้วัดใช้ลดหย่อนภาษีได้ แต่ไม่มีการกำหนดมาตรฐานใบอนุโมทนาบัตร ใครจะทำบุญเท่าไหร่ก็ขึ้นอยู่กับวัดตัดสินเอง เช่นคนทำบุญหนึ่งล้านไปบอกให้วัดเขียนว่าบริจาคให้ 2 ล้าน ซึ่งแต่ละปีจะมีคนมาขอหักภาษีโดยใช้ใบอนุโมทนาบัตรของวัดต่างๆ ปีละประมาณรวมกันแล้วร่วม 5 หมื่นล้านบาท ซึ่งแต่ละวัดก็จะออกแบบใบอนุโมทนาบัตรตามใจชอบ แล้วแต่ละปีมีการรายงานกลับมาหรือไม่ว่า ที่ยื่นรายการขอลดหย่อนภาษีดังกล่าวมีการบริจาคจริงหรือไม่ ก็พบว่าไม่มีการรายงานกลับมา

 

ทำให้วัดเป็นสถานที่ในการฟอกเงิน วัดธรรมกายเป็นตัวอย่างที่ดีมากของการฟอกเงิน เงินเข้าเท่าไหร่ไม่รู้ แต่ระดมทุนตลอดเวลาทุกวัน จัดรูปขบวนมากเพื่อให้มีการมองว่ามีคนศรัทธามาก แล้วก็ยึดติดบุคคลคือเจ้าอาวาส เป็นศูนย์กลางหมด

 

 

 

 

ที่มา : ไทยโพสต์  : 16 มกราคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264