เสื่อมศรัทธา !

 

พุทธะอิสระครวญ

เสียดาย เคยนับถือ คนที่ชื่อ..วิษณุ เครืองาม

เคยทำใจ เคยเผื่อใจ เคยแก้ตัว เคยแก้ต่าง ให้ตลอดมา

แต่สุดท้ายก็..ใจสลาย ยิ่งกว่า..ฮอทเปปเปอร์

 

 

 

ทำใจลำบาก !

 

 


ก็ดี
สังคมจะได้รู้เสียที
ว่ารองวิษณุจะเลือกข้างไหน

 

น่าเสียดายนัก กับความเชื่อถือ ความศรัทรา ที่ฉันเคยมีให้แก่คุณวิษณุ เครืองาม เมื่อครั้งที่ฉันพบปะพูดคุยกับคุณวิษณุ ให้รู้สึกเลื่อมใสในความเป็นผู้รอบรู้ที่มีอยู่ในตัวคุณวิษณุ

 

โดยเฉพาะเรื่องประวัติศาสตร์ ศิลปะ วัฒนะธรรม ของชนชาติไทย ฉันถึงขนาดขอซีดีบันทึกรายการอาทิตย์สโมสร เพื่อนำมาเผยแพร่กับโรงเรียนต่างๆ และนำมาออกอากาศเผยแพร่ในสถานีอิสระธรรม

 

แต่ด้วยคำพูดของคุณวิษณุในวันนี้ บวกกับพฤติกรรมที่คุณวิษณุเมินเฉยต่อพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช มันทำให้ฉันเสียความรู้สึกยิ่งนัก

 

การเมินเฉยต่อปัญหา อลัชชีสงฆ์ธัมมชโย

 

เมินเฉยต่อความรับผิดชอบ ที่มีต่อสังฆมณฑล มหาเถรสมาคม และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในฐานะผู้กำกับดูแลควบคุมนโยบาย เกี่ยวกับศาสนาแต่กลับทำมองไม่เห็นปัญหาที่เกิดขึ้น

 

แต่ละเลย เมินเฉยต่อความถูกต้อง ซื่อตรงที่คณะสงฆ์ต้องมีต่อธรรมวินัย

 

กับใช้พวกมากลากไป แล้วเอาแต่อ้างกฎหมาย

 

ทั้งที่ฉันรับรู้อยู่เต็มอกว่า คุณวิษณุไม่เคยชื่นชมนิยมในการต่อสู้ของเวที กปปส. และเวทีแจ้งวัฒนะ นักสักเท่าไหร่

 

แต่ช่วงเวลาที่ผ่านมาฉันพยายามทำความเข้าใจคุณว่า คงเป็นธรรมชาติของผู้คงแก่เรียน ที่จะไม่ฝักใฝ่ฝ่ายใด

 

ในมุมกลับกัน ฉันก็เคยเห็นนายวิษณุ มีความสนิทสนมใกล้ชิดกับแกนนำพรรคเพื่อไทย อย่างเช่นคุณหญิงสุดารัตน์ รวมทั้งนักวิชาการเสื้อแดงอยู่บ่อยๆ

 

ฉันก็พยายามปลอบใจตัวเอง และคอยแก้ต่างให้กับคุณวิษณุ ทุกครั้งเมื่อมีคนถามถึงความรับผิดชอบต่อพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ว่าทำไมไม่เห็น คุณวิษณุ เครืองาม ทำอะไรเลย ทั้งที่มีหน้าที่ กำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

หนำซ้ำคุณวิษณุยังออกมาพูดว่า พระลิขิต พระสังฆราช ไม่รูว่าจริงหรือปลอม ตนเองก็ยังไม่เห็น

 

แต่พอพุทธะอิสระนำเรื่องร้องเรียน ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา ขอให้พิสูจน์ว่าพระลิขิตของพระสังฆราช เป็นของจริงหรือปลอม และเป็นพระลิขิตหรือพระบัญชา

 

เมื่อผู้ตรวจการแผ่นดิน รับเรื่องแล้วตรวจสอบ จนนำมาซึ่งคำวินิจฉัยอย่างเป็นเอกฉันท์ว่า พระวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราชเป็นของจริง และไม่ใช่พระลิขิต แต่เป็นพระวินิจฉัย คือคำตัดสินลงโทษ ตามอำนาจที่พระองค์ทรงมี ถูกต้อง ชอบธรรม สอดคล้องตามหลักธรรมวินัย กฎหมายปกครองคณะสงฆ์

 

ทั้งที่ผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภา มีคำวินิจฉัยรับรองอย่างนี้ ดร.วิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ในฐานะผู้กำกับดูแล สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ในด้านนโยบาย กลับเฉยเมย ไม่หือ ไม่อือ ไม่พูด สักคำ

 

ปล่อยให้พุทธะอิสระ ต้องตากหน้า ตะลอนๆ เที่ยวไล่ ร้องเรียน แจ้งความต่อหน่วยงานของรัฐ มาตลอด 2 ปี โดยไม่มีเจ้าหน้าที่รัฐผู้รับผิดชอบ ออกมารับผิดชอบใดๆเลย

 

จวบจนกระทั่ง ดีเอสไอ ยืนยันคำร้องของฉัน พร้อมมีมติเป็นเอกฉันท์รับรองว่า
พระวินิจฉัยของสมเด็จพระสังฆราช เป็นพระบัญชา ถูกต้องตามธรรมวินัยและกฎหมายการปกครองคณะสงฆ์

 

ทั้งยังมีหนังสือแจ้งเตือนให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เร่งรีบดำเนินการ ให้เป็นไปตามพระบัญชา คือ จับธัมมชโยสึก

 

แทนที่คุณวิษณุ จะสำเหนียก และตรวจสอบดูว่า เรื่องนี้มันไปติดขัดตรงไหน ทำไมถึงไม่รีบดำเนินการ ให้ถูกต้องตามกฎหมายและพระธรรมวินัย

 

กลับออกมาพูดดูประหนึ่งว่า สนับสนุนบุคคลที่เตะถ่วงหน่วงเหนี่ยว กระบวนการยุติธรรมของสงฆ์ ให้ล่าช้ามา 17 ปี ทั้งที่พระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชเป็นกฎหมายที่ต้องปฏิบัติตาม กลับไม่ปฏิบัติ

 

มาวันนี้ คุณวิษณุ กลับออกมาเร่งรัด ให้แต่งตั้งผู้ที่ละเลยหน้าที่ ในการปกครองคณะสงฆ์ ให้เป็นไปตามหลักธรรมวินัย และกฎหมายบ้านเมือง ขึ้นเป็นสังฆราช

 

แถมยังมาพูดว่า กรณีการประชุมลับของมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 5 ม.ค. ที่ผ่านมา โดยมีมติ เสนอชื่อสมเด็จช่วงเป็นพระสังฆราชองค์ใหม่

 

นายวิษณุ พูดเหมือนกับจะรับรองว่า การประชุมทุกครั้งก็ลับทั้งนั้น ลับหรือไม่ลับจึงไม่มีความแตกต่าง ปัญหาคือวาระที่ประชุม บอกให้คนรู้ก่อนหรือไม่ สมมติว่าถ้าทำไปแล้วจริง อาจจะตื่นเต้นเพราะไม่คาดว่าจะเกิดอย่างนั้นอีกเรื่อง แต่ทำไมเขาต้องไปบอกใคร อย่างน้อยก็ต้องบอกกับตัวเอง ไม่เช่นนั้นกรรมการมหาเถรจะมาประชุมได้หรือ ส่วนจะครบองค์ประชุมหรือไม่ตนไม่ทราบ และหากมีมติใดออกมาก็สามารถเสนอมายังรัฐบาลได้ ถ้าหากการประชุมมีมติรับรองถูกต้องมันก็จบ จะมีอะไรไปหักไปโค่นว่าไม่ถูก

 

นี่คือช่วงหนึ่งของบทให้สัมภาษณ์แก่ผู้สื่อข่าวของนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี

 

ฟังดูแล้วคิดยังไงกันล่ะพี่น้อง

 

จะคิดยังไงก็เก็บเอาไว้ก่อน

 

พวกเรามาช่วยกันตั้งคำถามแก่คุณวิษณุกันก่อนว่า


- ตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชมีอำนาจบัญชาการคณะสงฆ์ตามกฎหมายไหม


- หากมีอำนาจบัญชาการคณะสงฆ์ มีกฎหมายรับรอง แล้วทำไมสมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงมีพระบัญชาวินิจฉัยโทษธัมมชโยให้พ้นจากภิกษุด้วยข้อหาเป็นเจ้าพนักงานยักยอกทรัพย์และอวดอุตริมนุสธรรม ทำไมเจ้าหน้าที่รัฐอย่างพวกคุณและผู้เกี่ยวข้องจึงไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระธรรมวินัย


- เจ้าหน้าที่รัฐและผู้ปกครองของธัมมชโยจะต้องดำเนินการอย่างไรกับธัมมชโย เมื่อมีพระวินิจฉัยเช่นนี้


- ถ้าเจ้าหน้าที่รัฐและผู้เกี่ยวข้องไม่ดำเนินการให้เป็นไปตามพระวินิจฉัย จะต้องมีความผิดหรือไม่


- ถ้ามหาเถร สำนักพุทธ นำบุคคลที่ไม่ใช่ภิกษุไปขอพระราชทานสมณศักดิ์ของภิกษุ เช่นนี้ มีความผิดไหม ใครเป็นผู้ผิด


- กรรมการมหาเถรสมาคมมีอำนาจหน้าที่ทั้งบริหาร ปกครอง และตุลาการ แล้วไปรับเงินทองจากผู้ตกเป็นจำเลย เช่นนี้ผิดไหม


- กรรมการมหาเถรสมาคมและสำนักพุทธปล่อยปละละเลย ให้ธรรมกายออกเรี่ยไรได้ทั่วประเทศ ทั้งที่มีกฎหมาย แต่วัดอื่นไม่สามารถออกเรี่ยรายได้ เช่นนี้ผิดไหม


- วัดธรรมกายโดยเจ้าอาวาสและบุคคลใกล้ชิดที่มีส่วนพัวพันกับการยักยอกเงินสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยน จนมีคดีถึงกับต้องคืนเงิน มหาเถร สำนักพุทธ เคยเรียกมาสอบไหม หากไม่เคยเรียกมาสอบ เช่นนี้ถือว่าผิดไหม


- สมเด็จช่วง ว่าที่สังฆราชของคุณวิษณุ มีส่วนไปพัวพันกับคดีรถหรูหนีภาษี อีกทั้งเมื่อรู้ว่าเป็นคดีความแล้วยังไม่คืนรถนั้นให้หลวง เช่นนี้ ถือว่าปาราชิกไหม


- ถามคุณวิษณุ ว่านักบวชควรจะสะสมทรัพย์สมบัติได้ด้วยหรือ


- ถามจริงๆ เถิด คุณวิษณุ หากสมเด็จช่วงของคุณได้เป็นพระสังฆราชแล้ว จะต้องเดินขึ้นไปให้การในศาลหรือต้องถูกจับสึก อย่างนี้ควรไหม


- คุณเป็นรองนายกรัฐมนตรี มีอำนาจหน้าที่ตามที่นายกมอบหมายให้กำกับดูแลควบคุมนโยบายของศาสนจักร คุณเห็นนักบวชทำผิดแล้วคุณไม่ทำอะไรเลย คุณผิดไหม

 

พี่น้องทั้งหลาย ช่วยกันนำเอาปัญหาเหล่านี้ไปถามคุณวิษณุให้หน่อย

 

แต่ที่แน่ๆ หากพวกคุณวิษณุยังดื้อรั้นดันทุรัง ช่วยกันอุ้มขี้เอาไว้ แล้วพยายามผลักดันให้ขี้กลายเป็นทอง

 

ฉันก็ไม่อยากให้ใครต่อใครมาพูดว่า ขนาดนายกปูพวกเรายังไล่มาแล้ว ทำไมรองนายกอย่างคุณวิษณุพวกเราจะไล่ไม่ได้ หากไม่แยกดีชั่ว

 

ยังไงๆ ฉันก็ยังชื่นชมในความรอบรู้ ความคล่องตัวของคุณที่ยังสามารถช่วยงานคุณประยุทธ์ได้

 

แต่ถ้าถึงกับจะดันทุรังเอาสมเด็จช่วงขึ้นเป็นสังฆราชให้ได้

 

พวกเราคงยอมไม่ได้ และคงต้องรบกวนเบื้องยุคลบาท พากันไปยื่นถวายฎีกาเพื่อทรงวินิจฉัยถึงคุณสมบัติของสมเด็จช่วงว่าเป็นคุณหรือโทษต่อพระพุทธศาสนา คงต้องถวายเรื่องพฤติกรรมของสมเด็จช่วงที่ไม่พึงปรารถนาต่อพระธรรมวินัย แด่พระองค์ผู้ทรงพระคุณอันประเสริฐให้ทรงทราบ

 

ซึ่งพวกเราก็ไม่อยากทำถึงขนาดนั้น เพราะจะเป็นการไม่บังควรยิ่ง อีกทั้งจะเป็นการรบกวนเบื้องยุคลบาท

 

แต่ถ้าหากปล่อยให้ผ่านไป พระธรรมวินัยคงล่มสลายเพราะวัดธรรมกายเป็นแน่

 

 

หวังว่าคุณวิษณุคงเข้าใจ

 

พุทธะอิสระ
14 มกราคม 2559


 

 

 

 

ที่มา : เฟสบุ๊คพุทธะอิสระ   : 14 มกราคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264