ลักไก่ !

 

 

มส.ประชุม "ลับ" ตั้งสังฆราชแล้ว

ตั้งแต่วันที่ 5

 

สมเด็จช่วง "นอนมา" ตามคาด

 

ดร.เมธาพันธ์ฟันธง !

 

 

 

 

 

มุกฮา..จากเฟสมหาโชว์

 

 

อุ๊ยตาย จริงเหรอ ! ถ้าจริงก็โคตรฮาเลยล่ะ เพราะสมเด็จช่วงจะเป็น "สังฆราชลักไก่" พระองค์แรกในประวัติศาสตร์ เพราะประชุมที่ไหน เมื่อไหร่ ใครเข้าประชุมบ้าง มติว่าอย่างไร ฯลฯ ไม่มีใครรู้เลย ไม่มีใครพูดเลย ถึงวันนี้ (12 มกราคม) ผ่านมาตั้ง 7 วัน ก็ยังไม่มีใครยืนยัน มีกระแสข่าวแต่เพียงว่า "มีการประชุมลับจริง" เท่านั้น มันจึงมองได้ 2 นัยยะ คือ

 

1. มีการประชุมของกรรมการมหาเถรสมาคมหลายรูป อย่างไม่เป็นทางการ (ส่วนใหญ่เป็นฝ่ายมหานิกาย) พูดจาหารือกันเป็นความลับ เกี่ยวกับการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช

 

2. มีการประชุมลับ และตกลงเกี่ยวกับเรื่องนี้ แต่เป็น "มติลับ" ของผู้เข้าร่วมประชุมเท่านั้น ไม่ใช่มติของมหาเถรสมาคม เช่นว่า ตกลงจะโหวตให้สมเด็จวัดปากน้ำเป็นสังฆราช ถ้าหากมีการประชุมอย่างเป็นทางการจริง ถือว่าเป็นการล็อบบี้หรือซาวเสียงภายใน

อย่างไรก็ตาม การที่มีข่าวออกมาเช่นนี้ น่าจะเป็นความราบรื่นของกระบวนการตั้งสังฆราช แต่กลับกลายเป็น "ความกระดำกระด่าง" เพิ่มความเสื่อมเสียให้แก่มหาเถรสมาคมเข้าไปอีก ถือว่าเป็นการ "แหกตา" พุทธศาสนิกชนทั้งประเทศ เพราะการตั้งสมเด็จพระสังฆราชนั้น เป็นตำแหน่งอันศักดิ์สิทธิ์ สูงส่งทั้งด้านประเทศชาติและพระศาสนา จึงต้องมีกระบวนการแต่งตั้งที่ "เปิดเผย" มิใช่ทำลับๆ ล่อๆ ดังที่มีข่าวออกมา แบบว่ามองทางไหนก็ไม่เป็นผลดี

 

ในอีกทางหนึ่งนั้น แม้ว่ามหาเถรสมาคมจะมีมติของที่ประชุมลับออกมาเช่นนั้น แต่เมื่อเป็นการประชุมแบบ "ไม่เป็นทางการ" ทางรัฐบาลก็มีสิทธิ์ที่จะ "ไม่ทำตาม" คือทำเป็นไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนพระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช ที่ทางมหาเถรสมาคมถือว่าเป็น "พระวินิจฉัยส่วนตัว" นั่นเอง แถมว่า ถ้ามหาเถรสมาคมส่ง "มติลับ" ไปให้รัฐบาล แล้วรัฐบาลทำเฉย มหาเถรสมาคมก็ไม่มีสิทธิ์ไม่มีเสียงที่จะ "ทักท้วง" ไปยังรัฐบาลได้ เพราะลักไก่ประชุมนั่นเอง จะแอบกระซิบให้ได้ยินก็ยิ่งลำบาก เหมือนแอบขายยาบ้า ครั้นปล่อยเวลานานไป รัฐบาลก็ไม่ทำอะไร มหาเถรสมาคมก็ทำอะไรไม่ได้ จะประชุมลงมติซ้ำก็ทำไม่ได้ เพราะไม่เคยมีประเพณีปฏิบัติ เพราะตัวเองเล่น "ลักไก่" ไปก่อนแล้วนั่นเอง รอนานไป เกิดสมเด็จช่วงป่วย รัฐบาลตั้งสมเด็จรูปอื่นเข้ามาปฏิบัติหน้าที่แทน ตำแหน่งเก่าหลุด ตำแหน่งใหม่ลอย สมเด็จช่วงก็เป็นได้เพียง "สังฆราชลับๆ" ตลอดกาล เหยียบชายสบงล้มทั้งยืนเลย

 

ก็บอกแล้วไง ขนาดผู้ที่เข้าประชุมยังไม่ยอมเปิดเผยรายละเอียดของการประชุม แล้วใครไหนอื่นจะยอมรับ การประชุม "ลับ" ของมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา จึงเป็น "ความลับ" ต่อไป ไม่อาจเป็นจริงในทางกฎหมายได้เลย ไหนว่ายึดกฎหมายเป็นหลักไงฮะ ทำไมไปทำ "นอกกฎหมาย" เสียเองล่ะ ?

 

อย่างไรก็ตาม ต้องรอฟังทางผู้เกี่ยวข้องได้ออกมาให้ความกระจ่างเกี่ยวกับเรื่องนี้ต่อไป ว่าใคร ไปประชุม ที่ไหน เมื่อไหร่ และประชุมกันว่าอย่างไร ในการประชุม "ลับ" ของมหาเถรสมาคม เมื่อวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา จับตา รับรองว่า..ร้อนผ่าว !

 

 

 

 

จอมโม้ หรือ ฮีโร่ ?

 

ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีระโรจน์

 

อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย

เลขาธิการสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.)

 

มส.มีมติเอกฉันท์ เสนอชื่อ "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" เป็นสังฆราชองค์ที่ 20 แล้ว
 
ดร.เมธาพันธ์ โพธิธีระโรจน์ อาจารย์ประจำมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณ์ราชวิทยาลัย ให้สัมภาษณ์ Thaivoicemedia ว่า เมือวันที่ 5 มกราคม ที่ผ่านมา ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส) มีมติเป็นเอกฉันท์ เสนอชื่อ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ เพื่อเสนอต่อนายกรัฐมนตรี ให้นำขึ้นทูลเกล้าฯเป็น สมเด็จพระสังฆราช องค์ที่ 20 เรียบร้อยแล้ว ทั้งนี้เป็นไปตาม พรบ.คณะสงฆ์ 2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535
ที่พิจารณาสมเด็จพระราชาคณะที่มี สมณศักดิ์สูงที่สุด ซึ่งเชื่อว่าเมื่อเรื่องนี้ถึงมือนายกรัฐมนตรีแล้ว ก็คงจะนำขึ้นทูลเกล้าฯเพื่อโปรดเกล้าแต่งตั้ง ส่วนจะล่าช้าออกไป หรือชะลอไว้ก่อน เพราะต้องการให้ความขัดแย้งเบาบางลงไปนั้นก็ขึ้นอยู่กับนายกรัฐมนตรี แต่หากชะลอเวลาออกไปเป็นเวลานานก็อาจจะเป็นการส่อเจตนาที่ไม่บริสุทธิ์ของนายกรัฐมนตรีก็ได้

 

 

 

 

ที่มา : ไทยวอยซ์ : 12 มกราคม 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264