ตชด.ขอร้อง !

 

 

ประธานโครงการหมู่บ้านศีลห้าขอร้องรัฐบาล

 

ให้เกียรติแก่ มส.บ้าง

 

ทุกวันนี้อยู่อย่างไม่มีเกียรติ

 

 

 

อา..! ตชด. ย่อมาจาก "ตำรวจชายแดน" ส่วน มส. นั้นย่อมาจากอะไรใครรู้บ้าง ? ถ้าแปลว่า "ไม่สน" ล่ะยุ่งเลย อิอิ แต่ถามว่า การออกมาแสดงความเห็น "ผ่านสื่อ" ของเจ้าคุณพิมพ์ในวันนี้ มีอะไรหรือเปล่า ? คำตอบก็คือว่า แหมต้องมีซีคะ คนระดับนี้ ถ้าไม่มีเป้าหมายจะเสียน้ำลายไปทำไม ? มองเป็น 2 นัย

1. แสดงว่ามาตรการกดดันของรัฐบาล ที่ส่งทหารไปตามวัดต่างๆ ในหลายจังหวัด ที่ต้องสงสัยว่าจะใช่ผู้ร่วมก่อม็อบพระที่พุทธมณฑลหรือเปล่า นั้น ก่อให้เกิดความอึดอัดแก่พระเณรจริง ซึ่งมองตามเกมแล้ว ถ้าเล่นแบบนี้ รัฐบาลมีแต่เสียแต้ม เพราะเท่ากับไปสะกิดให้พระ "กระจาย" กันวิจารณ์รัฐบาล อย่าลืมว่า "สิบสื่อก็ไม่เท่า 1 ปากพระ" ถ้ารัฐบาลเล่นเป็น ก็แค่ "ขอคุย" กับผู้นำสงฆ์ หรือผู้นำม็อบ จะนอกรอบหรือในรอบ คุยกับหัวจบก็ถือว่าจบแล้ว ดูแต่มหาเถรสมาคมสิ "ประชุมลับ" ตั้งสมเด็จช่วงเป็นสังฆราช จนป่านนี้ยังไม่รู้ว่าประชุมกันที่ไหน เมื่อไหร่ กี่โมงกี่ยาม แต่พระสงฆ์ไทยทั่วประเทศก็ถูกแอบอ้างว่า "หนับหนุนสมเด็จช่วง" เกินล้าน ! ไม่เห็นใครออกมาเถียงว่าไม่ใช่ ดังนั้น การที่รัฐบาลเจรจาให้เจ้าคุณประสาร "สลายม็อบ" ยอมกลับไปจำวัดที่วัดใครวัดมันนั้น ถือว่าทำงานสำเร็จอย่างอัศจรรย์ เพราะเจ้าคุณประสาร "เข้าทำเนียบ" แค่ 15 นาทีเท่านั้น แต่ภายหลังกลับให้เจ้าหน้าที่ตำรวจตั้งข้อหา "ฝ่าฝืน พรบ.ชุมนุมสาธารณะ" ก็แสดงว่ารัฐบาลไม่รักษาสัจจะเสียเอง เล่นแบบนี้นี่แหละ จะโดนต้านหนัก

 

2. ถามว่า ทำไมต้องเป็น..เจ้าคุณพิมพ์ ซึ่งแต่ไหนแต่ไรมานั้น ท่านเป็นคนน่ารัก แบบว่าด่าใครไม่เป็น เจ้าคุณพิมพ์เป็นพระสายกลาง เข้าได้ทุกฝ่าย มีแต่ศัตรู เอ๊ย มีแต่มิตร ไม่มีศัตรู แต่..อย่าลืมว่า เจ้าคุณพิมพ์ปัจจุบัน "สังกัด" ค่ายปากน้ำ เต็มตัว เพราะอะไรๆ ก็หลวงพ่อวัดปากน้ำให้ ไล่ตั้งแต่

 

2.1 ตำแหน่งเจ้าคณะภาค 7 อันใหญ่บะเริ่มเทิ่ม เป็นรองก็แค่ "ภาค 1" ของมหาสายชล เด็กเส้น อ.ย. เท่านั้น วัดปากน้ำยอมตัดใจให้เจ้าคุณพิมพ์นั่งเก้าอี้ใหญ่ ที่สมเด็จช่วงเคยนั่ง และผ่องถ่ายให้เจ้าคุณวิเชียร รองเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ถือว่าเอื้ออาทรสุดๆ หาไหนไม่ได้แล้ว ดูแต่พอเจ้าคุณพิมพ์ขึ้นนั่นเจ้าคณะ วัดปากน้ำก็ "ยัดชื่อ-มหานิกร" เสียบเข้ามาต่อคิวสืบทอดอำนาจของ "วัดปากน้ำ" ต่อทันที เจ้าคุณพิมพ์กินหัวเมืองเชียงใหม่ได้ ถือว่าต้องผ่านการเช็คสุขภาพจากวัดปากน้ำ ละเอียดถึง..ดีเอ็นเอ เลยทีเดียว

 

2.2 สมณศักดิ์ชั้นหิรัณยบัฏ หรือรองสมเด็จฯ ซึ่งก็สูงเกือบจะที่สุดแล้ว เลื่อนอีกขั้นเดียวก็ "สูงสุดในสยาม" ก็ได้มาเพราะหลวงพ่อวัดปากน้ำให้ มาไกลถึงเพียงนี้ก็ถือว่าไกลเกินฝันแล้วสำหรับเจ้าคุณพิมพ์ แต่ถ้าได้ "สุพรรณบัฏ" ต่อยอดด้วย ก็สุดยอดเลยเชียวล่ะ

 

2.3 ประธานโครงการหมู่บ้านศีลห้า ซึ่งเป็นดำริของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ประธานมหาเถรสมาคม และออกเป็นนโยบายของ มส. อีกต่างหากด้วย โครงการนี้เป็นโครงการที่ดีที่สุดที่วัดปากน้ำเคยทำมา ขนาดว่า "ธรรมกาย" ยังต้องยอมรับไปปฏิบัติ ส่วนใหญ่ในอดีตนั้น มีแต่ มส. ไปรับโครงการของวัดปากน้ำมาปฏิบัติ

 

ทีนี้ว่า ถ้าการเรียกร้องครั้งนี้ได้ผล คือรัฐบาลเชื่อ และยอมอ่อนน้อมต่อมหาเถรสมาคม ก็จะส่งผลต่อเป้าหมายหลัก คือ สมเด็จช่วงได้เป็นสังฆราช ซึ่งจะเปิดทางให้สมณศักดิ์ของฝ่ายมหานิกาย "ว่างลง" อย่างมโหฬาร คือสมเด็จช่วงขึ้นเป็นสังฆราช ตำแหน่ง "สมเด็จ" ก็จะว่าง 1 ตำแหน่ง เมื่อรองสมเด็จเลื่อนขึ้นเป็นสมเด็จ เจ้าคุณชั้นธรรมก็จะเลื่อนขึ้นเป็น "รองสมเด็จ" จากนั้นเจ้าคุณชั้นเทพก็จะเลื่อนเป็น "ชั้นธรรม" ที่เหลือก็จะเลื่อนขึ้นกันเป็นสายยาวจากเชียงรายถึงสุไหงโกลก ส่วนเจ้าคุณพิมพ์นั้นก็ลุ้นกันอยู่ที่ "กก.มส." ซึ่งจะว่างลงอีกต่างหากด้วย ตำแหน่งนี้คือ "รัฐมนตรี" ของคณะสงฆ์ไทย ใหญ่คับฟ้าเชียวล่ะฮ่ะ

 

แต่..แต่นะ ถ้าสมเด็จช่วง "ชวด" เป็นสังฆราช บรรดาสมณศักดิ์และตำแหน่งแห่งหนต่างๆ  "เป็นร้อย" เหล่านี้ จะอันตรธานไปทันที เหมือนรถไฟตกราง หางหรือจะไปได้ นี่คือ "จุดโฟกัส" ให้เกิดจุดกะเพื่อม "อย่างแรง" ไปทั่วประเทศ ต่อกรณีที่รัฐบาล "ดองเรื่อง" ไม่ยอมนำมติ มส. เสนอนาม "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" ขึ้นทูลเกล้าฯ สถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราช และเชื่อว่าจะเพิ่มความร้อนขึ้นเรื่อยๆ เพราะวันนี้ก็ระดับ "รองสมเด็จ" ออกมาส่งสัญญาณถึงรัฐบาลแล้ว ต่อไปก็คงต้องถึงคิว..สมเด็จฯ องค์ใดองค์หนึ่ง จะต้องออกแอ๊กชั่นบ้าง ไม่งั้นก็จะถูกนำมาพิจารณาความดีความชอบในภายหลัง เรื่องแบบนี้เขาจำกันไม่ลืมหรอก

 

ส่วนพวกพระเด็กๆ นิสิต มจร. ทั้งส่วนกลางและส่วนภูมิภาคนั้น ก็ระวังหน่อย อย่าส่งเสียงดังเกินไป ประเดี๋ยวผู้ใหญ่เขารำคาญ คอยดู "งบประมาณ มจร." ปีหน้าก็แล้วกัน ถ้าถูกตัดบานเบอะ ก็อย่าโทษใคร ให้ไปถาม เจ้าคุณประยูร (พระพรหมบัณฑิต) อธิการบดี มจร. ว่าทำยังไง ทำไมเงินมันหกไปเกือบค่อนย่าม คุมคนของตนเองไม่อยู่หรือเปล่า หุหุ !

 

 

 

 

พระพรหมเสนาบดี

(พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.7)

เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เจ้าคณะภาค 7

 

ประธานคณะกรรมการขับเคลื่อนโครงการหมู่บ้านศีลห้า

 

 

พระพรหมเสนาบดี โต้รัฐบาล คณะสงฆ์ไม่ได้แตกแยก ย้ำควรให้เกียรติพระสงฆ์ ส่งทหารไปตามวัดไม่เหมาะ แนะนึกถึงคุณความดีพระสงฆ์ส่วนใหญ่ทำเพื่อประชาชน สังคม ประเทศชาติ ขณะที่ประธานสภานิสิต มจร. ผนึกกำลังสภานิสิตทั่วประเทศ เตรียมแสดงท่าทีต่อรัฐบาล ส่วนพระสังฆาธิการ ฆราวาส พื้นที่อีสานฮึ่ม เจ้าหน้าที่รัฐปฏิบัติ 2 มาตรฐาน

 

 

 

วันอาทิตย์ที่ 28 กุมภาพันธ์ 2559 เวลา 14:00 น.  พระพรหมเสนาบดี เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา เจ้าคณะภาค 7 (เชียงใหม่ ลำพูน แม่ฮ่องสอน) กล่าวถึงรัฐบาลไม่เชื่อมั่นมหาเถรสมาคม (มส.) และระบุว่า คณะสงฆ์ขัดแย้งแตกแยกว่า คณะสงฆ์ไม่ได้ขัดแย้งแตกแยก โดยเฉพาะการเสนอนามสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อสถาปนาเป็นสมเด็จพระสังฆราชนั้นกรรมการ มส. ทั้งฝ่ายธรรมยุตและฝ่ายมหานิกาย มีมติเห็นชอบร่วมกันตาม พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505แก้ไขเพิ่มเติม 2535

ซึ่งการที่ มส. มีมติเกี่ยวกับเรื่องสังฆราชออกไปแล้ว ฝ่ายรัฐบาลไม่ให้ความเชื่อถือ ก็ไม่เคยมีเหตุการณ์เช่นนี้มาก่อน ที่สำคัญตนได้รับรายงานว่า มีทหารเข้าไปตามวัดต่างๆ ในพื้นที่ภาคเหนือ ก็ยิ่งรู้สึกไม่สบายใจเป็นอย่างยิ่ง ที่ฝ่ายบ้านเมืองทำไม่เหมาะสม ไม่ให้เกียรติคณะสงฆ์ไทย ซึ่งคณะสงฆ์จะทำอะไร มีระบบ มีพระธรรมวินัย ยึด พ.ร.บ.คณะสงฆ์และจริยาพระสังฆาธิการคอยกำกับ อยากให้ระลึกถึงสิ่งที่พระสงฆ์ได้กระทำ ซึ่งล้วนแล้วแต่เพื่อประโยชน์ประชาชนสังคมและประเทศชาติ
ตอนนี้การเมืองเข้ามายุ่งเกี่ยวกับศาสนา ชาวบ้านประชาชนทั่วไปเขาดูออกว่า รัฐบาลกระทำอย่างไรกับคณะสงฆ์ พยายามให้ประชาชนเห็นว่าคณะสงฆ์ขัดแย้ง ซึ่งความจริงไม่มีเลยเวลานี้จะให้คณะสงฆ์รวมพลังกันให้เห็นก็ได้ และอยากจะบอกว่า พระสงฆ์มีแต่ธรรมะ ไม่มีศาสตราวุธ

อย่างไรก็ตาม ขอให้ฝ่ายบ้านเมืองให้เกียรติคณะสงฆ์กันบ้าง ให้นึกถึงคุณงามความดีที่คณะสงฆ์ได้ทำเพื่อประเทศชาติบ้านเมือง หากเหตุการณ์ยังเป็นเช่นนี้ต่อไป ความมั่นคงของสถาบันชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ จะอยู่ได้อย่างไร
พระพรหมเสนาบดีกล่าว

ด้านพระปลัดนนท์ ประธานสภานิสิต มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) กล่าวว่า ขณะนี้สภานิสิต มจร. ได้ประสานไปยังสภานิสิตทุกวิทยาเขตทั่วประเทศแล้ว เพื่อเตรียมแสดงท่าทีและจุดยืนต่อรัฐบาล ในการไม่เชื่อถือมหาเถรสมาคม (มส.) ต่อองค์กรปกครองสูงสุดของคณะสงฆ์ไทย และปฏิบัติต่อคณะสงฆ์แบบเลือกปฏิบัติ รวมทั้งการส่งทหารมาดูและควบคุมนิสิตตามวิทยาเขตต่างๆ เป็นการละเมิดต่อสิทธิของสถาบันการศึกษา เป็นการคุกคามทางอ้อม เนื่องจากพระนิสิตก็ไม่ได้ทำอะไรที่มีความรุนแรงอย่างไรก็ตาม ทางนิสิต มจร. จะประสานความร่วมมือกัน ว่าจะเดินหน้าอย่างไรในการปกป้องคุ้มครองพระพุทธศาสนา

"สำหรับเรื่องการคว่ำบาตรรัฐบาลอาตมาไม่ได้พูดลอยๆ เนื่องจากคำว่าคว่ำบาตรมีอยู่ในพระไตรปิฎกฉบับหลวงภาษาไทยเล่มที่ 7 โดยพระพุทธองค์ ได้ทรงบัญญัติไว้ว่า ดูกรภิกษุทั้งหลายสงฆ์พึงคว่ำบาตรแก่อุบาสกผู้ประกอบด้วยองค์ 8 คือ

 

1.ขวนขวายเพื่อมิใช่ลาภแห่งภิกษุทั้งหลาย

2.ขวนขวายเพื่อมิใช่ประโยชน์แห่งภิกษุทั้งหลาย

3.ขวนขวายเพื่ออยู่ไม่ได้แห่งภิกษุทั้งหลาย

4. ด่าว่าเปรียบเปรยภิกษุทั้งหลาย

5. ยุยงภิกษุทั้งหลายให้แตกกัน

6.กล่าวติเตียนพระพุทธเจ้า

7. กล่าวติเตียนพระธรรม

8. กล่าวติเตียนพระสงฆ์

 

ดูกรภิกษุทั้งหลาย เราอนุญาตให้คว่ำบาตรแก่อุบาสกผู้ประกอบด้วยองค์ 8 นี้ ประธานสภานิสิต มจร. กล่าว

 

ขณะที่ พระมหาศิริศักดิ์ สิริวุฑฺปัญฺญาเมธี รองประธานสภานิสิต มจร. วิทยาเขตขอนแก่น กล่าวว่า ไม่เพียงเขตกรุงเทพฯและปริมณฑลเท่านั้น ที่มีทหารเข้าไปตามวัดและสถาบันการศึกษาอย่าง มจร. แม้แต่ของแก่น บางหน่วยงานได้ส่งเจ้าหน้าที่ทหารตำรวจมาตามวัดและมหาวิทยาลัยสงฆ์ มาถามว่า มีพระรูปใดไปชุมนุมที่พุทธมณฑลบ้าง พร้อมสั่งเจ้าอาวาสห้ามไม่พระสงฆ์ออกนอกวัด หากคณะสงฆ์มีการจัดกิจกรรมอะไรในส่วนกลาง เจ้าอาวาสจะมีความผิดไปด้วย ทำให้พระสังฆาธิการสถานิสิต มจร. ขอนแก่นและพุทธศาสนิกชนในพื้นที่ขอนแก่นไม่พอใจ ที่ได้รับการปฏิบัติแบบ 2 มาตรฐาน เพราะขณะที่พระบางรูปคนบางกลุ่มออกไปเคลื่อนไหวด่าคนนั้นคนนี้ แม้แต่พระมหาเถรใน มส. ทางเจ้าหน้าที่ตำรวจ ทหารกลับอำนวยความสะดวก นอกจากนี้ขอถามถึง นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ ที่นายกรัฐมนตรีส่งมาให้ดูแลงานพระศาสนา กลับไม่เชื่อถือคณะสงฆ์ ท่านจะทำงานตรงนี้ได้อย่างไรด้วย

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์  : 29 กุมภาพันธ์ 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264