ขี้ขึ้นสมอง !

 

 

รัฐบาลเตรียมทหาร 5 กองร้อย

 

รอรับม็อบพระที่พุทธมณฑล

 

 

 

อืม ! นี่หรือเมืองพุทธ รัฐบาลของพุทธศาสนิกชน เมืองที่มี "วัดพระแก้ว" ตั้งอยู่กลางพระบรมมหาราชวัง ตั้งแต่เริ่มสร้างกรุงเทพมหานครอมรรัตนโกสินทร์ ถามว่า ณ ปัจจุบันวันนี้ รัฐบาลไทย "มอง" พระสงฆ์ไทยอย่างไร โอเค เรื่องพระจะประท้วงอะไรต่างๆ นั้น มันมีอยู่แน่ แต่ว่า "ทัศนคติ" และ "วิธีการจัดการปัญหา" นั่นต่างหากที่น่าสนใจ

น่าสนใจว่า รัฐบาลทหาร "มอง" พระสงฆ์ไทยอย่างไร มองในฐานะ "พระ" ที่ยังคงเป็นตัวแทนของพระพุทธศาสนา หรือว่ามองแค่เป็น "พลเมือง" ของประเทศ จึงนำมาซึ่ง "วิธีการ" ในการบริหารจัดการปัญหาของพระสงฆ์ที่เกิดขึ้น โดยเฉพาะอย่างยิ่งก็คือ "มวลชน" ของพระสงฆ์

 

ถ้ารัฐบาลมองอย่างที่นายกรัฐมนตรีอ้าง คือ มองอย่างเป็นกลาง ย่อมจะไม่เห็นอะไรร้ายแรง ถึงจะมีภาพพระบางรูป "ล็อกคอทหาร" ประจานอยู่ก็ตาม นั่นก็ไม่ได้เสียหายร้ายแรงอะไร เพราะในอีกมุมมองหนึ่งก็ย่อมจะเห็นว่า "ทหารก็มิได้ปฏิบัติต่อพระสงฆ์อย่างละมุนละม่อมเท่าที่เป็น" มันจึงเกิดภาพนี้ขึ้นมา

 

มาจนถึงวันมาฆบูชา ซึ่งถือว่าเป็นวันสำคัญของพระพุทธศาสนา และของประเทศชาติ ถึงจะมีข่าวพระสงฆ์ประชุมกันก็ตาม รัฐบาลก็ไม่น่าจะเตรียมการเหมือนกับพระสงฆ์เป็นบุคคลอันตรายของประเทศ ถึงกับเตรียมทหารไว้มากมายถึง 5 กองร้อย พร้อมสำหรับการเข้าควบคุมพุทธมณฑลภายใน 1 ชั่วโมง ตามข่าว ข่าวที่ออกมาจึงถือว่า "ไม่เป็นสิริมงคล" สำหรับประเทศไทยในวันสำคัญของชาติวันนี้

 

บอกได้คำเดียวว่า ถ้ารัฐบาลเห็นภาพนี้แล้ว มองพระสงฆ์เป็นบุคคลอันตราย ก็ถือว่า เป็นทัศนคติที่อันตราย !

 

ที่ว่าอันตรายนั้น ก็เพราะว่า หากรัฐบาลมองมวลชนของพระว่าเป็นมวลชนที่นิยมความรุนแรง รัฐบาลก็ย่อมจะกำหนด "วิธี" ควบคุมหรือปราบปรามมวลชน "อย่างรุนแรง" ไปด้วย ถ้าขนาดว่า "พระเณร" ยังถูกรัฐบาลมองเช่นนี้ แล้วประชาชนทั่วไปจะถูกมองอย่างไร มันไม่ยิ่งกว่าหรือ ?

 

ดังนั้น จึงอยากจะให้รัฐบาล "ปรับมุมมอง" สำหรับพระภิกษุสามเณรเสียใหม่ ไม่ว่าจะเป็นม็อบพระเณรวัดพระธรรมกายหรือวัดไหนก็ตาม โดยพื้นฐานก็เป็นชาวไทยเหมือนกัน เป็นนักบวชในพระพุทธศาสนา ถึงจะมีลัทธิความเห็นแตกต่างอย่างไร ก็เป็นแต่เพียงความเห็นที่แตกต่าง มิใช่สิ่งเลวร้ายถึงกับต้องใช้กำลังเข้าปราบปราม แต่ยิ่งใช้กำลังก็ยิ่งไม่ได้ผล มันจะมีแต่เสียกับเสีย และเสียกับรัฐบาลนั่นเอง มิใช่ใคร !

 

 

 

 

 

 

ภาพนี้ที่ว่าไม่น่ารัก

 

ถ้ามองมุมหนึ่ง อาจจะเห็นว่าพระท่านรุนแรง ถึงกับล็อกคอทหาร แต่ถ้ามองมุมหนึ่ง เออก็ดีนะ ให้พระล็อกคอทหาร ดีกว่าให้ทหารล็อกคอพระ

 

ดังมีเรื่องเล่าว่า ในสมัยรัชกาลที่ 3 มีข้าราชการไปพบพระภิกษุสามเณรวัดมหาธาตุฯ ตั้งวงเตะตะกร้อกันในเวลาเย็น จึงนำความไปกราบบังคมทูลฟ้องต่อในหลวง พระบาทสมเด็จพระนั่งเกล้าเจ้าอยู่หัว ทรงสดับคำฟ้องแล้ว ก็ทรงตรัสว่า "เออ เจ้ากูจะเล่นบ้างก็ชั่งเจ้ากูเถิด" ข้าราชการได้ฟังก็หมดปฏิภาณจะฟ้อง พระเณรวัดมหาธาตุเมื่อได้รับทราบพระราชดำรัสเช่นนั้น ก็เกิดสำรวมระวัง ห้ามปรามกันเอง ไม่เล่นตะกร้อให้เอิกเกริกอีก และไม่มีเงื่อนไขให้ใครนำไปฟ้องร้องอีกจนสิ้นรัชกาล

 

นี่คือ สุดยอดกุสโลบาย ที่ผู้ใหญ่ในบ้านเมืองนำมาใช้กับบุคคลพิเศษ เช่นพระภิกษุสามเณร ซึ่งก็หวังว่า อัจฉริยบุคคลเช่นท่านนายกรัฐมนตรีคนปัจจุบัน จะได้ใช้อัจฉริยภาพเช่นนั้นบ้าง บ้านเมืองที่รุมเร้าร้อนแรงอยู่ในเวลานี้ จะได้เย็นลง ดังฝนโปรยปราย !

 

 

 

 

 

 

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวัน (22 ก.พ. 59) มีทหารจากค่าย มทบ. 11 นอนพักและเดินตรวจตราเพื่อป้องกันเหตุอยู่ภายในสวนพุทธมณฑล ขณะที่ พล.ต.ต.กฤษณะ ทรัพย์เดช ผบก.ภ.จ.นครปฐม ได้เตรียมกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชน 1 กองร้อย ไว้ที่ โรงเรียนสืบสวนสอบสวนกลาง ต.ศาลายา อ.พุทธมณฑล เพื่อให้การสนับสนุนหน่วยทหารที่อยู่ภายในสวนพุทธมณฑล หากมีเหตุร้ายหรือเหตุรุนแรง และมีกำลังสำรองอีก 5 กองร้อย สามารถเคลื่อนกำลังมาถึงสวนพุทธมณฑลได้ภายใน 1 ชั่วโมง ส่วนของ ตร.ภ.7 ได้สั่งกำลังกองร้อยควบคุมฝูงชนจาก 8 จังหวัด พร้อมเดินทางมาสมทบหากมีเหตุการณ์รุนแรง

 

 

 

 

 

ข่าว : ไทยรัฐ  : 22 กุมภาพันธ์ 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264