เสียดาย !

 

 

ผู้ตรวจการแผ่นดินเผย

"เสียดาย ที่บิ๊กตู่ไม่ใช้ ม.44 จัดการธัมมชโย"

 

 

ระบุ ถึงทำตอนนี้ก็คงไม่ทัน เพราะ..สายไปเสียแล้ว ทั้งม็อบพระม็อบโยมรวมตัวกันเรียบร้อยแล้ว คิดปราบก็คง..เหนื่อย มีทางลงง่ายนิดเดียวก็คือ รีบๆ ประกาศใช้รัฐธรรมนูญ แล้วปล่อยให้มีเลือกตั้ง โยนปัญหาเก่าให้รัฐบาลใหม่ไปแก้ ส่วน คสช. ก็สลายตัวไป รอให้เกิดวิกฤตครั้งใหม่ค่อยเข้ามายึดอำนาจอีกครั้ง แต่จะมีโอกาสอีกหรือไม่ก็ไม่รู้สินะ เพราะประวัติศาสตร์ย่อมไม่หมุนซ้ำรอยเดิม !

 

 

 

 









 

 

 

 

ทุกรูปแบบ !

 

 

ธัมมชโย-ธรรมกาย เมื่อมีโอกาส หรือมีอำนาจ ก็รีบฉวยโอกาส ทำการเผยแพร่ลัทธิในทุกรูปแบบ ทุกวิธีการ ใช้ทั้งรัฐบาลคณะสงฆ์ คือมหาเถรสมาคม ใช้ทั้งรัฐบาล น.ส.ยิ่งลักษณ์ ชินวัตร "รุกยึดพื้นที่" และสร้างฐาน "ป้องกันฐาน" ใช้แม้กระทั่ง "เหรัญญิกวัดพระธรรมกาย-นายศุภชัย ศรีศุภอักษร" เข้าไปใช้ตำแหน่ง "ประธานสหกรณ์เครดิตยูเนียน คลองจั่น" ผันเงินมาให้วัดพระธรรมกายและธัมมชโยเป็นพันๆ ล้าน พอสหกรณ์ล้มก็โยนปัญหาให้ "รัฐบาล" แก้ไข ปล่อยให้โจรลอยนวลกันสบายๆ เดี๋ยวก็ออกคุกมานั่งกินก๋วยเตี๋ยวเรือที่คลองสาม

 

นี่คือ การทำงาน "ตามแผน" ที่วางไว้อย่างเป็นระบบ หาใช่ "ใครคนใดคนหนึ่งคิด" แต่อย่างใดไม่ ดังนั้น ที่ธัมมชโยพูดผ่านจอดาวธรรมต่อหน้าเด็กนักเรียนอนุบาลในฝันว่า "ไม่เล่นการเมือง" นั้น ก็บอกได้คำเดียวว่า..ตอแหล !

 

 


 

 

ไม้เดียว !

 

 

 

แล้วมาดูรัฐบาลทหารของ "บิ๊กตู่" ผู้มีดาบวิเศษ "ม.44" เหมือนนิ้วเพชรของนนทกะ ทั้งๆ ที่มีเวลาจำกัด ต้องทำงานแข่งกับเวลาเลือกตั้งที่จะมาถึงในกลางปีหน้า 56 งานใหญ่ระดับ "ขุดรากถอนโคน" น่าจะเร่งจัดการก่อน แล้วจึงค่อย "ทยอย" ตัดรากฝอยหรือกิ่งก้าน ในภายหลัง แต่กลับกัน บิ๊กตู่กลับเร่งงานรอง ออกแขก-เดินสาย สร้างความนิยมให้รัฐบาลทหาร พร้อมๆ กับการ "ลอก" นโยบายประชานิยมของทักษิณมาใช้ เปลี่ยนชื่อใหม่เป็น "ประชารัฐนิยม" ปัญหาที่เหลือก็แก้ด้วยการ "ทะเลาะกับนักข่าว" เป็นรายวัน คุยโวว่า "ผมทำงานหนัก ทำไม่ไม่มีใครเห็นใจ เอาแต่เรียกร้อง แน่จริงมาเป็นนายกฯเองเซ่" พอมีคนเขาสวนกลับว่า "ก็ใครบังคับคุณเป็น ทำไม่เป็นหรือทำไม่ได้ก็ลาออกเซ่ อยู่ทำพรื๊ออะไร" ก็เงียบ สุดท้ายใช้มาตรการเด็ดขาด "จำกัดคำถามนักข่าว"

กล่าวถึงปัญหาคณะสงฆ์ก็เช่นกัน มันแสดงให้เห็นว่า ผู้หลักผู้ใหญ่ในบ้านเมือง นับตั้งแต่ "องคมนตรี" ลงมา ถึงรัฐบาลทุกชุด ต่างไม่มีความรู้ความเข้าใจในกิจการพระศาสนาที่เกี่ยวโยงกับ "ความมั่นคง" ของชาติ วันๆ สนใจแต่เรื่องการเมือง ปล่อยกิจการพระศาสนาให้ตกอยู่ในอำนาจของ "หลวงตาแก่ๆ" เพียง 8 องค์ สุดท้ายพอถูกการเมืองของฝ่ายตรงข้าม "เข้ายึดเป็นฐาน" ลามปามไปทั้งประเทศ จะแก้ยังไงก็ลำบาก แถมใช้คนไม่ถูกกับงานอีกต่างหาก ให้ "สาม พ." คือ พุทธะอิสระ ไพบูลย์ และไพศาล พืชมงคล ออกมาเล่นเรื่องสังฆราชและธรรมกาย ก็ถูกเตะสะท้อนกระดอนกระเด็นใส่หน้า "รัฐบาลทหาร" เต็มตีน กลืนไม่เข้าคายไม่ออกอยู่จนบัดนี้

 

ความจริงแล้ว (ไม่ใช่อวดรู้นะ) แต่ขอบอกว่า ถ้ารัฐบาลใหม่รวมทั้งผู้อยู่เบื้องหลังการปฏิวัติรัฐประหาร มีวิสัยทัศน์ทั้งด้านการศาสนาและการเมือง เมื่อได้อำนาจมาแล้ว คือหลังยึดอำนาจใหม่ๆ ก็ควรรีบใช้ "ม.44" ยุบ พรบ.คณะสงฆ์ พ.ศ2505 แล้วออก พรบ.ฉบับชั่วคราวมาใช้ เหมือนยุบรัฐธรรมนูญ พ.ศ.2540 แล้วใช้ รธน.ฉบับชั่วคราว จากนั้นก็ตั้งกรรมาธิการร่าง พรบ.คณะสงฆ์ ควบคู่กับ กรรมาธิการร่าง รธน. ฉบับใหม่ ในขณะเดียวกันก็ใช้ พรบ.คณะสงฆ์ ฉบับชั่วคราว เข้ามาสะสางปัญหาในคณะสงฆ์ โดย พรบ.คณะสงฆ์ฉบับใหม่ อาจจะกำหนดให้ "สมเด็จพระราชาคณะผู้อาวุโสสูงสุดโดยอายุพรรษา" ขึ้นเป็นผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช รวมทั้งนำเอามาตรานี้เข้าไปใช้ พรบ.คณะสงฆ์ ฉบับใหม่ด้วย แบบนี้ถึงจะเรียกว่า "เป็นมวย" แต่นี่กลับกล้าๆ กลัวๆ จนภาพพจน์พระพุทธศาสนาเสียหาย กลายเป็นม็อบพุทธชนกันเอง ทั้งนี้ก็เพราะอะไร ?

 

 

 

 

 

 

 

ผู้ตรวจฯเสียดาย "บิ๊กตู่" เมิน ม.44 ชี้ขาด "ธัมมชโย" ปาราชิกหรือไม่

 

 

ผู้ตรวจการแผ่นดินเสียดาย "บิ๊กตู่" เมินข้อเสนอใช้มาตรา 44 แก้ปัญหา "ธัมมชโย" ปาราชิกหรือไม่ แต่ถ้าใช้ตอนนี้อาจช้าเกินไปแล้วเพราะความเห็นต่างรุนแรงขึ้น ส่วนกรณี "สมเด็จช่วง" รอคนร้องครองรถเถื่อน

วันนี้ ( 21 ก.พ. 59 ) พล.อ.วิทวัส รัชตะนันทน์ ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวว่า กรณีพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ผู้ตรวจการแผ่นดินเคยมีข้อเสนอแนะไปยังหน่วยงานต่างๆ ที่เกี่ยวข้องมาครั้งหนึ่ง หลังจากมีผู้ร้องเข้ามา ไม่ว่าจะเป็นสำนักงานอัยการสูงสุด (อสส.) ซึ่งขณะนั้นมี นายตระกูล วินิจนัยภาค เป็น อสส. ซึ่งทราบว่ามีการตั้งคณะกรรมการสอบสวนกรณีที่ นายพชร ยุติธรรมดำรง สมัยดำรงตำแหน่ง อสส. ถอนฟ้องคดีพระธัมมชโย เป็นไปโดยชอบหรือไม่แล้ว แต่ไม่ทราบว่ามีความคืบหน้าอย่างไร

 

"นอกจากนี้ ยังส่งไปให้รัฐบาล โดยเสนอแนะให้ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ใช้มาตรา 44 ตั้งคณะกรรมการตรวจสอบขึ้นมา 1 ชุด ซึ่งประกอบไปด้วย พระสงฆ์ และฆราวาส ที่มีความเชี่ยวชาญพระธรรมวินัย ซึ่งในประเทศไทยมีหลายคน และได้รับการยอมรับ เพื่อศึกษากรณีของพระธัมมชโยว่าปาราชิกหรือไม่ เมื่อศึกษาเสร็จแล้วให้ทำความเห็นเสนอไปยังมหาเถรสมาคม (มส.) เพื่อวินิจฉัย หาก มส. เห็นชอบตามที่คณะกรรมการเสนอมา ก็ดำเนินการกับพระธัมมชโย แต่หากเห็นแย้ง ไม่ดำเนินการตาม มส. ก็ต้องมีเหตุผลที่สามารถหักล้างคณะกรรมการชุดนี้ได้ โดยเราเห็นว่าวิธีการดังกล่าวน่าจะเหมาะสมกับเรื่องนี้ แต่นายกฯระบุว่าสามารถใช้กลไกปกติได้ ก็ไม่เป็นไร ถือเป็นดุลพินิจของท่าน" พล.อ.วิทวัส กล่าว

 

ผู้ตรวจการแผ่นดิน กล่าวต่อว่า ข้อเสนอที่ผู้ตรวจการแผ่นดินส่งไป เป็นวิธีที่รัฐบาลไม่ต้องเปลืองตัวอะไรมาก เพราะคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นล้วนเป็นพระสงฆ์หรือฆราวาสที่มีชื่อเสียง มีความรู้เรื่องพระธรรมวินัยเป็นอย่างดี เป็นกลาง ได้รับการยอมรับจากสังคม โดยเอาข้อเท็จจริงเป็นตัวตั้ง

 

พล.อ.วิทวัส กล่าวด้วยว่า ส่วนกรณีกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตรวจสอบพบว่า รถเบนซ์ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ หรือสมเด็จช่วง วัดปากน้ำ ภาษีเจริญ นำเข้าผิดกฎหมายนั้น เรื่องนี้ไม่ได้มีผู้ร้องมายังผู้ตรวจการแผ่นดิน ซึ่งผู้ตรวจการแผ่นดินไม่สามารถหยิบยกขึ้นมาเองได้ ต้องมีคนร้องเข้ามาก่อน อย่างไรก็ตาม ทราบว่าขณะนี้ดีเอสไอสอบอยู่ ซึ่งกลไกของดีเอสไอน่าจะดีกว่า

 

ผู้สื่อข่าวถามว่า คิดว่ากรณีของสมเด็จช่วง นายกฯควรใช้มาตรา 44 เพื่อตั้งคณะกรรมการขึ้นมา 1 ชุด เหมือนข้อเสนอแนะของผู้ตรวจการแผ่นดินในกรณีพระธัมมชโยหรือไม่ พล.อ.วิทวัส กล่าวว่า ไม่รู้จะทันหรือเปล่า เพราะข้อเสนอนี้เหมาะสมกับช่วงเวลานั้นมาก ความเห็นต่างยังไม่รุนแรงมากขนาดนี้ หากจะใช้ตอนนี้คิดว่าอาจจะช้าเกินไป

 

 

 

ข่าว : ไทยโพสต์  : 22 กุมภาพันธ์ 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264