NO VOICE !

 

 

 

สมเด็จช่วงสั่งพระเณรวัดปากน้ำเงียบ

ห้ามต่อปากต่อคำ

 

เพราะยิ่งต่อก็ยิ่งยาว ยิ่งสาวก็ยิ่งยืด

 

 

 

 

 

เจ้าของอู่ 2 ราย เข้าแจงดีเอสไอ ไม่เกี่ยวการนําเข้า-จดทะเบียน วิษณุ รับแนวทางแก้ยังไม่ชัด

 


วิษณุ ย้ำ ยังไม่ชัดแนวทางแก้ปัญหาความขัดแย้งคณะสงฆ์ เรื่องสถาปนาสมเด็จพระสังฆราชองค์ใหม่ อ้างรัฐบาลไม่มีอำนาจไขทางออกเบ็ดเสร็จ ขณะที่ กอ.รมน.ชี้ม็อบพระละเอียดอ่อน ระวังแสดงความเห็น เผย บิ๊กตู่ สั่งทำความเข้าใจ ขณะที่เจ้าของอู่สองรายเข้าพบดีเอสไอให้ข้อมูลเพิ่มเติม ยันไม่เกี่ยวการนำเข้า-จดประกอบรถเบนซ์โบราณ โดยอธิบดีดีเอสไอเล็งอาจใช้นิติวิทยาศาสตร์พิสูจน์ความจริงกรณีลายเซ็น สมเด็จช่วง พร้อมเข้าพบสอบถามความต้องการครอบครองรถ อาจนำของกลางมาดูแลเอง ด้าน สมเด็จช่วง สั่งพระในวัดไม่ต้องตอบโต้ใดๆ

 

 

 

รองวิษณุระบุ "ยังทูลเกล้าฯสังฆราชไม่ได้" จนกว่าเรื่องทั้งหมดจะยุติ

 

ความคืบหน้าปัญหาการทูลเกล้าฯ สถาปนาสมเด็จพระสังฆราช องค์ใหม่ ที่มีทั้งฝ่ายต้านและฝ่ายหนุน ผู้สื่อข่าวรายงานจากทำเนียบรัฐบาล เมื่อวันที่ 19 ก.พ. หลังได้รับการเปิดเผยจากนายวิษณุ เครืองาม รองนายกรัฐมนตรี ถึงทางออกของปัญหาในเรื่องนี้ว่า ยังไม่ได้ เพราะไม่เหมือนเรื่องอื่นที่อยู่ในอำนาจรัฐบาลร้อยเปอร์เซ็นต์ เรื่องนี้เกี่ยวพันหน่วยงานอื่นและขั้นตอนต่างๆ ยิ่งกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) เข้ามายิ่งกลายเป็นอีกเรื่อง ต้องทำให้ยุติ เรื่องที่รัฐบาลต้องนำความกราบบังคมทูลฯ หากมีข้อโต้แย้งคัดค้าน ต้องมีวิธีการดำเนิน จะส่งไปแล้วนั่งนิ่งเฉยๆ ไม่ได้ ส่วนปัญหาเกี่ยวกับการนำเข้ารถนั้น ตนกำลังเข้าไปดูในส่วนของข้าราชการที่ปล่อยให้ปัญหานี้เกิดขึ้น

 

 

 

สุวพันธุ์ยังไม่ตอบเรื่องตั้งสังฆราช

 

เช่นเดียวกับนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รมต. ประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กล่าวถึงความขัดแย้งของคณะสงฆ์ในเรื่องนี้ว่า คงจะไม่มีการดีเบตแล้ว แต่จะเป็นการพูดคุยในหลายรูปแบบกับฝ่ายต่างๆ ที่เกี่ยวข้อง หารือถึงสถานการณ์ปัญหา แนวทางแก้ไข ที่ไม่เพียงประเด็นความขัดแย้ง รวมถึงประเด็นการปฏิรูปในอนาคตด้วย ซึ่งเบื้องต้นพูดคุยกันบ้างแล้ว และได้กำหนดต้องได้ข้อยุติร่วมกันเมื่อไหร่ ส่วนคดีรถโบราณที่ดีเอสไอชี้มูลความผิดไปแล้ว อยากแยกออกจากเรื่ององค์รวมของพระพุทธศาสนา ไม่มารวมกันหมด แม้อาจจะมีบางเรื่องเชื่อมโยงกันอยู่ก็ตาม ถ้าเป็นเรื่องข้อกฎหมายก็ดำเนินการไป และไม่ขอตอบเรื่องการเสนอชื่อแต่งตั้ง รวมถึงไม่รู้สึกกดดันใดๆ เพราะทำตามหน้าที่ และยังมีเวลากระบวนการพูดคุย เวลานี้ขอให้ทุกฝ่ายลองยืนนิ่งๆ ดูบทบาทของเรา และควรบริโภคข่าวสารอย่างมีสติ ไม่มีความอคติ ถ้าใช้วิธีที่สร้างสรรค์ก็จะแก้ปัญหาได้

 

 

 

กอ.รมน. ระบุ ม็อบพระสงฆ์เป็นเรื่องละเอียดอ่อน อย่ามองด้านเดียว

 

 

ขณะที่ พล.ต.บรรพต พูลเพียร โฆษกกองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในราชอาณาจักร (กอ.รมน.) กล่าวถึงกรณีความเคลื่อนไหวของคณะสงฆ์กลุ่มต่างๆ ว่า ในเรื่องที่เกี่ยวกับมิติของศาสนาถือเป็นเรื่องละเอียดอ่อนต่อความรู้สึกและศรัทธาของศาสนิกชน ทุกฝ่ายควรระมัดระวังการแสดงความเห็นเฉพาะฝ่ายเดียวในทุกช่องทาง ในส่วนรัฐบาล พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี สั่งการให้ทุกฝ่ายพยายามทำความเข้าใจ ลดการขยายความเห็นต่าง และหาทางออกร่วมกันให้ได้ข้อยุติ สำหรับมุมมองของฝ่ายความมั่นคงนั้น ถ้าหากปรากฏการณ์รวมพลังเคลื่อนไหวในรูปแบบต่างๆ อาจเข้าข่ายสุ่มเสี่ยงต่อการละเมิดกฎหมายที่มีอยู่เดิม และกฎหมายใหม่ที่มีผลบังคับใช้ด้วย

 

 

เจ้าของอู่เบนซ์เข้าให้ปากคำดีเอสไอ

 

สำหรับความคืบหน้าคดีรถโบราณนั้น ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อช่วงสายวันเดียวกัน เจ้าของอู่ที่ปรากฏเป็นข่าวเกี่ยวข้องกับรถเบนซ์โบราณของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้เข้าพบให้ปากคำเพิ่มเติมกับเจ้าหน้าที่ดีเอสไอ โดยนายวิชาญ รัษฐปานะ เจ้าของบริษัทแอนซีทรานสฟอร์เมอร์ จำกัด ซึ่งเป็นอู่ที่ประกอบรถเบนซ์โบราณคันที่เป็นข่าว กล่าวหลังเข้าพบ ร.ต.อ.สุรวุฒิ รังไสย์ รอง ผบ.คดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ นานร่วม 2 ชม. ยอมรับว่าเป็นอู่ที่ทำตัวรถคันดังกล่าว แต่ต้องแยกออกเป็นเรื่องๆ เช่น การนำเข้า การจดประกอบการเสียภาษี และการจดทะเบียนรถ โดยข่าวเสียหายออกมาที่ตนเยอะมาก เพราะทำรถเบนซ์คันนี้ขึ้นมา ถ้าไม่ทำคงไม่วุ่นวายขนาดนี้ แต่หากเปิดอู่ซ่อมรถรับจ้างทำงานและเป็นความผิดก็ไม่รู้จะอยู่กันอย่างไรแล้ว ส่วนเรื่องเอกสารการยื่นตามที่ต่างๆนั้น จะเป็นใบเสร็จหรือลายเซ็นนั้น เป็นหน้าที่ของเจ้าหน้าที่ที่ต้องไปหาข้อมูล แต่ในส่วนตนเป็นอู่รับจ้างทำงาน ซึ่งเรื่องการนำเข้าและรายละเอียดขั้นตอนอื่น ก็เป็นอีกเรื่องหนึ่ง ขอยืนยันว่าไม่มีส่วนเกี่ยวข้องกับการจดประกอบรถดังกล่าว รวมทั้งการยื่นเอกสารของทางราชการค่อนข้างวุ่นวาย ตนเป็นช่างทำไม่เป็น

นายวิชาญยังกล่าวด้วยว่า สาเหตุที่รับทำรถคันนี้เพราะคิดว่าได้บุญและเป็นเกียรติ เนื่องจากตนก็เป็นคนไทย นับถือศาสนาพุทธ วันหนึ่งมีพระผู้ใหญ่นำรถมาให้ซ่อมก็ต้องรู้สึกดี ยินดีทำให้ ซ่อมเพียงอย่างเดียวและไม่ทราบเอกสารอะไรทั้งสิ้น ทางอู่ของตนรู้จักกับ หจก.อ๊อด 89ฯ และร่วมทำเฉพาะรถเบนซ์คันนี้คันเดียวและไม่ได้มีหุ้นส่วนอะไรกัน นอกจากนี้ รถเบนซ์คันดังกล่าวมาซ่อมที่อู่ตนเพราะว่าอู่เรามีประสบการณ์เรื่องรถโบราณ ส่วนเรื่องใครจะทำอะไรทั้งต่อทะเบียนหรือเสียภาษีเป็นหน้าที่ของเจ้าของรถเอง

 

เช่นเดียวกับนางกาญจนา มากเหมือน เจ้าของอู่ N.P.การาจ กล่าวหลังเดินทางมาพบ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีดีเอสไอ พ.ต.ท.กรวัชร์ ปานประภากร ผบ.สำนักคดีเทคโนโลยีและสารสนเทศ ดีเอสไอ หลังถูกปลอมรายมือชื่อและแอบอ้างชื่ออู่ในการจดรถประกอบรถเบนซ์โบราณของสมเด็จช่วงว่า อู่ตนเปิดให้บริการเคาะพ่นสี ไม่เคยยุ่งเกี่ยวกับรถจดประกอบแม้แต่คันเดียว และรถเบนซ์คันดังกล่าวตนก็ไม่เคยเห็นมาก่อน ส่วนนายชลัส นิติฐิติวงษ์ ที่มีชื่อเป็นผู้รับจ้างนำเอกสารไปเสียภาษี รู้จักกับสามีตน เลยแนะนำให้ไปขอยื่นทะเบียนจดประกอบของกรมสรรพสามิตและได้ใบอนุญาตเรียบร้อย แต่อู่ตนก็ไม่เคยประกอบรถ และไม่เจอนายชลัสอีกเลย กระทั่งชื่ออู่ตนถูกพาดพิงเกี่ยวกับรถโบราณดังกล่าว ได้ตรวจสอบเอกสารดูพบว่าลายเซ็นเขียนไม่เหมือนกัน รู้ว่าถูกปลอมลายมือชื่อ จึงมาร้องทุกข์กับดีเอสไอด้วย นอกจากนี้ ตนไม่เคยรู้จัก หจก.อ๊อด 89 เอ็นเตอร์ไพร์ส นายวิชาญ รัษฐปานะ และนายสมนึก บุญประไพ ที่ถูกกล่าวหาว่าเป็นผู้รับจ้างไปจดทะเบียนกับกรมการขนส่งทางบก

 

ด้าน พ.ต.อ.ไพสิฐกล่าวว่า ถึงกรณีนางกาญจนา มากเหมือน เจ้าของอู่ เอ็น.พี.การาจ ที่ตกเป็นข่าวได้ถูกคนนำบัตรประชาชนและหนังสือมอบอำนาจไปทำรถจดประกอบส่งผลให้เกิดความเสียหายจึงเดินทางเพื่อดำเนินคดีกับผู้ปลอมแปลงเอกสารทั้งหมดนั้น จากข้อมูลพบว่ามีคนเจตนาทำเอกสารปลอมขึ้นเพื่อจดรถประกอบคันดังกล่าว สำหรับขั้นตอนจะตรวจสอบว่าใครเป็นผู้นำเอกสารไปยื่นที่กรมสรรพสามิตกับกรมการขนส่งทางบก หลังจากนั้นจะเรียกมาสอบปากคำต่อไป ส่วนนายชลัสอยู่ระหว่างการประสานมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่และตอนนี้ทราบที่อยู่หมดแล้ว ขณะที่เรื่องลายเซ็นต้องไปถามสมเด็จช่วงเองว่าเคยเซ็นหรือไม่อย่างไร ถ้าบอกว่าไม่เคยเซ็นอาจจะมีการใช้นิติวิทยาศาสตร์เข้าช่วยในการพิสูจน์ความจริง และที่มีข่าวว่าท่านไม่ต้องการครอบครองรถคันดังกล่าวแล้ว ดีเอสไอจะขอเข้าพบเพื่อสอบถามความต้องการอีกครั้งและจะนำรถของกลางมาดูแล

 

 

 

ทนายวัดปากน้ำยืนยัน สมเด็จช่วงไม่รู้เรื่องที่มารถเบนซ์เจ้าปัญหา

 

ต่อมา ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก นายศุภภัทร์พจน์ นิติศธร ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำ ถึงเรื่องรถโบราณของวัดปากน้ำ ที่ดีเอสไอพบความผิดหลายจุดว่า หากจะอายัดรถคันดังกล่าวเป็นของกลางนั้น ตามหลักการแล้วดีเอสไอหรือหน่วยงานราชการที่เกี่ยวข้องจะต้องมีหนังสือแจ้งรายละเอียดและขั้นตอนการดำเนินการมายังวัดอย่างเป็นทางการ แต่ขณะนี้ทางวัดยังไม่ได้รับหนังสือแจ้งเรื่องนี้ หากมีหนังสือแจ้งเข้ามาทางวัดก็พร้อมปฏิบัติตาม ให้เข้ามาอายัดรถคันดังกล่าวไปเป็นของกลางได้ ส่วนกรณีทางกรมศุลกากรออกมาระบุเตรียมเก็บภาษีย้อนหลังกรณีการนำเข้าและจดประกอบรถคันดังกล่าวนั้น ตามกฎหมายเมื่อการนำเข้าและจดประกอบรถไม่ถูกต้องตามกฎหมาย กรมศุลกากรก็ต้องไปดำเนินการเรียกเก็บภาษีย้อนหลังกับผู้ที่เกี่ยวข้องกับทั้งสองส่วนดังกล่าว ซึ่งทางวัดไม่ได้เกี่ยวข้องด้วย เพราะสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ครอบครองรถ โดยที่ไม่ทราบว่าการนำเข้าและจดประกอบรถคันดังกล่าวไม่ถูกต้อง ส่วนขั้นตอนการยื่นจดทะเบียนรถนั้น ได้ชี้แจงต่อดีเอสไอตั้งแต่ต้นแล้วว่าผู้บริจาคซื้อรถคันดังกล่าวจาก นายวิชาญ รัษฐปานะ ซึ่งยืนยันว่าทั้งผู้บริจาคและสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ไม่ทราบว่านายวิชาญให้ใครนำเข้าและจดประกอบ

 

 

 

สงฆ์กลุ่มใหม่โผล่ นัดกันไปสนามหลวงและพุทธมณฑลในวันมาฆบูชา

 

จากนั้นในช่วงเย็นวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ตลอดวันมีการส่งข้อความผ่านทางโทรศัพท์มือถือในกลุ่มพระสงฆ์ เพื่อนัดหมายในการมารวมตัวกัน ในวันที่ 22 ก.พ. ซึ่งตรงกับวันมาฆบูชา โดยนัดเวลาการรวมตัวเวลา 09.30 น. กำหนดจุดรวมตัวที่สนามหลวงกับพุทธมณฑล จ.นครปฐม จากนั้นจะเดินทางไปรวมตัวกันหน้าทำเนียบรัฐบาล เพื่อแสดงสังฆามติเกี่ยวกับสถานการณ์ของคณะสงฆ์ และพระพุทธศาสนาในปัจจุบัน

เมื่อสอบถามไปยังพระเมธีธรรมาจารย์ เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย ในฐานะผู้ประสานงานเครือข่ายคณะสงฆ์และองค์กรภาคีพุทธบริษัท 4 ทั่วประเทศ (คสพ.) ถึงการนัดรวมตัวกันของพระสงฆ์ดังกล่าว พระเมธีธรรมาจารย์ยืนยันว่าไม่ทราบว่าพระสงฆ์ที่นัดรวมตัวกันเป็นของกลุ่มใด แต่ไม่ใช่จาก คสพ.แน่นอน และ คสพ.จะยังไม่มีการเคลื่อนไหวใดๆในช่วงนี้ เพราะต้องการให้รัฐบาลได้ทำงานก่อน

 

 

สมเด็จช่วงสั่งพระเณรวัดปากน้ำเงียบ ห้ามต่อปากต่อคำ

 

ด้านสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ยังคงปฏิบัติศาสนกิจอยู่ที่วัดปากน้ำ ภาษีเจริญตามปกติ โดยมีรายงานว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้สั่งให้พระในวัดทุกรูปไม่ต้องตอบโต้อะไร มีหน้าที่อะไร ก็ปฏิบัติหน้าที่ไป

 

 

กก.มส. ส่งข้อความ รักเคารพและให้กำลังใจสมเด็จช่วง

 

ขณะเดียวกัน กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) รูปหนึ่ง (ไม่ขอเปิดเผยนาม) ระบุว่า มส.ห่วงใยสถานการณ์พระพุทธศาสนาที่เกิดขึ้น และ มส.ทุกรูปรักเคารพสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ รวมทั้งจะคอยเป็นกำลังใจแก่ท่าน ที่สำคัญอยากให้พุทธศาสนิกชนเลือกรับข้อมูลข่าวสารให้รอบด้าน อย่ารับข้อมูลเพียงด้านใดด้านหนึ่ง

 

 

ผอ.พศ.ระบุ ขั้นตอนการสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ยังเป็นปกติ

 

ส่วนนายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า ขณะนี้เรื่องการนำรายชื่อทูลเกล้าฯ เพื่อสถาปนาสมเด็จพระสังฆราช ยังคงอยู่ในมือของรัฐบาลและนายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่กำกับดูแล พศ. ยังไม่ได้สั่งการอะไรเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว กระบวนการขั้นตอนยังคงดำเนินการปกติ

 

 

สนพ.จัดสัมมนาวิชาการหัวข้อ "ทิศทางพระพุทธศาสนาในสถานการณ์ปัจจุบัน" ที่ มมร.

 

วันเดียวกัน นายเสถียร วิพรมหา นายกสมาคมนักวิชาการเพื่อพระพุทธศาสนา (สนพ.) กล่าวว่า ตามที่ทางมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร.) จะจัดสัมมนาวิชาการ เนื่องในวันมาฆบูชา ที่ มมร. ศาลายา จ.นครปฐม ในหัวข้อ ทิศทางพระพุทธศาสนาในสถานการณ์ปัจจุบัน โดยมีพระเทพวิสุทธิกวี ประธานศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย พระราชญาณกวี ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระราม 9 กาญจนาภิเษก ร่วมเสวนา และมีตนทำหน้าที่ดำเนินการเสวนานั้น ทราบมาว่า มีพระสงฆ์ตอบรับและให้ความสนใจเข้าร่วมงานครั้งนี้จำนวนมาก ส่วนหนึ่งเชื่อว่ามาจากเหตุสถานการณ์ที่กำลังเกิดขึ้นในปัจจุบันนี้ด้วย

 

 

ตู่-จตุพร ออกไอเดียให้พระภิกษุสามเณรทั่วประเทศลงคะแนนเลือกตั้งสังฆราช

 

ขณะที่ นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธานแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) กล่าวในรายการมองไกลผ่านทางยูทูบ ถึงกรณีถูกทหารเชิญตัวไปพูดคุยทำความเข้าใจกรณีการวิพากษ์วิจารณ์ปัญหาการแต่งตั้งพระสังฆราช และโครงการขุดลอกคูคลองขององค์การสงเคราะห์ทหารผ่านศึก (อผศ.) ว่า สิ่งที่ตนพูดไปทั้งเรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราช และการทุจริตใน อผศ. ไม่ได้พูดตามความรู้สึก แต่พูดตามข้อเท็จจริง โดยปัญหาวุ่นวายเรื่องการแต่งตั้งสมเด็จพระสังฆราชนั้น เพราะแก๊ง 3 พ. ยืนขวางคอยป่วน ใครๆ ก็เกรงใจพุทธะอิสระ ไม่รู้มีอะไรดี วิชาอาคม หรือความลับ เป็นคนเดียวที่กล้าออกมาขู่นายกรัฐมนตรี แล้วนายกฯไม่อยากทิ่มปาก ถ้า 3 พ. ไม่หยุด คนอื่นก็ไม่หยุด ส่วนที่นายกรัฐมนตรียกเลิกดีเบตเรื่องแต่งตั้งพระสังฆราช ถือว่าถูกแล้ว เพราะปัญหาจะมากขึ้นเรื่อยๆ ส่วนตัวเห็นว่าง่ายนิดเดียวในการแก้ปัญหา ควรให้พระแต่ละวัดลงความเห็นเข้าชื่อกันว่า เห็นด้วยอย่างไรในการตั้งสมเด็จพระสังฆราช ถ้าพระทั้งประเทศไม่เอาตามมติมหาเถรสมาคม ตนก็พร้อมยอมรับ ทุกสิ่งถ้าปฏิบัติไม่เท่าเทียมกัน บ้านเมืองก็อยู่ไม่ได้

 

 

สตช. ยังไม่พบความเคลื่อนไหวใดๆ เกี่ยวกับข่าวชุมนุมวันมาฆบูชา

 

ต่อมาผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจาก พ.ต.อ.กฤษณะ พัฒนเจริญ รองโฆษกสำนักงานตำรวจแห่งชาติ กรณีการชุมนุมของพระสงฆ์ที่จะมีขึ้นในวันมาฆบูชา ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ว่า เป็นการชุมนุมเพื่อประกอบพิธีสงฆ์ เนื่องในวันสำคัญทางศาสนาเท่านั้น ยืนยันการข่าวขณะนี้ยังไม่พบการเตรียมความเคลื่อนไหวใดๆ แต่ในกรณีที่มีพระสงฆ์และเจ้าหน้าที่ทหารปะทะกันที่พุทธมณฑลนั้น ได้รับคำร้องทุกข์ให้ดำเนินคดีกับผู้ที่เกี่ยวข้องในการชุมนุมแล้ว ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้สอบปากคำผู้ที่เกี่ยวข้องไปแล้วหลายปาก

 

 

นายกฯยืนยัน รัฐมีหน้าที่สนับสนุนพระพุทธศาสนา เรื่องของสงฆ์ก็ขอให้แก้ไขกันเอง

 

จากนั้น เวลา 20.15 น. พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี กล่าวในรายการคืนความสุขให้คนในชาติถึงการแก้ปัญหาศาสนาว่ามี พ.ร.บ.อยู่แล้ว มีหน่วยงานของพระของสงฆ์ ของศาสนาอยู่แล้ว ก็แก้กันให้ได้ รัฐบาลมีหน้าที่ในการส่งเสริมสนับสนุน แต่รัฐบาลไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง เพราะฉะนั้นกลไกของท่าน แก้ให้ได้ ถ้าแก้ ไม่ได้ก็วุ่นวายอยู่แบบนี้ กลายเป็นว่ารัฐบาลเข้าไปยุ่งเกี่ยวกับเรื่องการปกครองสงฆ์ แต่ก็จำเป็น เพราะต้องดูแลประเทศให้ปลอดภัย ทุกส่วนมีหน้าที่ของตนเอง ถ้ายังขัดแย้งกันอยู่แบบนี้ ตนทำหน้าที่ให้ท่านไม่ได้

 

 

 

ข่าว : ไทยรัฐ  : 20 กุมภาพันธ์ 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264