ดร.บรรจบ
สารภาพ !

 

 

 

เคยคิดผิด คิดว่า พุทธอยู่ในใจคนไทยอยู่แล้ว

ไม่จำเป็นต้องเขียนไว้ในรัฐธรรมนูญ

 

แต่วันนี้..ตาสว่างแล้ว !

 

 

 

 

ดร.บรรจบ บรรณรุจิ

จาก..คนแถวหลัง สู่..คนแถวหน้า

จาก..คนไม่กล้า สู่..คนไม่กลัว

และจาก..วิถีชีวิตอันสงบ เสงี่ยม และเจียมตัว

 

วันนี้ ได้ผันตัวเองมาเป็น..นักต่อสู้

สู้เพื่อชาติ เพื่อศาสนา

มิใช่สู้เพื่อ..ตัวเอง !

 

ถามเขาซักคำสิ ว่าทำไม เห็นอะไรหรือจึงลุกขึ้นสู้ ?

 

 

 

 

@ ศาสนาประจำชาติ ทำไม ? เพื่อใคร ? @

โดย ดร.บรรจบ บรรณรุจิ ป.ธ.
อดีตเณรนาคหลวง ป.ธ.๙  พ.ศ.๒๕๑๖

 

 

>> เมื่อก่อนผมไม่สนใจนักเรื่องการพูดว่า
"พระพุทธศาสนาเป็นศาสนาประจำชาติ"
เพราะเห็นว่าไม่จำเป็น
เพราะพระพุทธศาสนาอยู่ในใจคนไทยอยู่แล้ว
แต่บัดนี้ชัดเจนแล้วว่า ผมคิดผิด
เพราะลืมไปว่าคนไทยไม่ได้เป็นชาวพุทธทั้งหมด
ยังมีคนต่างศาสนาอยู่ร่วมด้วย

>> ผมคิดผิดว่า
คนต่างศาสนาเขาจะอยู่ร่วมกับเราอย่างสันติ
แต่ไม่ใช่ เขา(คนบางศาสนาบางกลุ่ม)
อยู่อย่างพร้อมจะทำให้เราเจ็บปวด
ซึ่งก็ไม่โทษเขา แต่เราต้องรู้และปรับตัว
: ความอ่อนโยนและเอื้ออารีของเราที่เคยมีมานาน
บัดนี้อาจเป็นอันตรายที่มาทำร้ายเรา
หากเราใช้ไม่ถูกกาละเทศะ
จะกลายเป็นม้าอารีที่ถูกเบียด
จนต้องไปยืนข้างคอกหรือออกนอกคอกไป

>> อาการที่ชาวพุทธไทยถูกปฏิบัติอย่างม้าอารี
เกิดขึ้นแล้ว เมื่อก่อนยังคลุมเครือ
แต่จากนี้ไปค่อยๆชัดขึ้นๆ...
ทุกอย่างเป็นไปอย่างแนบเนียน
จนชาวพุทธไทย ราชการไทยสังเกตไม่ทัน
รู้ไม่ทัน หรืออาจจะรู้ แต่คิดว่าไม่เป็นไร
ซึ่งเป็นลักษณะนิสัยของชาวพุทธไทย
ที่มักปลงหรือปล่อยวางอย่างประมาท
แต่นี่คือ ความตายของชาวพุทธไทย
นี่คือ ความล่มสลายของพระพุทธศาสนาในเมืองไทย

>> พระพุทธศาสนาล่มสลายไม่ได้ ? ทำไม ?
ในทัศนะส่วนตัว ผมขอตอบอย่างกำปั้นทุบดิน
ไม่ต้องอ้อมค้อมให้เสียเวลา
พระพุทธศาสนาคือศาสนาของผม
ศาสนาที่ผมและบรรพบุรุษไทยเคารพกราบไหว้มาแต่เกิด
ศาสนาที่ให้ชีวิตให้โอกาสคนอย่างผม
พระพุทธเจ้าคือพระศาสดาของผม
ผมกราบไหว้เหนือเกล้าจนไม่มีที่ว่างให้ศาสดาใด
ของศาสนาไหนมายิ่งใหญ่กว่าพระองค์ได้

นี่แหละคือเหตุผลแรก

>> ส่วนเหตุผลต่อมา ก็คือ
ผมสามารถอยู่ร่วมกับใครต่อใคร

ในสังคมได้อย่างมีความสุข
แม้จะต่างเชื้อชาติศาสนา
ก็เพราะคำสอนของพระศาสดาที่ว่า
ทุกชีวิตคือเพื่อนร่วมเกิดแก่เจ็บตาย
แล้วให้มีเมตตาต่อกันแบ่งปันกัน
แต่ในต่างศาสนาบางศาสนา
สอนให้แยกอยู่เฉพาะพวกตัวเอง
โดยแสดงลักษณะเฉพาะตนที่เรียกว่า
"อัตลักษณ์" ออกมา มองผิวเผินอาจดูดี
แต่นี่คือจงใจให้เกิดการแตกแยกว่า "พวกเรา-พวกเขา"
แล้วก็หวังผลอะไรต่อมิอะไรต่อไป
สุดท้ายก็คือ ผลักดันให้ศาสนาของพวกเขา
ก้าวขึ้นเป็นศาสนาประจำชาติ

>> ที่เขียนมานี้ก็เพื่อให้สติชาวพุทธไทย
ที่หลงคิดว่าตัวใจกว้าง
มองโลกสวยจากภาพลวงตาในนามว่า
"สมานฉันท์"

แต่นั่นแท้จริงแล้ว คือ "ความด้อยปัญญา"
เพราะสมานฉันท์ไม่สามารถเกิดได้จาก
"ไมตรีที่เห็นแก่ตัว"

>> ผมอยู่ในโลกสวยด้วยฝันและจินตนาการมานาน
แต่บัดนี้ผมออกจากโลกนั้นแล้ว
มาอยู่ในโลกที่ผมต้องรู้..
และต้องสู้เพื่อให้พระพุทธศาสนาอยู่ได้
แม้จะสายไปบ้างแล้วแต่ก็ยังดี
ดีกว่ายอมจำนนแบบหมดทางแก้ไข

>> หลายคนพยายามยับยั้งโดยอ้างว่า
"พระสงฆ์ทำตัวไม่เหมาะสม
สู้ไปก็เพื่อให้พระสงฆ์เสวยสุขเป็นอภิสิทธิ์ชน"
ผมยอมรับว่า มีบ้างพระสงฆ์ที่ทำตัวอย่างนั้น
แต่ผมไม่อาจมองข้ามพระสงฆ์ที่ดีไปได้
พระสงฆ์ที่อุทิศตัวให้พระศาสนา ทำงานให้สังคม
และปรารถนาให้ประเทศชาติสงบสุข ยังมีอีกมาก
เราต้องคิดถึงพระสงฆ์กลุ่มนี้ซึ่งมีมากทั่วแผ่นดิน
พระสงฆ์กลุ่มนี้แหละที่ไม่ทิ้งพวกผมเช่นกัน

>> ผมกับผองเพื่อนจะสู้กับสถานการณ์
การสู้ของพวกเราจะไม่มีความรุนแรง
จะไม่มีใครเลือดตกยางออก
แต่จุดหมายปลายทาง คือ
ทุกฝ่ายไม่ว่าคนศาสนาไหน
จะได้รับช่อดอกไม้ด้วยกัน
เพราะเราสู้เพื่อพระพุทธศาสนา
ศาสนาของพระพุทธเจ้า

>> พวกเราตกผลึกกันแล้วว่า
"พระพุทธศาสนาอยู่ได้ ทุกสถาบันอยู่รอด"
แต่ถ้าพระพุทธศาสนาอยู่ไม่ได้
ไม่มีสถาบันไหนรอด.

 

Banjob Bannaruji

9 กุมภาพันธ์ 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264