ไพบูลย์มาเหนือเมฆ !

 

 

 

จี้ มส. ใช้ ม.21 สั่งสึกธัมมชโย

หาไม่ก็จะใช้ ม.157 ฟ้อง มส.

 

ข้อหา : ละเว้นการปฏิบัติหน้าที่

 

 

 

 

อา ! มหกรรมเปิดตำรากฎหมายอาญาได้เกิดขึ้น ณ ประเทศไทย อย่างยิ่งใหญ่แล้ว ในวันนี้ ทั้งพระทั้งโยม ทั้งในและนอกเครื่องแบบ รวมทั้งพระต่างประเทศ ก็ระดมพลกัน "เปิดตำรากฎหมาย" ตีความแข่งกันคึกคัก ยิ่งกว่าสอบชิงทุนไปต่างประเทศ

นับว่าเป็นเหตุการณ์ประหลาดมหัศจรรย์ ก่อนหน้านั้น "ใครทำผิด-ใครทำถูก" ก็ถูกปล่อยปละละเลย ทั้งรัฐบาลเอย รัฐสภาเอย สำนักพุทธฯเอย มหาเถรสมาคมเอย นักวิชาการศาสนาเอย ไม่เห็นมีใครออกมาว่ากล่าวเลย ปล่อยเลยตามเลยให้ปัญหามันพอกจนใหญ่กว่าตัวหมู สุดท้ายหมูที่ชื่อ "มหาเถรสมาคม" ก็ร้องอู๊ดๆ บอกว่า "ถ้าไม่มีดินพอกมหาเถรสมาคมๆ ก็คงต้องตาย" เพราะทุกวันนี้อยู่ได้ด้วยดินพอกที่ชื่อว่า..ธัมมชโย แต่กลับไม่เห็นว่าจะมี "กรรมการมหาเถรสมาคมหน้าไหน" เอาพัดยศไปถวายคืนพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว สารภาพว่า "อาตมภาพ พระพรหมดิลก หมดสิ้นสติปัญญาจะปกครองดูแลพระภิกษุสงฆ์ ตามที่ทรงมีพระมหากรุณาธิคุณโปรดยกย่องแล้ว ดังนี้เลย ที่เห็นๆ ก็มีแต่ "กูจะขอเลื่อน กูอยากเป็นสมเด็จ กูอยากเป็นกรรมการมหาเถร" บางรูปไม่ได้ก็ถึงกับป่วยไข้ บางรูปถูกปลดก็น้อยใจ ถึงกับ..ผูกคอตาย ไม่อายให้หมาขี้เรื้อนที่นอนเอาสีข้างถูภูเขาทองมั่งเลย

 

กรณีที่คุณไพบูลย์ออกมาชี้ช่องให้ มส. ใช้กฎมหาเถรสมาคม มาตราที่ 21 ดำเนินการ "สั่งสึก-ธัมมชโย" เหมือนกรณีพระยันตระนั้น ดูเหมือนมันง่าย แต่อย่าลืมว่า ถ้าวัดบารมีระหว่าง "ยันตระ" กับ "ธัมมชโย" แล้ว ต่างกันลิบลับ ยันตระนั้นก็แค่พระดาราหน้ากล้อง ได้เงินทองเป็นกอบเป็นกำก็ไม่ได้เอามาสงเคราะห์สาธารณชน ถึงมีบ้างก็น้อย แต่วัดพระธรรมกายนั้น เป็นองค์กรจัดตั้งระดับ "กองทัพ" มีการวางแผนอย่างเป็นระบบ กล้าพูดได้ว่า มหาเถรสมาคมก็สู้ไม่ได้ เพราะมหาเถรสมาคมเป็นรัฐบาลผสมจากหลายสาขา จึงไร้เสถียรภาพ ทุกวันนี้มีแต่รายการ "ใช้มหาเถรสมาคมเป็นตราประทับ" เอาคนของตนเอง "ยัดเข้าไป" ดำรงตำแหน่งต่างๆ พอผ่านมหาเถรสมาคมแล้ว ก็ถือว่าชอบธรรม !

 

แต่สำหรับธรรมกายแล้ว เขามีกฎระเบียบในการ "คัดสรรบุคลากร" ขนาดระดับ "ด๊อกเตอร์-เมตตานันโท" หรือ "ประโยคเก้า-วิชฺเชสโก" หากห่างเหินเดินออกไกล เขาก็ไม่รีรอที่จะทำการ "ตัดหางปล่อยวัด" ทันที เพื่อมิให้คนข้างใน "ติดเชื้อ" จนลุกลามกลายเป็นโรคระบาด แล้วถามว่า มหาเถรสมาคม จะเอาอำนาจอะไรไปบังคับให้ "ธัมมชโย" ต้องสละสมณเพศ เพราะทุกวันนี้ มหาเถรสมาคมก็ยังต้อง "พึ่งพา" ธรรมกาย ในโครงการต่างๆ นี่อย่าพูดไกลไปถึงจับธัมมชโยสึกเลย ทุกวันนี้ พระในมหาเถรสมาคมยิ่งเป็นหนักถึงขนาดว่า "แย่งไปกิจนิมนต์วัดพระธรรมกาย" ไม่รู้เป็นอะไร สงสัยว่า..อาหารดี ดนตรีเพราะ อิอิ !

 

 

 

 

 

 

 

ไพบูลย์ขู่ใช้ ม.157 บีบ มส.-สำนักพระพุทธฯ ไล่ ธัมมชโย แนะใช้มติกฎ มส. ฉบับที่ 21 แทน

เมื่อเวลา 15.00 น. วันที่ 8 กุมภาพันธ์ ที่รัฐสภา นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ นพ.มโน เลาหวณิช อดีตกรรมการปฏิรูปแนวทางฯ แถลงว่า ขอฝากไปถึงสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรุปุญฺโญ) ในฐานะประธานกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ซึ่งจะมีการประชุมในวันที่ 10 กุมภาพันธ์ นี้ เพื่อพิจารณาหนังสือของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ที่ให้ดำเนินการให้พระธัมมชโย ต้องอาบัติปาราชิก ตามลิขิตของสมเด็จพระญาณสังวรสมเด็จพระสังฆราชที่มีมติของ มส. รับรองแล้ว

 

นายไพบูลย์ กล่าวว่า พระลิขิตของสมเด็จพระสังฆราช ทรงใช้อำนาจในฐานะสกลมหาสังฆปริณายก ทรงมีอำนาจบัญชาพระสงฆ์ตามมาตรา 8 แห่ง พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 โดยพระลิขิตลงวันที่ 10 พฤษภาคม 2542 โดยมีเนื้อหาเป็นที่เข้าใจว่า พระธัมมชโยเป็นอดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายไปแล้ว และ มส. ก็ได้มีมติสนองพระดำริมาโดยตลอด ให้ชอบด้วยกฎหมายพระธรรมวินัยและกฎของ มส. และยังส่งเรื่องให้ฝ่ายสังฆการดำเนินการตามมติ มส. ซึ่งสมเด็จพระสังฆราช ทรงมีพระบัญชาและพระประสงฆ์ให้ดำเนินตามกฎของ มส. ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2538) ว่าด้วยให้พระภิกษุสละสมณเพศข้อ 4 ซึ่งบัญญัติว่า มส. มีอำนาจวินิจฉัยให้พระภิกษุรูปนั้นสละสมณเพศได้ ทั้งนี้ ไม่กระทบต่อการพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรมที่กำลังดำเนินการอยู่ไม่ว่าในชั้นใดๆ และข้อ 5 ยังระบุว่า คำวินิจฉัยให้พระภิกษุสละสมณเพศตามข้อ 3 หรือข้อ 4 ให้เป็นอันถึงที่สุด

 

ดังนั้น เมื่อมีพระลิขิตที่สมเด็จพระสังฆราช ที่ทรงใช้อำนาจในฐานะสกลมหาปริณายกและประธานกรรมการ มส. และได้นำเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม มส. และได้มีมติเห็นชอบแล้ว จึงมีผลตามกฎของ มส. ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2538) มาตรา 4 วรรคท้าย ให้อดีตเจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต้องสละสมณเพศ และตามข้อ 5 คำวินิจฉัยตามข้อ 3 หรือข้อ 4 ให้เป็นอันถึงที่สุด ทั้งนี้ เพื่อให้เป็นไปตามกฎ มส. สมเด็จช่วงในฐานะประธาน มส. และกรรมการ มส. ซึ่งมีอำนาจหน้าที่จะต้องติดตามดำเนินการ ให้พระธัมมชโยต้องสละสมณเพศ ตามกฎ มส.ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2538) เช่นเดียวกับกรณีของพระยันตระ อมโร ซึ่ง มส. เคยใช้อำนาจวินิจฉัยให้ต้องอาบัติปาราชิกไปแล้ว หาก มส. และสำนักพระพุทธศาสนา ไม่ดำเนินการ หรือมีการบ่ายเบี่ยง ในฐานะหน่วยงานของรัฐ และเจ้าหน้าที่ของรัฐ อาจจะถูกกล่าวหาว่าละเว้นการปฏิบัติหน้าที่ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 157 และอาจถูกข้อครหาว่าเป็นการช่วยเหลือให้การสนับสนุนคุ้มครองพระธัมมชโย ไม่ให้ต้องปาราชิกพ้นจากความเป็นภิกษุตามพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช นายไพบูลย์ กล่าว

 

นายไพบูลย์ กล่าวด้วยว่า การดำเนินการตามพระลิขิตแก่พระธัมมชโยที่ต้องอาบัติปาราชิก ไม่จำเป็นต้องดำเนินการตามกฎของ มส. ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2521) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม เนื่องจากตามพระวินัยปิฎก เพราะการกระทำนิคหกรรมเป็นการลงโทษแก่ภิกษุผู้ประพฤติผิดตามธรรมวินัย แต่ไม่รวมอาบัติปาราชิก ดังนั้น จึงอยากให้ผู้ที่เกี่ยวข้องดำเนินการตามกฎของ มส. ฉบับที่ 21 (พ.ศ.2538) ซึ่งที่ผ่านมาเราพูดเพียงแค่กฎของ มส. ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2521) ซึ่งไม่ใช่แล้ว ดังนั้น จึงขอเรียกร้องให้ทำตามกฎหมายที่บัญญัติ โดยจากนี้ไปตนจะติดตามว่ามีการปฏิบัติตามหรือไม่ ไม่เช่นนั้นตนจะเป็นผู้กล่าวหาเอง

 

 

 

 

ที่มา  : มติชน :  9 กุมภาพันธ์ 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264