ปิดคดีตั้งแต่ปี 42 !

 

 

สำนักพุทธ "ทำสำเนา" แจงดีเอสไอ

รื้อฟื้นอีกก็ไม่ได้ เพราะ..ผิดพระวินัย

 

 

อา..เป็นเรื่องประหลาดฮ่ะ แบบว่า "คนทำผิดพระธรรมวินัยเอาผิดไม่ได้" หนำซ้ำ กระบวนการ "ปล่อยคนผิดลอยนวล" กลับได้รับการปกป้อง โดยอ้าง..พระธรรมวินัย

 

 

ถามว่า อ้างได้เหรอ ?

 

ถ้าไม่สังคายนากระบวนการยุติธรรมทางสงฆ์ รับรองว่า หายนะ !

 

 

 

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์

(สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9)

 

อดีตเจ้าคณะภาค 1 ประธานศาลสงฆ์ กรณีธัมมชโย ปัจจุบันเป็นเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ควบคุมดูแลพระในภาคกลาง รวมทั้งวัดพระธรรมกายด้วย กำลังตกเป็นเป้า ว่าจะถูก "ฟ้อง" ในข้อหาเจ้าหน้าที่รัฐ แต่ไม่ปฏิบัติหน้าที่ เพราะไม่มีคำวินิจฉัยเกี่ยวกับธัมมชโยว่าผิดหรือถูกอย่างไร ทั้งๆ ที่ตำแหน่งหน้าที่และสมณศักดิ์นั้น "เอาก่อนเพื่อน" เป็นงั้นไป คณะสงฆ์ไทยน่ารักจัง ถ้านะ ถ้าสมเด็จสมศักดิ์ถูกฟ้อง และต้องหลุดจากตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง คณะสงฆ์ไทยก็จะได้ "มหาสายชล" มาดำรงตำแหน่งแทน เพราะเห็นว่าเป็นหลาน "สมเด็จนิยม" ซึ่งเป็นเชื้อสายเจ้าที่เจ้าทาง ต้องครอบครองตำแหน่งหนกลางให้แก่สายอยุธยาเท่านั้น คณะสงฆ์ไทยถึงจะ..เจริญ

 

 

HAPPY BIRTHDAY TO YOU

 

 

เผยเอกสารอ้างนิคหกรรมธัมมชโย สิ้นสุดปี 42

 

 

จากกรณีที่ พ.ต.อ.ไพสิฐ วงศ์เมือง อธิบดีกรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือดีเอสไอ ได้ออกมาระบุว่า ดีเอสไอได้ตรวจสอบพระลิขิต สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปริณายก เกี่ยวกับกรณีพระธัมมชโย ตามที่มีการร้องเรียนแล้ว ยืนยันว่า พระลิขิตมีผลตามกฎหมาย พร้อมทั้งได้ทำหนังสือถึงสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ(พศ.) และมหาเถรสมาคม(มส.) สอบถามถึงการปฏิบัติหน้าที่ตามที่มีการร้องเรียนให้พระธัมมชโย ต้องอาบัติปาราชิก จากคดียักยอกเงินและที่ดิน ตามพระลิขิตสมเด็จพระสังฆราชนั้น

นายชยพล พงษ์สีดา รองผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า สำหรับในส่วนของเรื่องนิคหกรรม เกี่ยวกับกรณีกล่าวหาพระธัมมชโยละเมิดพระธรรมวินัย ได้จบไปนานแล้ว เรื่องต่างๆ ได้ยุติลงตั้งแต่กระบวนการชั้นต้นในระดับจังหวัด คือ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ได้พิจารณาคำร้องโดยไม่รับคำร้อง และเสนอคณะกรรมการพิจารณานิคหกรรมระดับจังหวัด ก็มีคำสั่งและเหตุผลว่า ไม่รับคำร้องเรื่องนี้ก็ยุติลง รวมทั้งผู้ร้องไม่อุทธรณ์ตามที่กฎหมายกำหนด กฎหมายก็ถือว่า ถึงที่สุด ซึ่งหมายถึง ไม่สามารถนำคดีมาฟ้องร้องและดำเนินการได้อีก

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับหนังสือรายงานการพิจารณาดำเนินการตามอำนาจหน้าที่ กรณีนิคหกรรม กรณีกล่าวหาพระธัมมชโยละเมิดพระธรรมวินัย ลงวันที่ 13 สิงหาคม 2542 ลงนามโดย พระสุเมธาภรณ์ เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี ผู้พิจารณานิคหกรรมในขณะนั้น รับรองหนังสือพิจารณานิคหกรรม โดย พระพรหมโมลี เจ้าคณะภาค 1 หัวหน้าคณะผู้พิจารณาชั้นต้น พระเทพสุธี รองเจ้าคณะภาค 1 คณะผู้พิจารณาชั้นต้น หรือพระพรหมดิลก เจ้าคณะกรุงเทพมหานครในปัจจุบัน

ซึ่งในหนังสือดังกล่าวได้ลำดับขั้นตอนตั้งแต่กระบวนการร้อง คือ นายมาณพ พลไพรินทร์ และนายสมพร เทพสิทธา ต่อ พระราชภาวนาวิสุทธิ์ หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายว่า ละเมิดพระธรรมวินัย ต่อเจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี เมื่อวันที่ 21 พ.ค. 2542

ต่อมา 26 ก.ค. เจ้าคณะจังหวัดปทุมธานี มีคำสั่งรับคำกล่าวหา วันที่ 29 ก.ค. ผู้พิจารณามีหนังสือเรียกผู้ถูกกล่าวหามาพบ เพื่อรับทราบข้อกล่าวหา ในวันที่ 6 ส.ค. จากนั้นวันที่ 31 ก.ค. ผู้ถูกกล่าวหาทำหนังสือทัดทานคำสั่งรับคำกล่าวหา ผู้พิจารณาไม่มีอำนาจสั่งรับคำกล่าวหา เพราะกฎ มส. ไม่ได้ให้อำนาจไว้ จึงปฏิเสธการไปพบในวันที่ 6 ส.ค. 2542

วันที่ 1 ส.ค. ผู้พิจารณาส่งเรื่องทัดทานคำสั่งรับการกล่าวหา ให้คณะผู้พิจารณาชั้นต้น  จากนั้น วันที่ 11 ส.ค. คณะผู้พิจารณาชั้นต้น พิจารณาแล้วมีมติว่า คำทัดทานนั้นฟังได้ จึงแนะนำให้ผู้พิจารณา ดำเนินการให้เป็นไปตามกฎ มส. โดยเคร่งครัด

ต่อมาวันที่ 13 ส.ค. เจ้าคณะจังหวัด ทบทวนกฎ มส. โดยละเอียดแล้ว เห็นว่าไม่มีบทบัญญัติใดให้อำนาจผู้พิจารณาสั่งรับคำกล่าวหาของผู้กล่าวหา ที่มีลักษณะบกพร่อง ไม่ต้องตามที่ระบุไว้ในกฎนิคหกรรม เห็นควรสั่งไม่รับคำกล่าวหา

แต่ปรากฏว่า คำกล่าวหานั้น เป็นความผิดกรณีครุกาบัติ จำต้องได้รับความเห็นชอบจากคณะผู้พิจารณาชั้นต้นก่อน เมื่อได้รับความเห็นชอบแล้ว จึงยกเลิกคำสั่งเดิมและสั่งไม่รับคำกล่าวหา

 

คำสั่งไม่รับคำกล่าวหาของผู้พิจารณานี้ มีผลให้กรณีนิคหกรรมจำต้องยุติลงอย่างสิ้นเชิง

จึงเป็นอันว่า กรณีนิคหกรรมที่ดำเนินมาอย่างถูกต้องตามขั้นตอน โดยลำดับกรณีนิคหกรรม วัดพระธรรมกาย ได้ถึงความสิ้นสุดลงแล้ว ตั้งแต่วันที่ 13 ส.ค. 2542 และเป็นการถึงที่สุดโดยเด็ดขาด ไม่สามารถที่จะอุทธรณ์ ฎีกา ต่อไปได้ กับทั้งไม่สามารถที่จะรื้อฟื้นขึ้นมาดำเนินการใหม่ด้วย

หากว่า เจ้าคณะจังหวัด ในฐานะผู้พิจารณา จะเกิดสัมโมหะเข้ามากำบังปัญญา รื้อฟื้นกรณีนิคหกรรมขึ้นมาดำเนินการใหม่ ด้วยสาเหตุจูงใจอย่างใดอย่างหนึ่ง โทษคือความผิดจะพึงบังเกิดเป็นหลายสถาน ทั้งในด้านผิดกฎนิคหกรรม ผิดพระธรรมวินัย และผิดกฎหมายบ้านเมือง

จึงประทานเสนอรายงาน เจ้าคณะใหญ่หนกลาง เพื่อโปรดทราบ (ขณะนั้น สมเด็จพระมหาธีราจารย์ วัดชนะสงคราม ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่หนกลาง) และกรุณานำเสนอมหาเถรสมาคม เพื่อโปรดทราบด้วย ก็จะเป็นพระคุณยิ่ง

 

ผู้สื่อข่าวรายงานอีกว่า สำหรับกฎมหาเถรสมาคม ฉบับที่ 11 (พ.ศ.2521) ว่าด้วยการลงนิคหกรรม ในข้อ 4(1) หมวด ข

(4) ผู้มีส่วนได้ส่วนเสีย หมายถึง พระภิกษุปกตัตตะ ซึ่งมีสังกัดในวัดเดียวกัน และมีสังวาสเสมอกันกับพระภิกษุผู้เป็นจำเลย (สังวาสเสมอกัน หมายถึง พระภิกษุนั้นต้องเป็นนิกายเดียวกัน ทำสังฆกรรมอุโบสถเดียวกัน เช่น ลงปาติโมกข์ บวชนาค และรับกฐินร่วมกันได้ เป็นต้น

(5) ผู้เสียหาย หมายถึงผู้ได้รับความเสียหายเฉพาะตัว เนื่องจากการกระทำความผิดของพระภิกษุผู้เป็นจำเลย และหมายความรวมถึงผู้จัดการแทนผู้เสียหายในกรณีดังต่อไปนี้ ก.ผู้แทนโดยชอบธรรม หรือผู้อนุบาล หรือตามที่พระภิกษุมีอำนาจลงนิคหกรรมพิจารณาเห็นสมควรให้เป็นผู้จัดการแทนผู้เสียหาย เฉพาะแต่ในความผิดซึ่งได้กระทำต่อผู้เยาว์หรือผู้ไร้ความสามารถ ซึ่งอยู่ในการดูแล

(6) โจทก์ หมายถึง ก. ผู้มีส่วนได้เสีย หรือผู้เสียหายซึ่งฟ้องพระภิกษุต่อพระภิกษุผู้พิจารณาในข้อหาว่าได้กระทำผิด หรือ ข.พระภิกษุซึ่งได้รับแต่งตั้งให้ปฏิบัติหน้าที่โจทก์แทนสงฆ์ ในชั้นพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรม เกี่ยวกับความผิดของพระภิกษุผู้ถูกกล่าว

 

 

หาอย่างไรก็ตาม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า แม้มหาเถรสมาคมจะได้มีมติยืนยันว่า ฆราวาสสามารถฟ้องพระภิกษุได้ ทางสมเด็จพระมหาธีราจารย์ จึงสั่งการให้คณะผู้พิจารณาชั้นต้นดำเนินการให้ถูกต้อง แต่คณะผู้พิจารณาชั้นต้นก็ยังไม่ดำเนินการใดๆ ในที่สุด วันที่ 10 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2543 สมเด็จพระมหาธีราจารย์ เจ้าคณะใหญ่หนกลาง จึงมีคำสั่งปลดพระพรหมโมลี วัดยานนาวา จากเจ้าคณะภาค 1 ซึ่งจะทำให้พ้นจากตำแหน่งหัวหน้าคณะผู้พิจารณาชั้นต้น และตั้งพระเทพสุธี รองเจ้าคณะภาค 1 เป็นเจ้าคณะภาค 1 แต่พระเทพสุธีขอลาออก จึงมีการตั้งพระธรรมโมลี วัดพิชยญาติการาม เป็นเจ้าคณะภาค 1 ซึ่งจะต้องทำหน้าที่หัวหน้าคณะผู้พิจารณาชั้นต้น

แต่จนถึงปัจจุบัน คณะผู้พิจารณาชั้นต้น ก็ยังไม่เคยวินิจฉัยกรณีนิคหกรรมพระธัมมชโยแต่อย่างใด ทั้งนี้ ปัจจุบันพระธรรมโมลี คือ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ วัดพิชยญาติการาม

 

 

ที่มา  : เดลินิวส์  :  7 กุมภาพันธ์ 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264