พุทธะอิสระหน้าแตก !

 

 

อีกแล้วครับท่าน

ดีเอสไอปฏิเสธ

"เปล่าชี้มูลปาราชิกธัมมชโย"

 

เพราะ..ดีเอสไอ ไม่มีอำนาจ

 

 

อ้า.. ! แล้วที่ "โพธิสัตว์-พุทธะอิสระ" นำไปเขียนเป็นตุเป็นตะ ทางเฟสบุ๊คของตัวเอง ว่า "ดีเอสไอได้วินิจฉัยเป็นเอกฉันท์แล้ว มีมติว่าธัมมชโยปาราชิก จี้ให้มหาเถรสมาคมและสำนักพุทธฯ ต้องจับสึกสถานเดียว" นั้น มันเป็นอะไร ทำไมดีเอสไออมพะนำ ปล่อยให้พุทธะอิสระเอา "ข้อมูลเท็จ" ไปเป่าหูมอมเมาสาวกให้หลงเชื่อมานานตั้งหลายวัน ดีเอสไอเป็นหน่วยงานสำคัญของรัฐ จะต้องดำเนินการทุกขั้นตอน "ให้โปร่งใส" มิใช่ให้ใครก็ได้ เอาไปอ้างใช้ในทางที่มิชอบ มิเช่นนั้นก็จะ "เสียหาย" ถึงองค์กร และจะไม่ได้รับการยอมรับจากประชาชนในที่สุด และเมื่อนั้นก็จะถึงกาล..อวสานดีเอสไอ นะ..ขอเตือน !

 

 

 

 

 

 

แค่เดือนกว่าเอง คุณพุทธะอิสระ ก็กระทำ "อัตตวินิบาตทางสังคม" ไปถึง 2 ครั้งซ้อน ครั้งแรก วันที่ 29 ธันวาคม 58 พุทธะอิสระขึ้นเฟสบุ๊ค เล่นเรื่องมหาเถรสมาคมมีมติให้จัดงานสวดมนต์สิ้นปีที่วัดปากน้ำ และเชิญท่านนายกรัฐมนตรี ไปเป็นประธาน โดยพุทธะอิสระ "คุยข่ม" ว่า ถ้าหากการไปวัดปากน้ำของ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี จะเป็นการ "การันตี" ว่านายกรัฐมนตรีเลื่อมใสศรัทธาในตัว "สมเด็จช่วง" แล้ว ตัวเอง (พุทะอิสระ) ก็น่าจะได้รับความเลื่อมใสศรัทธาจากนายกรัฐมนตรีมากกว่าสมเด็จช่วง ว่าพลางก็ขุดเอารูปภาพเก่าๆ สมัยที่ "สามนายพล ป" ยกขบวนไปร่วมงานที่วัดอ้อน้อย มีแม้กระทั่งภาพ "เจิมหน้าผาก" ให้แก่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา

แต่..แต่ครั้นวันที่ 15 มกราคม 2559 พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี ได้ให้สัมภาษณ์ว่า "อย่างพระสงฆ์องค์หนึ่ง ตนไม่เคยรู้จักมาก่อนเลย แค่เคยรู้จักตอนที่เป็นทหารและเคยทำบุญร่วมกัน แต่นักข่าวก็บอกว่า พระองค์นั้นเป็นพระอาจารย์ของสาม ป. ซึ่งพระองค์นั้นได้ลงทุนด้วยการออกเงินให้เรียนหนังสือเพื่อจะมาช่วยเหลือรัฐบาล ถ้าเช่นนั่นก็คงเป็นการวางแผนล่วงหน้าเป็น 30 ปี นี่ถือว่าเป็นการช่างเขียน ก็เขียนกันไปเรื่อยเปื่อยเหมือนนิยายประโลมโลก"

 

เล่นเอาพุทธะอิสระ "หน้าม้าน" ต้องยอมออกแถลงการณ์ผ่านเฟสบุ๊คของตัวเอง ยอมรับว่าตนเอง "ไม่ใช่" อาจารย์ของ สาม ป. ดังที่เคยคุยโวเอาไว้

อีกครั้งก็ในวันที่ 11 มกราคม 2559 พุทธะอิสระโพสต์ขึ้นเฟสบุ๊คว่า ดีเอสไอ "เชิญ" ตัวเอง ไปรับทราบข้อมูลสำคัญ นั่นคือ การวินิจฉัยให้พระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ต้องอาบัติปาราชิก และได้ส่งคำสั่งไปยังมหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ "ให้จับธัมมชโยสึก" เล่นเอากองเชียร์ครึกครื้นปานกบได้ฝน

แต่ ณ วันนี้ (1 ก.พ. 59) ก็มีข่าวจากดีเอสไอ ปฏิเสธว่า ไม่ได้วินิจฉัยตามที่มีการกล่าวอ้าง (ของพุทธะอิสระ) เพราะดีเอสไอไม่มีอำนาจวินิจฉัยในกรณีที่เกี่ยวกับพระธรรมวินัย

 

ดูกันต่อไป ว่าพุทธะอิสระจะเล่นลิเกบทไหน ?

 

 

 


ได้เวลาเลิกเลี้ยงไข้ ใช้ยาแรงฆ่าเชื้อเสียที

 

11 มกราคม 2559

 

เลี้ยงไข้มา 2 ปี ก็เพื่อจะรอวันนี้

 


 

วันนี้ คือวันที่ DSI ลงมติว่า สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช ทรงใช้พระอำนาจวินิจฉัยลงโทษธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกายต้องอาบัติปาราชิก

 

ด้วยข้อหายักยอกทรัพย์และอวดอุตริมนุสธรรม

 

ตั้งแต่ปี 42 นั้น DSI สืบสวนสอบสวนแล้ว มีความเห็นเป็นเอกฉันท์ว่า ทรงวินิจฉัยชอบด้วยหลักพระธรรมวินัยและกฎหมายปกครองคณะสงฆ์

 

DSI จึงมีมติเป็นเอกฉันท์ส่งเรื่องให้สำนักนายก สำนักพุทธ และมหาเถรสมาคม เร่งดำเนินการให้เป็นไปตามพระบัญชา พระวินิจฉัย

 

ฉันรอความเห็นวันนี้มา 2 ปี

 

หลังจากผู้ตรวจการแผ่นดินรัฐสภามีมติยืนยันว่าพระบัญชาที่ทรงมีพระวินิจฉัยของเจ้าพระคุณสมเด็จพระสังฆราชเป็นของจริง และชอบด้วยหลักธรรมวินัย กฎหมายคณะสงฆ์

 

ก็เพียรพยายามไปยื่นเรื่องร้องเรียนต่อหน่วยงานต่างๆ เพื่อให้สืบสวนสอบสวนแสวงหาข้อเท็จจริงให้ปรากฏชัด

 

มาถึงวันนี้ เมื่อความเป็นจริงปรากฏ มีหน่วยงานสืบสวนสอบสวนออกมายืนยันชัดเจน

 

แค่สองหน่วยงานนี้ ฉันก็สามารถอ้างต่อศาลให้มาเป็นพยานในศาลอาญาได้แล้ว

 

ต่อไปก็เป็นการวางยาฆ่าเชื้อโรค

 

คือนำเรื่องละเว้นหรือปฏิบัติหน้าที่โดยมิชอบหรือทุจริต มาตรา 157 ฟ้องต่อศาล

 

ตามมาด้วยหมิ่นเบื้องสูง 112 เท็จทูลนำบุคคลที่มิใช่ภิกษุ ทูลเกล้าขอพระราชทานสมณศักดิ์

 

ตามมาติดๆ ด้วยโทษฐานละเมิดจริยาพระสังฆาธิการ ข้อ 54

 

พระสังฆาธิการรูปใดประพฤติละเมิดจริยา ต้องได้รับโทษฐานละเมิดจริยาอย่างใดอย่างหนึ่งดังต่อไปนี้ (1) ถอดถอนจากตำแหน่งหน้าที่ (2) ปลดจากตำแหน่งหน้าที่ (3) ตำหนิโทษ (4) ภาคทัณฑ์

 

ยาแรงแค่นี้น่าจะฆ่าเชื้อโรคร้ายที่กัดกินพระธรรมวินัยได้

 

หากยังไม่ตาย เดี๋ยวอาจจะตามมาด้วยคดีแพ่งที่ก่อให้เกิดความเสียหายต่อพระธรรมวินัย สังคม เศรษฐกิจ โดยเฉพาะพี่น้องชาวสหกรณ์เครดิตยูเนี่ยนรอคิวอยู่

 

งานนี้หากจะแรงไปบ้างก็อย่าโทษกัน

 

เพราะสองปีที่ผ่านมา ทั้งเตือน ทั้งบอก ทั้งส่งสัญญาณ พูดถึงขนาดว่ามหาเถรจะเลือกอุ้มธัมมชโยหรือจะเลือกทางรอดให้แก่ตัวเองทั้งฝูง

 

แต่สิ่งที่ได้รับคำตอบก็คือ หากมีปัญญา ทำอะไรได้ก็เชิญ

 

วันนี้จึงถึงเวลาแล้วที่พุทธะอิสระ พญาราชสีห์แห่งเวทีแจ้งวัฒนะ ต้องใช้ยาแรงฆ่าเชื้อเสียที

 

เพราะฝีหนองสุกงอม พร้อมที่จะถูกทิ่มแทงให้หนองเน่าๆ ไหลออกมาได้แล้ว

 

คงไม่ว่ากันนะจ๊ะ

 

 

 

พุทธะอิสระ

 

 

 

 

 

ดีเอสไอโต้พัลวัน ไม่ได้สรุปชี้มูลว่าผิด คดีของพระธัมมชโย
 


ดีเอสไอปัด อ้างเปล่าชี้มูลความผิด "พระธัมมชโย" คดีถือครองที่ดิน-ทรัพย์สิน มิชอบ เพราะไม่ใช่อำนาจของกรมสอบสวนคดีพิเศษ แต่ยอมรับว่าเป็นการตรวจสอบตามที่ "พุทธะอิสระ" ยื่นร้องจำนวน 17 ประเด็น แต่มีเพียง 2 ประเด็นเท่านั้นที่เข้าข่ายอยู่ในความรับผิดชอบ คือการตรวจสอบรถหรูและบิดเบือนคำสอนทางด้านพระพุทธศาสนา
 


เมื่อวันที่ 31 ม.ค. พ.ต.ต.วรณัน ศรีล้ำ ผู้อำนวยการศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ในฐานะรองโฆษกดีเอสไอ กล่าวถึงกรณีการเผยแพร่ข้อมูลเกี่ยวกับดีเอสไอชี้มูลความผิดพระเทพญาณมหามุนี หรือพระธัมมชโย เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย มีความผิดในคดีถือครองที่ดินและทรัพย์สินโดยมิชอบว่า ที่ผ่านมาพระพุทธะอิสระ หรือพระสุวิทย์ ธีรธัมโม เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย อ.กำแพงแสน จ.นคร ปฐม ได้ยื่นเรื่องร้องให้ดีเอสไอดำเนินการตรวจสอบพฤติกรรมของพระธัมมชโยไว้รวมจำนวน 17 ประเด็น ซึ่งมีประเด็นเกี่ยวกับการถือครองที่ดินและทรัพย์สินรวมอยู่ด้วย โดยให้ดีเอสไอรื้อคดีนี้ขึ้นมาตรวจสอบ ซึ่งจากการตรวจสอบพบว่าประเด็นการถือครองที่ดินและทรัพย์สินของพระธัมมชโย เป็นคดีที่ก่อนหน้านี้ที่กองบังคับการปราบปรามได้แจ้งข้อกล่าวหาดำเนินคดีกับพระธัมมชโยแล้ว และมีการต่อสู้คดีในชั้นศาลเป็นระยะเวลาเกือบ 7 ปี ก่อนที่พนักงานอัยการได้ยื่นคำร้องขอถอนคดีต่อศาลอาญา

พ.ต.ต.วรณัน กล่าวว่า ทั้งนี้ เมื่อดีเอสไอตรวจสอบยังพบว่าหลังจากพนักงานอัยการได้ถอนฟ้อง พบว่ายังไม่ปรากฏเกี่ยวกับการดำเนินการทางสงฆ์กรณีการถือครองที่ดินและทรัพย์สิน ดีเอสไอจึงได้พิจารณาเรื่องดังกล่าวและส่งไปให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เป็นผู้ดำเนินการ เนื่องจากอยู่ในอำนาจหน้าที่ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติที่จะดำเนินการ

พ.ต.ต.วรณันกล่าวต่อว่า อย่างไรก็ตาม ใน 17 ประเด็นที่พระพุทธะอิสระได้เคยมาร้องเรียนกับดีเอสไอ มีเพียง 2 ประเด็นที่อยู่ในอำนาจหน้าที่ของดีเอสไอ คือ 1.กรณีการตรวจสอบรถยนต์หรู และ 2.การบิดเบือนคำสอนให้ไม่สอดคล้องกับหลักศาสนาและได้นำไปเผยแพร่ผ่านเว็บไซต์ ซึ่งน่าจะมีมูลความผิดตาม พ.ร.บ.คอมพิวเตอร์

"
ยืนยันว่า ดีเอสไอไม่ได้ชี้มูลความผิดพระธัมมชโย กรณีการถือครองที่ดินและทรัพย์สินวัดพระธรรมกาย ก่อนส่งเรื่องไปให้ พศ. เป็นผู้พิจารณาดำเนินการแต่อย่างใด" ผอ.ศูนย์บริหารคดีพิเศษ กรมสอบสวนคดีพิเศษหรือดีเอสไอ กล่าว

 

 

 

 

ที่มา  :  ข่าวสด  :  1 กุมภาพันธ์ 2559

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264