เตะลูกซ้ำ !

 

 

พนมประกาศรอบสอง

กำลังฮะ กำลังจะ..ประชุม !

 

 

 

 

อา..ไม่รู้ว่ากว่าถั่วจะสุก งาจะไหม้ไปเสียก่อนหรือเปล่า กับเกม "ชิงพริบชิงเหลี่ยม" ระหว่างสำนักพุทธกับกรมการศาสนาในเวลานี้ เทียบฟอร์มแล้ว สำนักพุทธเสียเปรียบป่นปี้ ตรงที่ "ไม่มีพี่เลี้ยง" เพราะเป็นสำนักงานในกำกับสำนักนายกรัฐมนตรี เป็นโดดเดี่ยวผู้น่ารัก ตามความต้องการของ "พระหนุ่มเณรน้อย" ในศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งชาติ พอตั้งเสร็จก็ตัวใครตัวมัน ส่วนกรมการศาสนานั้นมีพี่ใหญ่ คือ กระทรวงวัฒนธรรม คอยคุ้มครองป้องกันวางหมากวางเกม เป่ากระหม่อม ปลดมงคล ให้ศีลให้พรก่อนชก แถมตอนพักยกก็ยังคอยให้น้ำและพร่ำสอนวิธี "แก้มวย" ให้อย่างทันลูกทันคน ถึงเวลาประชุม รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรมก็ลงมานั่งคุมเกม มีอะไรก็โยนลูกให้ "อธิบดีกรมการศาสนา" รับไป มวยมันแบกน้ำหนักกันเห็นๆ เล่นแบบนี้ใครเป็น ผอ.สำนักพุทธ ก็ลำบากซี

 

นายพนมเอง ก็อยากจะเล่นเกมเร็ว แต่ก็อย่างว่า นอกจากจะหาเจ้าหานายไม่ได้แล้ว งานเร่งงานด่วนยังติดไฟแดง เป็นงานสำคัญ "วันเกิดสมเด็จช่วง" จัดกันเต็มๆ จัดกันตรึมๆ 3 วัน 3 คืน ตั้งแต่วันที่ 24 ถึง 26 ซึ่งเป็นวันเข้าด้ายเข้าเข็มของ ม.44 อีกด้วย พระกรรมการมหาเถรสมาคม "เฮโล" ไปชะยันโตที่วัดปากน้ำหมด ไม่มีใครอยู่วัดเลย แถมตัวนายพนมก็ยังต้องไปสนองงานที่วัดปากน้ำอีก  จะจัดประชุมอะไรก็ทำไม่ได้ มันปวดหัวใจเหลือหลาย งานใหญ่เลยพลาด ถูกกรมการศาสนาตัดหน้าเอาไปหมด พนมทำได้อย่างมากที่สุดก็แค่..ออกข่าวสกัด ทำนองขู่ไว้ก่อน ว่าสำนักพุทธฯ ยังคงดำรงตำแหน่ง "จ่าฝูง" ในบัญชี ถึงในสนามจะรั้งท้ายไปหลายก้าวก็ตาม กะจะเร่งเครื่องเอาในตอนท้าย ถ้าไม่แหกโค้งลงคลองสามเสียก่อน

 

ที่ว่า "สำนักพุทธฯเสียเปรียบ" นั้น ก็เพราะว่า ในคำสั่ง คสช. ม.44 นั้น กำหนดให้ "ทุกศาสนา" ไม่ว่าจะเป็น พุทธ คริสต์ อิสลาม พราหมณ์-ฮินดู และซิกซ์ เข้ามาร่วมกันสร้างสมานฉันท์ ครั้นสำรวจอำนาจหน้าที่แล้วก็พบว่า ศาสนาทั้ง 5 อยู่ในขอบข่ายงานของ "กรมการศาสนา" ส่วนสำนักพุทธฯนั้น มีอำนาจหน้าที่เฉพาะ "พระพุทธศาสนา" เพียงแห่งเดียว นี่ไงที่ว่าเสียเปรียบ นายพนมจะขยับไปคุยกับศาสนาอื่นก็ไม่ถนัด เพราะคนละสังกัดดังกล่าว ตรงนี้จึงเป็น "โอกาสทอง" ของกรมการศาสนา ซึ่งเสียเปรียบสำนักพุทธฯ มาเป็นเวลานาน ได้จังหวะ "เอาคืน" เล่นกันแบบไม่ไว้หน้าอินทร์หน้าพรหม ประกาศโครมครามเหมือนไม่มีสำนักพุทธฯในสายตาเลย ทีใครก็ทีมัน ตอนที่กรมการศาสนาประกาศตั้ง "สภาพุทธศาสนา" ขึ้นมาเมื่อ 3 ปีก่อน ก็ถูกสำนักพุทธฯ นี่แหละ ออกมาถล่มว่า "ถ้าตั้งก็เท่ากับสร้างความแตกแยกระหว่างพุทธศาสนิกชน" จนกระทั่งกรมการศาสนาต้องยอม "ถอนสายบัว" ปล่อยให้โครงการเป็นหมัน เลิกร้างไป เจ็บปวดเพียงใดก็ต้องกลืนเลือด ถึงบอกว่าสำนักพุทธฯเล่นงานเขาก่อน สอนมวยเขาไว้เยอะ บาปกรรมจึงมาตกแก่ผู้บริหารยุคหลังนี่แหละ นายนพรัตน์ จอมบทบาทในช่วงนั้น เกษียนและหนีไปอยู่อเมริกาจ้อยแล้ว

 

ว่าแต่ที่ประกาศว่า จะรวบรวมความขัดแย้งทางด้านศาสนาไปรายงานบิ๊กตู่น่ะ รวบรวมความขัดแย้งระหว่างสำนักพุทธฯกับกรมการศาสนา เสียก่อนไม่ดีกว่าหรือ คุณพนม ?

 

 

 

 

 

พนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักพุทธ

 

 

 

พศ. รับลูก ม.44 คสช. สั่ง พศจ. รวบรวมปัญหาความขัดแย้งด้านศาสนา

 

 

นายพนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวถึงกรณีที่หัวหน้าคณะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ออกคำสั่ง คสช. ที่ 49/2559 เรื่อง มาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย โดยอาศัยอำนาจตามมาตรา 44 แห่งรัฐธรรมนูญฉบับชั่วคราว ให้หน่วยงานที่เกี่ยวข้อง อาทิ พศ. องค์กรปกครองคณะสงฆ์ กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) กระทรวงมหาดไทย (มท.) ร่วมกับศูนย์อํานวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) เป็นต้น ร่วมกันกําหนดมาตรการและกลไกในการส่งเสริมความเข้าใจอันดี และความสมานฉันท์ ของศาสนิกชนของทุกศาสนา เสนอคณะรัฐมนตรี (ครม.) ภายใน 3 เดือน และให้ พศ. และกรมการศาสนา (ศน.) รายงานความก้าวหน้า ในการดําเนินการตามคําสั่งนี้ พร้อมทั้งปัญหาและอุปสรรค ตลอดจนแนวทางแก้ไขให้นายกรัฐมนตรีทราบทุก 3 เดือน ว่า ได้ตั้งคณะทำงาน โดยตนเป็นประธาน และมีผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) บางจังหวัดที่อยู่ในพื้นที่ที่มีความขัดแย้งด้านศาสนาอยู่ในคณะทำงานด้วย และเบื้องต้นได้มีการประชุมหารือกับคณะทำงานแล้ว เพื่อหาแนวทางวางแผนการทำงานตามคำสั่ง คสช. ซึ่งตนได้มอบหมายให้ พศจ. รวบรวมข้อมูลความขัดแย้งด้านศาสนาและแนวทางแก้ไขส่งมายังส่วนกลางให้เร็วที่สุด นอกจากนี้มหาเถรสมาคม (มส.) ยังได้มอบให้ผู้แทน มส. 3 รูป เข้าร่วมประชุมกับคณะทำงาน ซึ่งจะนัดหมายการประชุมในเร็วๆ นี้

 

ส่วนความคืบหน้ากรณีที่ นายสุวพันธุ์ ตันยุวรรธนะ รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ที่ดูแลกำกับ พศ. มอบให้พศ.รวบรวมข้อมูลพร้อมรายงานความคืบหน้าการปฏิรูปกิจการคณะสงฆ์ตามภารกิจหลัก 6 ด้าน และ 1 องค์ประกอบ โดย มส. ได้ตั้งคณะทำงานออกเป็น 7 คณะนั้น ขณะนี้คืบหน้าพอสมควร เนื่องจากคณะทำงานแต่ละด้านได้ประชุมหารือกันเป็นระยะๆ และล่าสุดอยู่ในขั้นตอนการร่างยุทธศาสตร์ของแต่ละด้าน เพื่อจะนำยุทธศาสตร์นั้นเสนอต่อคณะกรรมการชุดใหญ่ต่อไป นายพนม กล่าว

 

 

 

ที่มา : มติชน : 26 สิงหาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264