ตัดหน้า !

 

 

กระทรวงวัฒนธรรมแซงหน้าสำนักพุทธฯ

 

อ้างคำสั่ง คสช. ม.44

 

รวบรัดยกอำนาจให้กรมการศาสนาหน้าตาเฉย !

 

 

อา..! ของแบบนี้มันไวใครไวมัน งานวัดงานวามันเป็นของกลาง ตาดีได้ ตาร้ายเสีย ใครไวกว่าก็ย่อมได้เปรียบ เรื่อง "ช้าแต่ชัวร์" นั้น บางทีก็ไม่เวิร์คเหมือนกัน ดูอย่าง นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักพุทธฯ ซี ติดด่านราชการไทยมานานหลายปี เพิ่งจะมีโอกาสได้ไปเมืองนอก พอออกไปได้ไม่ทันไร แบบว่ากลับมาไทยยังไม่ทันปรับตัว ก็ถูกกรมการศาสนา "ตัดหน้า" เอาเค๊กก้อนใหญ่ไปกินเสียแล้ว ขนาดว่านายกฤษศญพงษ์ได้เลื่อนขั้นขึ้นเป็น "ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม" ไปแล้วเชียวนา ก็ยังไม่วาย "ออกลาย" ทิ้งทวน วิ่งราวงานไปจากสำนักพุทธฯ จนได้ แสนแสบ เรียกพี่เลย

 

 

ก็ในคำสั่ง คสช. ที่เรียกว่า "ม.44" นั้น ระบุว่า ให้ "สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ" และ "กรมการศาสนา" รายงานให้นายกรัฐมนตรีทราบ ทุกๆ 3 เดือน" เด็กก็อ่านเป็นว่า ต้องให้สำนักงานพระพุทธศาสนาเป็นผู้นำ ส่วนกรมการศาสนานั้นเป็นนัมเบอร์ 2 แต่ดูไปแล้ว กระทรวงยุติธรรมเล่นรวบงานมาให้กรมการศาสนา ชงเองกินเอง อะไรๆ ก็ "ให้กรมการศาสนาดำเนินการ" ไม่ว่าข้อ 1 ข้อ 2 หรือ 3 ไม่มีสำนักพุทธฯเลยแม้แต่ข้อเดียว ถามว่า แบบนี้มันจะสมานฉันท์กันได้ยังไง แค่งานก็เริ่มแย่งกันแล้ว อย่างอื่นคงไม่ต้องพูดถึง ที่สำคัญมันอยู่ที่ว่า เพียงแค่เริ่มต้นก็เริ่มเหยียบเท้ากันแล้ว แล้วจะไปไหวยังไงไม่ทราบ โครงการสมานฉันท์น่ะ เฮ้อ ! ปวดหัวแทนบิ๊กตู่เหลือเกิน !

 

 

 

 

สองดาราเจ้าบทบาทศาสนาในประเทศไทย

 

ซ้าย : พนม ศรศิลป์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

ขวา : กฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา

 

 

 

 

วธ.คลอด 3 แนวทางรองรับ ม.44 ถก 5 ผู้นำศาสนา ประมวลปัญหา-รับฟังข้อเสนอแนะ

 

 

เมื่อวันที่ 24 สิงหาคม ที่กระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) นายวีระ โรจน์พจนรัตน์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงวัฒนธรรม (วธ.) เปิดเผยภายหลังเป็นประธานในการประชุมแนวทางดำเนินงานตามคำสั่งหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ที่ 49/2559 เรื่องมาตรการอุปถัมภ์และคุ้มครองศาสนาต่างๆ ในประเทศไทย โดยมีผู้บริหารระดับสูง และผู้แทนหน่วยงานในสังกัด วธ.ร่วมประชุม เพื่อประมวลแนวทางปฏิบัติตามคำสั่ง คสช. ก่อนมอบแนวทางให้ นายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) ประชุมร่วมกับผู้นำองค์กรทางศาสนาทั้ง 5 ศาสนา ว่า ศน.ได้แจ้งต่อที่ประชุมถึงคำสั่งหัวหน้า คสช. ดังกล่าว โดยกำหนดให้องค์กรต่างๆ ร่วมกำหนดมาตรการ กลไกการส่งเสริมความเข้าใจอันดี และความสมานฉันท์ของศาสนิกชนทุกศาสนา ป้องกันไม่ให้มีการบ่อนทำลายพระพุทธศาสนาและศาสนาอื่น ซึ่งได้รับการรับรองตามรัฐธรรมนูญและรัฐให้การคุ้มครองตลอดมา โดยให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) และ ศน.รายงานความก้าวหน้าในการดำเนินการตามคำสั่งนี้ พร้อมทั้งปัญหา อุปสรรค และแนวทางการแก้ไขให้นายกรัฐมนตรีทราบทุก 3 เดือน

 

 

นายวีระ กล่าวอีกว่า ที่ประชุมมีมติให้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวใน 3 ประเด็น ได้แก่

 

1. มอบให้ ศน. สรุปภารกิจ และแนวทางการคุ้มครอง และอุปถัมภ์ศาสนาทั้ง 5 ศาสนา ที่ได้รับการรับรองอย่างถูกต้อง ได้แก่ องค์การทางศาสนาพุทธ ศาสนาอิสลาม ศาสนาคริสต์ ศาสนาพราหมณ์-ฮินดู และศาสนาซิกข์ รายงานการอุปถัมภ์คุ้มครองศาสนาทั้ง 5 ศาสนาที่ผ่านมาว่าได้ดำเนินการอย่างไรบ้าง

 

2. ให้ ศน. รวบรวม และประมวลปัญหาความขัดแย้ง การดูหมิ่นลบหลู่ การโจมตีต่างๆ ที่เกี่ยวข้องกับศาสนาที่ปรากฎในสื่อโซเซียลมีเดียในปัจจุบัน มีกี่เรื่อง กี่ประเด็น เพื่อกำหนดแนวทาง และวิธีการแก้ปัญหา เพื่อเสนอต่อรัฐบาล หรือหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เช่น กระทรวงเทคโนโลยีและสารสนเทศ (ไอซีที) ให้บังคับใช้กฎหมาย

 

3. มอบ ศน. เชิญผู้นำ หรือผู้แทนองค์การศาสนาทั้ง 5 ศาสนา มาหารือเพื่อรับฟัง และประมวลปัญหา ตลอดจนรับฟังข้อเสนอแนะเพื่อใช้เป็นแนวทางในการแก้ปัญหา จากนั้นสรุปเป็นแนวทางในภาพรวมของ 5 ศาสนา และแนวทางในส่วนของ วธ. เพื่อนำเสนอหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต่อไป

 

 

 

ที่มา : มติชน : 25 สิงหาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264