ชิงนำ !

 

 

เจ้าคุณวีรยุทธส่งสัญญาณข้ามประเทศ

 

นำพระอินเดียบุกไทยแลนด์

 

เปิดพุทธวิธีใหม่ในการกอบกู้พระศาสนา

 

 

 

 

อา..ดูไปเหมือนว่าเมืองไทยกำลังมีสงครามศาสนาอย่างนั้นแหละ เพราะมองว่า ถ้าสมเด็จช่วงเป็นอะไรไป พระพุทธศาสนาในเมืองไทยจะอยู่ไม่ได้ บ้างก็ว่า ถ้าธัมมชโยเป็นอะไรไป พระพุทธศาสนาในไทยจะล่มสลาย ถูกมุสลิมยึดครองทำนองนั้น ปัญหาสำคัญมันอยู่ที่ว่า เวลานี้ ปัญหาทั้งสมเด็จช่วงและธัมมชโยได้รวมกันเป็นเนื้อเดียว เพราะสมเด็จช่วงไม่ยอมทิ้งธัมมชโย ยังยืนกระต่ายขาเดียว "รักและห่วงใย" ในท่านธัมมชโย เหมือนลูกในอก ครั้นปัญหาธัมมชโยกระทบถึงสมเด็จช่วง ซึ่งมีแคนดิเดทเป็นสังฆราช เรื่องมันเลยบานไปทั้งสังฆมณฑล เพราะพระเณรทั้งประเทศและทั่วโลก ก็ต้องขึ้นต่อมหาเถรสมาคม ซึ่งมีสมเด็จช่วงเป็นประธาน การจะได้ยศถาบรรดาศักดิ์และอำนาจวาสนาบารมีต่างๆ ก็ต้องผ่าน สมเด็จช่วงๆ จึงเหมือนกล่องดวงใจของพระไทยทั้งประเทศในเวลานี้ พูดง่ายๆ ก็หมายความว่า ไม่มีใครคิดว่าเป็นของพระราชทานจากราชสำนักแล้ว เพราะไม่เคยมีพระสงฆ์รูปใดได้รับการโปรดเกล้าฯโดยตรง โดยไม่ผ่านมหาเถรสมาคม ทุกรูปได้ดีเพราะสมเด็จช่วงให้ทั้งนั้น เหมือนอดีตนายพลกรมตำรวจประกาศว่า "มีวันนี้เพราะพี่ให้" นั่นเอง ในอดีตนั้น พุทธทาสภิกขุเคยกล่าวว่า "พระพุทธรูปบังพระพุทธเจ้า คัมภีร์บังพระธรรม ลูกชาวบ้านบังพระสงฆ์" แต่ยุคปัจจุบันเห็นทีต้องเปลี่ยนเป็น "สมเด็จช่วงบังราชสำนัก" และ "ธัมมชโยบังพระพุทธเจ้า"

 

 

 

 

 

 

มีวันนี้เพราะพี่ให้ VS มีวันนี้เพราะหลวงพ่อให้

 

 

 

ตรงนี้คือ "จุดบอด" ในสายสัมพันธ์ระหว่าง 3 สถาบันหลักของชาติ คือ ชาติ ศาสนา และพระมหากษัตริย์ ซึ่งปล่อยปละละเลยมานาน นานจนแก้ไขอะไรแทบไม่ได้แล้ว เพราะคนส่วนใหญ่เชื่อว่าสิ่งที่ทำอยู่ในปัจจุบันนั้นถูกต้องแล้ว หากไม่ถูกต้องจะผ่านมานานหลายสิบปีหรือ

 

ปัญหานี้แทบไม่ต่างไปจาก "กรณีธรรมกาย" ซึ่งสาวกในสายนี้ มีศรัทธาต่อพระธัมมชโยและหลวงพ่อสด รวมทั้งแม่ชีจันทร์ เป็นไตรภาคี แทบไม่มีใครพูดถึงพระพุทธเจ้า ผู้เป็นพระบรมศาสดาของพระพุทธศาสนา เพราะเขาเชื่อว่า เขาเข้าถึงพระศาสนาได้โดยอาศัย "ไตรภาคี" ที่ว่านี้ ไม่มีใครไปเฝ้าพระพุทธเจ้าโดยตรง โดยไม่ผ่าน..หลวงพ่อธัมมชโย !

 

ดังนั้น ถ้าจะว่าไปแล้ว ก็เป็นปัญหาของราชสำนักไทย (รวมทั้งหน่วยงานความมั่นคง เช่น องคมนตรี ผู้ตรวจการแผ่นดิน รัฐบาล) เองนั่นแหละ ที่ปล่อยปละละเลย ให้พระสงฆ์บริหารกันเอง ใช้ระบบมือใครยาวสาวได้สาวเอา กว่าจะรู้ก็สาย กลายเป็นว่า "ถูกยึดอำนาจ" ไปเบ็ดเสร็จเด็ดขาด ถึงขนาดประกาศว่า ถ้าไม่ได้เป็นสังฆราช ก็จะระดมพระเณรทั่วประเทศมาประท้วงและต่อต้านรัฐบาล แบบว่าให้มันพังกันไปข้าง

 

ส่วนที่พระธรรมทูตไทยในอินเดีย นำโดยท่านเจ้าคุณพระเทพโพธิวิเทศ (วีรยุทธ วีรยุทฺโธ) ประกาศจะยกทัพกลับมาร่วมชุมนุมกอบกู้เอกราชให้แก่สมเด็จวัดปากน้ำเป็นประเทศแรกนั้น ก็คงจะเพราะว่า อินเดียอยู่ใกล้ไทยแค่ 3 ชั่วโมงกว่า บินแป๊บเดียวก็ถึงแล้ว แต่สำหรับพระไทยในทวีปอื่นๆ เช่น อังกฤษ ยุโรป และสหรัฐอเมริกา ใช้เวลาเป็นวันเป็นคืนกว่าจะถึงไทย ค่าใช้จ่ายก็ย่อมจะสูงเป็นเงาตามตัว แถมประเทศเหล่านี้ก็ใหญ่ มีพระไทยกระจายอยู่ทั่ว การประสานงานให้ลงตัวจึงต้องใช้เวลานาน การประกาศ "ชิงนำ" ของเจ้าคุณวีรยุทธ จึงมีผลด้านจิตวิทยา ถ้าผลของงานออกมาดี งานนี้เหมือนถูกหวย แต่ถ้างานนี้ล้มเหลว ก็ถือว่าอันตราย เพราะหัวหมู่ทะลวงฟันนั้น ถ้ารอดตายก็..ฮีโร่ แต่ถ้าโดนซัลโวก่อนก็..ซีโร่ !

 

 

 

 

 

พระเทพโพธิวิเทศ

 

(วีรยุทธ วีรยุทฺโธ Ph.D)

 

เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล

 

 

 

 

สงฆ์ไทยในอินเดียแถลงการณ์พร้อมสวดมนต์ใหญ่

 

 

วันนี้ (1 ส.ค.) พระเมธีธรรมาจารย์ หรือ เจ้าคุณประสาร เลขาธิการศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย กล่าวว่า องค์กรพุทธกำลังได้ติดตามสถานการณ์อย่างใกล้ชิด โดยเฉพาะการที่ดีเอสไอ ไม่เปิดเผยข้อมูลเกี่ยวกับคดีรถโบราณให้เกิดความกระจ่างชัดเจน ทำให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เสื่อมเสียชื่อเสียงและมีมลทิน ซึ่งส่งผลกระทบความรู้สึกของคณะสงฆ์ไทย ที่หน่วยงานรัฐได้กระทำย่ำยีต่อผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชและพระพุทธศาสนา ซึ่งขณะนี้พระสงฆ์ไทยทั่วโลกตื่นตัวจะแสดงพลังร่วมสวดมนต์แห่งชาติครั้งใหญ่ เชื่อว่าหากยังมีการย่ำยีพระมหาเถระ และพระพุทธศาสนา คณะสงฆ์จะออกมาสวดมนต์แสดงพลังปกป้องพระพุทธศาสนาเป็นจำนวนมากเป็นประวัติการณ์อย่างแน่นอน

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กลุ่ม ชมรม และองค์กรต่างๆ ในนามคณะพระนักศึกษาไทยในแดนพุทธภูมิ ได้ประชุมร่วมกันและมีมติออกแถลงการณ์ ดังนี้

 

1. ขอให้รัฐบาลไทยให้ความเคารพต่อคณะสงฆ์และช่วยกันพิทักษ์ปกป้องพระพุทธศาสนา ให้มีอายุยืนยาวตลอดไป โดยให้ศึกษาสาเหตุความเสื่อมของพระพุทธศาสนาในชมพูทวีป เป็นอุทาหรณ์

 

2. คณะพระนักศึกษาไทยในแดนพุทธภูมิ ประเทศอินเดีย พร้อมเข้าร่วมเจริญพระพุทธมนต์ครั้งใหญ่ที่ประเทศไทย ตามที่ส่วนกลางกำหนด

ผู้สื่อข่าวรายงานด้วยว่า นอกจากนี้คณะสงฆ์พระธรรมทูตไทยและพระไทยในอินเดีย ได้ประชุมเกี่ยวกับ
"ความอยู่รอดของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย ณ ปัจจุบัน และทิศทางยุทธศาสตร์การรักษาพระพุทธศาสนาในอนาคต" โดยมี พระเทพโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตไทย สายประเทศอินเดีย-เนปาล เป็นประธาน ณ ศูนย์ปฏิบัติธรรมภูริปาโล เมืองพุทธคยา รัฐพิหาร สาธารณรัฐอินเดีย เมื่อวันที่ 31 ก.ค. ที่ผ่านมา

 

ที่ประชุมมีความเห็นร่วมกันว่า พระสงฆ์ในพุทธภูมิห่วงใยความมั่นคง ตลอดถึงความอยู่รอดของสถาบันหลักของชาติไทย เพราะเมื่อนำเอาประวัติศาสตร์ของอินเดียมาวิเคราะห์ พบว่า ตราบใดที่สถาบันพระมหากษัตริย์อยู่รอด พระพุทธศาสนาย่อมอยู่รอดตามไปด้วย ในอดีตพระพุทธศาสนาล้มสลายไปจากอินเดีย เพราะสถาบันกษัตริย์ล่มสลาย ประกอบกับการมีภัยภายในและภัยภายนอก เป็นองค์ประกอบร่วม นอกจากนี้การแตกความสามัคคีของพุทธบริษัทเป็นก๊กเป็นเหล่า ทำให้ภัยจากบุคคลภายนอกเข้ามาแทรกแซงและยึดพื้นที่ได้ ทั้งนี้ การจะทำให้พุทธศาสนาอยู่ได้นั้น พุทธบริษัทสี่จะต้องจับมือกันรักษาสถาบันทั้งสามให้มั่นคง สามัคคี และให้อภัยซึ่งกันและกัน ทำเรื่องศีลสามัญญตา ทิฎฐิสามัญญตา ให้เสมอกัน ช่วยกันรักษาพุทธศาสนา รักษาผืนแผ่นดินให้เป็นดินแดนแห่งความสงบร่มเย็นได้ตลอดไป

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์  : 2 สิงหาคม 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264