ทวงคืนพระหึงตรัง !

 

 

 

ผู้ว่าตรังเอาจริง

 

สั่งสองหน่วยงานประสานข้อมูล

 

ครั้งนี้ ค่อนข้างมั่นใจว่า..ได้คืนแน่

 

 

 

 

พระหึง หรือ พระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองตรัง

 

 

สูญหายไปนานกว่า 30 ปี เคยมีข่าวทวงคืนและมีกระแสว่าจะได้คืนมาหลายครั้ง แต่สุดท้ายก็ฝันสลาย มีแต่เพียงภาพถ่ายให้ดู ถ้าครั้งนี้สามารถทวงองค์ท่านได้มา ก็ต้องนับว่าเป็นบารมีของท่านผู้ว่าตรังคนปัจจุบันโดยแท้จริง สาธุ ขอให้เป็นจริง !

 

 

 

 

 

ผู้ว่าฯตรัง ทำหนังสือด่วนให้ 2 หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง "พระพุทธสิหิงค์" หาย ขีดเส้นตายด่วน !

 

 

 

ผู้ว่าฯตรัง ทำหนังสือด่วนให้ 2 หน่วยงานตรวจสอบข้อเท็จจริง พระพุทธสิหิงค์ สูญหาย ขีดเส้น 25 เมษายน ขณะที่ ชาวบ้าน ต.นาพละ เตรียมขึ้นป้ายหวังได้องค์พระคืน ทางด้านอดีตกำนันนาพละ ระดมชาวบ้านตำบลใกล้เคียงรวมใจ ตั้งจิตอธิษฐาน

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า นายเดชรัฐ สิมศิริ ผู้ว่าราชการจังหวัดตรัง กล่าวถึงการมาเคลื่อนไหวของประชาชนชาวตรัง ให้ติดตามพระพุทธสิหิงค์ที่สูญหายไปนาน 34 ปี กลับคืนสู่จังหวัดตรัง ว่าเมื่อวันที่ 19 เมษายน ตนได้ทำหนังสือด่วนที่สุดไปยัง อำเภอเมืองตรัง และสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดตรัง ให้ลงไปตรวจสอบข้อเท็จจริงที่เกิดขึ้นให้ชัดเจน เนื่องจากที่ผ่านมามีการพูดกันไปต่างๆ นานา แต่ก็ยังไม่ทราบข้อมูลที่ชัดเจนว่า พระพุทธสิหิงค์ถูกนำไปประดิษฐานที่ไหน ไม่ว่าจะเป็นข้อมูลระยะเวลาการสูญหาย ที่ไหนเมื่อไหร่ มีการแจ้งความร้องทุกข์หรือไม่ และเคยมีการติดตามสืบหาอย่างไร และให้รายงานให้ตนทราบ ภายในวันที่ 25 เมษายน นี้

 

เมื่อได้ข้อมูลแล้ว ทางจังหวัดจะได้มีการกำหนดแนวทางว่าจะดำเนินการอย่างไรต่อไป ความสับสนที่เกิดขึ้นในขณะนี้ยังปรากฏ หรือแม้แต่วัดที่เป็นเจ้าขององค์พระทั้งวัดหัวถนน และวัดพระพุทธสิหิงค์ ก็มีการตั้งข้อสังเกตกันว่า วัดไหนเป็นเจ้าของกรรมสิทธิ์ จนถึงขณะนี้ทางจังหวัดเองยังไม่มีข้อมูลที่แน่ชัด การดำเนินการต้องใช้ความระมัดระวัง เป็นเรื่องละเอียดอ่อน จะไปพูดว่า อยู่ที่นั้นที่นี้ ไม่ได้ ต้องมีหลักฐานแน่ชัด หรือแม้แต่ นายดำรง ลีนานุรักษ์ อดีตรองอธิการบดี ม.แม่โจ้ ออกมาเรียกร้องให้รื้อฟื้นนั้น หากนายดำรงมีข้อมูลก็ช่วยเรียนให้ตนทราบด้วย

 

นายครองพิชญ์ ชัยภักดี กำนันต.นาพละ อ.เมือง จ.ตรัง กล่าวว่า เป็นที่รับรู้กันว่า พระพุทธสิหิงค์ ซึ่งเป็นพระคู่บ้านคู่เมืองตรัง สูญหายไปจากวัดหัวถนน นานกว่า 30 ปีแล้ว ชาวบ้านยังมีความหวังว่าน่าได้กลับคืนมาไม่ทางใดก็ทางหนึ่ง ตนเองก็เห็นด้วยมาโดยตลอดที่ทุกฝ่ายเห็นว่า น่าจะติดตามเอาพระพุทธสิหิงค์คืนสู่จังหวัดตรัง แต่ขณะนี้ยังมืดแปดด้าน

 

ผมในฐานะผู้นำท้องที่ จะให้ความร่วมมืออย่างเต็มที่ จะด้วยวิธีการใดก็ตาม เช่น ผู้ว่าราชการจังหวัดเดินทางมายังพื้นที่ ก็เรียนให้ท่านทราบถึงความต้องการของชาวบ้าน หรือการลงบัญชีรายชื่อชาวบ้านในหมู่บ้านทุกคน รวมทั้งการขึ้นป้ายไวนิล ประชาสัมพันธ์ให้ชาวบ้านที่พอทราบมาให้ข้อมูลในการติดตามพระพุทธสิหิงค์

 

นายปรีชา เหมือนเดช อายุ 61 ปี อดีตกำนัน ต.นาพละ อ.เมือง จ.ตรัง กล่าวว่า หลายฝ่ายมีความคิดเหมือนๆ กันว่า ให้ช่วยกันติดตามเอาพระพุทธสิหิงค์ กลับคืนจังหวัดตรัง ผมเองเห็นด้วยกับกำนัน ต.นาพละ คนปัจจุบัน ที่จะให้มีการขึ้นป้าย แต่นอกเหนือจากนี้ต้องประชาสัมพันธ์ชาวบ้านตำบลใกล้เคียง ทั้ง ต.บ้านโพธิ์ ต.นาโยงใต้ ต.นาบินหลา และต.ทับเที่ยง ว่าถ้าใครมีชุดขาว นัดแนะกันเข้ามาที่วัดหัวถนน มาร่วมกิจกรรมด้วยกัน ด้วยการตั้งจิตอธิษฐาน บนบานศาลกล่าวดลจิตดลใจ ว่าชาวบ้านที่มาร่วมยังมีความเป็นห่วง ข้องใจ ไม่ทราบว่า พระพุทธสิหิงค์ ประดิษฐานอยู่ที่ไหน และขอให้ท่านกลับสู่เมืองตรัง ชาวบ้านสามารถแต่งชุดนุ่งขาว ห่มขาว นำธูปเทียน ดอกไม้ อธิษฐานร่วมกันถึงความตั้งใจ

นายปรีชา กล่าวอีกว่า พระพุทธสิหิงค์องค์นี้ มีความสำคัญต่อวิถีชีวิตของชาวบ้านแถบนาโยงมาโดยตลอด โดยเฉพาะในเรื่องความเจ็บป่วย พระพุทธสิหิงค์จะมีฐานะเหมือนหมอกลางบ้านเลยทีเดียว ผู้ที่มีบุตรหลานเจ็บป่วยบนบานต่อพระพุทธสิหิงค์เมื่อหายแล้ว หากเป็นชายก็มอบให้เป็นลูกของพระพุทธสิหิงค์ เมื่ออายุครบบวชก็ต้องบวชต่อหน้าองค์พระ จึงถือว่าเป็นการแก้บน หากเป็นหญิงก็นำเอาด้ายมาผูกข้อมือหรือนำน้ำพระพุทธมนต์มาประพรมให้หาย

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ล่าสุดกระแสการจุดประเด็น การทวงคืนพระพุทธสิหิงค์ พระคู่บ้านคู่เมืองตรัง กลับคืนสู่จังหวัดตรัง ได้รับการตอบรับจากประชาชนชาวตรังทุกภาคส่วน ทุกคนเห็นด้วยที่จะให้มีการดำเนินการ แม้ว่าขณะนี้ยังไม่ทราบข้อมูลที่แน่ชัด ว่าองค์พระพุทธสิหิงค์ ถูกนำไปประดิษฐานอยู่กับใคร ที่ไหน โดยที่ชาวบ้านมีความเห็นว่า ชาวตรังทุกคนจะต้องร่วมใจกันด้วยจิตบริสุทธิ์ แน่วแน่ ตั้งมั่น ประการสำคัญ อย่าให้เป็นประเด็นทางการเมือง เพราะไม่เช่นนั้นจะประสบความล้มเหลวเหมือนในอดีต

 

 

 

อ่านข่าวเกี่ยวข้อง :

 

 

 

 

 

ข่าว : มติชน : 21 เมษายน 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264