เลอะเทอะ !

 

ไพบูลย์ควงมโนเข้าพุทธมณฑล

 

ยื่นฟ้องสมเด็จช่วงข้อหาสะสมเงินทอง

 

 

 

 

อา..ตรงนั้นคือหน้าที่ แต่ตรงนี้คือหัวใจ เห็นบทบาทของ "ไพบูลย์" กับ "มโน" แล้ว เสียวแปล๊บๆ ในใจ คนอะไรจะขยันขันแข็งปานนั้น วันๆ มีแต่เรื่อง "ฟ้องพระ" พูดก็พูดเถอะ พวกคุณไม่ทำมาหากินอะไรบ้างเลยหรือ หรือว่าเคียดแค้นเสียจนยากจะไถ่ถอน ตะลอนเล่นงานสมเด็จช่วงท่านตั้งแต่คดีไม้จิ้มฟันยันเรือรบ แบบว่าจะเอาให้ถึงตาย ทั้งๆ ที่กรณีล่าสุดนี้ ก็เป็นคดีเดียวกับรถเบนซ์โบราณ พยานหลักฐานข่ายเดียวกัน นำไปมอบให้ดีเอสไอก็จบแล้ว แต่ทำไมต้องเปิดประเด็นใหม่ ถามว่าเจตนาคืออะไร ?

 

นายไพบูลย์กับนายมโน ซึ่งก็โตจนหมาเลียตูดไม่ถึงแล้วน่ะ คนหลังนี่เคยบวชเคยเรียนมาด้วย พวกคุณรู้เห็นอยู่เต็มตาว่าอะไรเป็นอะไร รัฐบาลไทยโดยพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว องค์เอกอัครศาสนูปถัมภก ทรงอุปถัมภ์บำรุงพระพุทธศาสนา เมื่อเห็นว่าพระเถรานุเถระรูปใดมีคุณสมบัติดีงาม หรือบำเพ็ญกรณียกิจเพื่อประเทศชาติ ก็ทรงโปรดยกย่องด้วยสมณศักดิ์ พร้อมกับ "เงินค่าอาหาร" ที่แปลว่านิตยภัตนั่นแหละ ทุกวันนี้ก็ต้อง "โอนเข้าบัญชี" ทุกรูปทุกองค์ ไม่เว้นแม้แต่ธรรมยุตหรือมหานิกาย

 

 

แล้วถามว่า สมเด็จวัดปากน้ำท่านผิดอะไร ?

 

หรือถึงท่านผิด ก็ผิดกันทั้งประเทศ !

 

 

พวกคุณเป็นกรรมาธิการศาสนา มีปากมีเสียงในสภา ข้อมูลเหล่านี้ก็มีหมด ก็เอางี้สิ ถ้าระบบที่เป็นอยู่คือดังว่ามานี้มันไม่ดี พวกคุณคิดจะรื้อระบบ ก็นำเอาเรื่องเหล่านี้เข้าสภาไปเลย ให้สภาโหวตลงมติ "ล้มระบบ" ที่องค์พระประมุขของชาติที่สถาปนาขึ้นมา จากนั้นจะนำอะไรมาใช้แทนก็ตามสบาย เล่นกันแบบนี้ถึงจะว่าไม่อาฆาตจองเวร แต่นี่กลับเจาะจงไปที่ "สมเด็จช่วง" เพียงรูปเดียว มันก็ส่อแสดงว่า พวกคุณมีอะไรในใจ ไม่เคารพสมเด็จฯท่านก็ไม่ว่าอะไรหรอก แต่อย่าเล่นกันเกินไป คนทุกคนในโลกนี้ จะหาดีเลิศประเสริฐศรีไม่มีที่ตินั้น ถ้าหาได้ก็ลองหามาโชว์ตัวซักพระหน่อซิ ถ้าหาไม่ได้ ก็คุณสองคนนั่นแหละ แน่จริงก็บวชเข้ามาเลย มานั่งสมาธิแข่งกัน นี่อะไร

 

 

สงสารก็คุณ "บิ๊กตู่" สู้อุตส่าห์ปฏิวัติรัฐประการ ต้องการให้ประเทศชาติมั่นคง ประชาชนมั่งคั่ง ทำงานใหญ่ทั้งที แต่มีบุคคลากร "กะหรอมกะแหรม" อย่างงานปฏิรูปพระพุทธศาสนา ถามว่า ทั้งประเทศไทยมีคนเก่งคนดีแค่นี้เองหรือ จะทำงานใหญ่ทำไมไม่เห็นตั้ง "กรรมการผู้ทรงคุณวุฒิ" ที่สังคมให้การยอมรับ และรู้ลึกรู้จริง อย่างหลากหลาย ให้เข้ามาทำงาน บอกตรงนะ ถ้าจะเดินหน้าปฏิรูปพระศาสนาโดยใช้แค่สองคนนี้ทำงาน ก็วังเวง

 

อย่างไรก็ตาม ประเมินได้ว่า การที่นายไพบูลย์ยื่นฟ้องมหาเถรสมาคมนั้น เป้าหมายก็เพื่อให้สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ "ยุติบทบาท" ในตำแหน่งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เพื่อเปิดโอกาสให้แก่สมเด็จพระราชาคณะผู้มีอาวุโสรองลงไปเข้ามาทำหน้าที่แทน เกมจึงออกมาอีหรอบนี้ ทั้งนี้ เพราะถ้ามหาเถรสมาคมนำเรื่องร้องเรียนนี้เข้าพิจารณา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ก็จะต้อง "เดินออก" ห้องประชุม เพราะมีส่วนได้ส่วนเสีย ภาพนี้ก็จะเสียหายพอๆ กับถูกดีเอสไปสอบปากคำในวัดปากน้ำ บอกได้คำเดียวว่า เสียวพอกัน !

 

 

 

 

 

 

 

มาแล้วผู้แทนคนใหม่ ไพบูลย์-มโน คู่หูดูโอ้

 

เข้าทุกฉาก เล่นทุกช็อต ระวังเครื่องช็อตเด้อ !

 

 

 

 

 

"ไพบูลย์" ร้องมหาเถรฯ สอบสมเด็จช่วงละเมิดธรรมวินัย

 

วันนี้ (7 เม.ย. 59) ที่หอประชุมพุทธมณฑล อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์กิจการพระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ (สปช.) และ ดร.นพ.มโน เมตตานันโท เลาหวณิช อาจารย์ประจำวิทยาลัยแพทยศาสตร์นานาชาติจุฬาภรณ์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ได้เดินทางมายื่นคำร้องกล่าวหา สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และประธานกรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) ว่าได้มีการกระทำล่วงละเมิดพระธรรมวินัย กรณีรับเงินสะสมเงิน และนำเงินซื้อรถเบ็นซ์คลาสสิคหรู โดยขอให้สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) ส่งเรื่องให้ มส. พิจารณาไต่สวนการกระทำผิดพระธรรมวินัยดังกล่าว ตามกฎมหาเถรสมาคมฉบับที่ 11 ข้อ 7 (7) ระบุว่า กรณีไต่สวนมูลฟ้อง และพิจารณาวินิจฉัยการลงนิคหกรรมกรรมการ มส. ให้เป็นอำนาจของ มส.

นายไพบูลย์ กล่าวว่า การล่วงละเมิดพระธรรมวินัยดังกล่าวเกิดขึ้นตั้งแต่วันที่ 13 ธ.ค. 2553 โดยผู้ถูกกล่าวหาได้มีบัญชีเงินฝากกระแสรายวัน ธนาคารกรุงเทพ สาขาตลาดพลู และได้สั่งจ่ายเช็คฉบับลงวันที่ 13 ธ.ค.2553 จำนวน 1 ล้านบาท ให้แก่อู่วิชาญ เพื่อชำระค่าซื้อรถเบนซ์คลาสสิคหรูราคาแพง และเป็นผู้ลงนามด้วยตนเองในการยื่นขอจดทะเบียนต่อกรมขนส่งทางบก โดยปรากฏหลักฐานว่าเป็นผู้ถือกรรมสิทธิ์ตั้งแต่วันที่ 26 ส.ค. 2554 และขณะนี้ กรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) อยู่ระหว่างการสอบสวนกรณีรถคันดังกล่าว โดยเห็นว่า สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ได้กระทำล่วงละเมิดพระธรรมวินัยใน 2 ข้อ คือ

1. ได้รับเงินและสะสมไว้ในบัญชีธนาคาร ถือว่ากระทำละเมิดพระธรรมวินัยสิกขาบทที่ 8 โกสิยวรรค ในนิสสัคคิยภัณฑ์ (ห้ามรับทองเงิน) และ

2. นำเงินของตนเองที่มีอยู่ในบัญชีธนาคาร ไปซื้อรถเบนซ์คลาสสิคหรู ถือเป็นการกระทำละเมิดพระวินัย สิกขาบทที่ 9 โกสิยวรรค ในนิสสัคคิยภัณฑ์ (ห้ามทำการซื้อขาย ด้วยรูปิยะ หรือทองเงิน)

ผู้สื่อข่าวถามถึงหลักฐานการจ่ายเช็ค 1 ล้านบาท ให้แก่อู่วิชาญ ของสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ว่ามีมาแสดงต่อสื่อมวลชนหรือไม่

นายไพบูลย์ กล่าวว่า ตนเชื่อมั่นในผู้ที่ให้หลักฐานดังกล่าวมา แต่ยังไม่สามารถเปิดเผยได้ในเวลานี้ ซึ่งการยื่นคำกล่าวหาครั้งนี้ เป็นเรื่องของการกระทำผิดพระวินัยทางสงฆ์ ไม่เกี่ยวกับคดีรถเบนซ์ที่ดีเอสไอตรวจสอบอยู่ แต่สิ่งที่ตนเป็นห่วงอย่างยิ่ง คือ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ เป็นทั้งผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และประธานกรรมการ มส. ทำให้ มส.ต้องระมัดระวังการพิจารณาเรื่องนี้ ซึ่งพุทธบริษัทในสังคมไทย ก็เป็นห่วงและเฝ้าจับตามองว่า มส.จะปกป้อง ช่วยเหลือสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์หรือไม่ อาจจะมีการยกฟ้อง โดยอ้างว่าหลักฐานไม่สมบูรณ์ เพื่อตัดตอนไม่ให้นำไปสู่ขั้นตอนการไต่สวนได้ จึงหวังว่า มส. จะทำหน้าที่ตาม มาตรา 15 ของ พ.ร.บ.คณะสงฆ์ พ.ศ.2505 แก้ไขเพิ่มเติม พ.ศ.2535 เรื่องรักษาหลักพระธรรมวินัยของพระพุทธศาสนา เพราะถ้า มส. ไม่รักษาหลักพระธรรมวินัยแล้ว จะทำให้คณะสงฆ์ และกิจการพระพุทธศาสนาต้องพบกับความเสื่อม

ดร.สมชาย สุรชาตรี โฆษก พศ. กล่าวว่า พศ.ได้รับหนังสือคำร้องกล่าวหาไว้อย่างเป็นทางการ และตนจะนำเสนอต่อนายพนม ศรศิลป์ ผอ.พศ. ในฐานะเลขาธิการ มส.เพื่อพิจารณาดำเนินการในขั้นตอนต่อไป ทั้งนี้ ตามระเบียบของ มส. เมื่อมีการกล่าวโทษกรรมการ มส. ก็จะต้องนำเรื่องเข้าสู่การพิจารณาในที่ประชุม มส. แต่ในการประชุม มส. ในวันที่ 20 เม.ย.นี้ ยังไม่ทราบว่าจะนำเรื่องดังกล่าวเข้าหารือหรือไม่

ด้านนายสมศักดิ์ โตรักษา ฝ่ายกฎหมายวัดปากน้ำภาษีเจริญ กล่าวว่า กรณีเงิน 1 ล้านบาทที่อยู่ในบัญชีธนาคารชื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ และสั่งจ่ายเช็คเพื่อซื้อรถเบนซ์โบราณนั้น เงินดังกล่าวเป็นเงินที่ญาติโยมบริจาคเพื่อซื้อรถถวายให้แก่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ โดยบริจาคเป็นเงินสดและบริจาคให้สมเด็จฯเป็นการส่วนตัว และนำเข้าไว้ในบัญชีธนาคารของท่าน เมื่อรถเบนซ์ที่ซื้อบริจาคซ่อมแซมเสร็จแล้ว พระมหาศาสนมุนี หรือเจ้าคุณแป๊ะ ก็ได้ขอให้สมเด็จฯเซ็นต์เช็คจำนวนเงินดังกล่าวคืนไปให้แก่ผู้บริจาค เพื่อนำไปจ่ายเป็นค่ารถเบนซ์ ซึ่งเรื่องนี้ไม่มีอะไรสลับซับซ้อนมีเอกสารหลักฐานชี้แจงได้ และได้เคยทำเป็นเอกสารชี้แจงต่อดีเอสไอไปแล้ว หากมีการนำเรื่องนี้ไปพิจารณาในทางสงฆ์ก็พร้อมจะไปชี้แจงต่อ มส.

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์  :  8 เมษายน 2559

 


 

ยื่น มส. เอาผิดประธาน มส. !

 

 

ไพบูลย์อ้างพบหลักฐานเบิกจ่ายเงินส่วนตัวซื้อรถเบนซ์

 

ไม่ทราบว่าข้อหาอะไร ?

 

 

 

อา..จะเป็นข้อหาอะไรคงไม่สำคัญกับ "อุ้มธัมมชโย" เพราะไอ้ที่ติดๆ ขัดๆ อยู่ทุกวันนี้ คงไม่ปฏิเสธว่า สาเหตุมาจาก "ธรรมกาย" เป็นประเด็นใหญ่ ถ้าสลัดธัมมชโยออกไปเสียแต่แรก ป่านนี้รับรองว่าวัดปากน้ำฉลองตำแหน่งสมเด็จพระสังฆราชไปแล้ว แต่..แต่เรื่องแบบนี้คงไม่มีใครกล้าสอนสังฆราช ยกเว้น น.อ.ทองย้อย แสงสินชัย ที่จาระไนไว้ละเอียดยิบ แต่ประทานโทษเถิด คนระดับนี้จะไม่รู้นั้นไม่มีทาง แถมพระสงฆ์วัดปากน้ำก็ล้วนแต่ปัญญาชน ลูกศิษย์ลูกหาก็ล้นประเทศ เขาคิดเป็น ถ้าจะสลัดธัมมชโยท่านก็คงทำไปนานแล้ว แต่การที่ท่านไม่ยอมสลัด ก็ต้องมีเหตุมีผลของท่าน คือท่านอาจจะเห็นว่า "ธัมมชโยไม่ผิด" ให้ตายก็ไม่ผิด ท่านจึงยอมตายแทนกันได้ ถ้าทำได้เช่นนั้นจริง หมายถึงว่า สมเด็จช่วง "ชวด" เป็นสังฆราชไปจนวันสิ้นใจ ก็น่านับถือน้ำใจว่า รักกันจริง แต่ดุลย์แห่งอำนาจก็ดี สถานการณ์ทางคณะสงฆ์ในภาพรวมก็ดี จะพลิกผันไปอย่างไรนั้น คงไม่มีใครทราบ ถ้าไปทางดีก็ดีไป ถ้าทรุดลงจนเลวร้ายก็เห็นจะต้องโทษ..โชคชาตา

 

 

 

 

 

 

 

ช่วงนี้ข้อหา เอ๊ย ข้อสอบเยอะมาก อ่านไม่ทันเลยเรา

 

 

 

 

ไพบูลย์ยื่นหลักฐานเด็ด มส.บ่ายโมง เอาผิดสมเด็จช่วงเบิกเงินส่วนตัวซื้อรถโบราณ

 

นายไพบูลย์ นิติตะวัน อดีตประธานคณะกรรมการปฏิรูปแนวทางและมาตรการปกป้องพิทักษ์พระพุทธศาสนา สภาปฏิรูปแห่งชาติ(สปช.) เปิดเผยว่า วันที่ 7 เมษายนนี้ เวลา 13.30 น. ตน และ นพ.มโน เลาหวณิช อดีตพระวัดพระธรรมกาย จะเดินทางไปยื่นคำฟ้องกล่าวหาสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์(ช่วง วปุญฺโญ) เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ ภาษีเจริญ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ในข้อหาล่วงละเมิดพระธรรมวินัย เนื่องจากตนมีหลักฐานว่าท่านเบิกเงินสดส่วนตัวมาซื้อรถยนต์โบราณยี่ห้อเมอร์เซเดสเบนซ์ ทะเบียน ขม 99 กรุงเทพฯ โดยอาศัยอำนาจตามกฎมหาเถรสมาคม (มส.) ฉบับที่ 11 ว่าด้วยกฎนิคหกรรม โดยจะยื่นคำฟ้องกล่าวหาพร้อมเอกสารหลักฐานต่อคณะกรรมการ มส. ผ่านทางสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม

 

 

 

 

ที่มา : มติชน  :  7 เมษายน 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264