เครื่องรวน !

 

เจ้าคณะ กทม. สั่งยกเลิกสวดมนต์

 

กลัวจะกลายเป็นสวดไล่พุทธะอิสระ !

 

 

 

 

 

 

 

พระพรหมดิลก (เจ้าคุณเอื้อน)

เจ้าอาวาสวัดสามพระยา-เจ้าคณะ กทม.

 

 

 

 

 

 

 

ขืนสวด เดี๋ยวพุทธะอิสระก็จะพาม็อบมาวัดสามพระยา

อย่าเสี่ยงเลยดีกว่า บอกเลขาว่า งด งด !!

 

 

 

 

อา..แสดงว่าอาจารย์เอื้อนยังมีเยื่อใยในพุทธะอิสระอยู่ จึงสู้อุตส่าห์ "เลื่อนเวลาประหาร" ออกไปไม่มีกำหนด ทั้งๆ ที่น่าจะเป็นโอกาสดีที่สุด ที่จะได้จัดการกับ "มารหัวใจ" ของใครหลายคน กับบทบาทที่มี "คนรักเท่าผืนหนัง คนชังเท่าผืนเสื่อ" ของพุทธะอิสระ เพราะเอาแต่ด่ากับด่า ส่วนว่าฝ่ายตรงข้าม คือธัมมชโยนั้น นอกจากจะไม่เคยด่าแล้ว ยังร้องเพลง "พี่มีแต่ให้" อยากได้อะไร คิดอะไรไม่ออก ขอให้บอก..ธัมมชโย รับรองว่าจะเนรมิตรให้ทันตาเห็น "ธรรมกายเขาดี มีอะไรเขาก็ช่วย ไม่เห็นเป็นภัยอะไรเลย ฯลฯ" เป็นคำพูดที่หลุดจากปาก "กก.มส." หลายรูป เมื่ออาหารสำเร็จรูปอยู่ที่ธรรมกาย แล้วเหตุไฉนจะไม่รักธรรมกาย

 

ส่วนพุทธะอิสระนั้น สงฆ์ส่วนใหญ่เขามองเห็นแล้วว่า ไม่มีศักยภาพในการเข้ามาทำงานศาสนาไม่ว่าด้านใด เพราะไม่เคยศึกษาในระบบ เอาแต่พระไตรปิฎกของบรรดามหาเปรียญที่แปลไว้นั้นไปอ่าน อ่านแล้วก็กลับมาด่ามหา เหมือนคุณนายคึกฤทธิ์สำนักนาป่าพงนั่นแหละ แบบนี้น่าจะได้ความชื่นชมก็กลายเป็นความเกลียดชัง "ทั้งแผ่นดิน" ถึงพุทธะอิสระต่อสู้จนสามารถปฏิรูปพระศาสนาได้ ก็ต้องหันมาใช้ "พระสงฆ์ทั้งแผ่นดิน" ในการขับเคลื่อนองคาพยพของสถานบันสงฆ์อีก ลำพังพุทธะอิสระจะทำอย่างไรได้ มันก็เหมือนการออกมาเคลื่อนไหวทางการเมือง เพื่อให้รัฐบาลยิ่งลักษณ์ง่อยเปลี้ยเสียขา ครั้นทหารเข้ามายึดอำนาจ ก็ต้องไปใช้ "พลพรรคไทยรักไทย" ของใครในอดีตมาช่วยกันบริหาร แบบว่าเอาแต่ตัว หัวไม่เอา หรือเกลียดตัวกินไข่ เกลียดปลาไหลกินน้ำแกง อะไรทำนองนั้น รวมทั้งนโยบายเอื้ออาทรต่างๆ ของแม้ว ก็ถูกตู่นำมาแปรรูปเปลี่ยนชื่อใหม่  ประชานิยม ก็เป็น ประชารัฐ ซึ่งจำยากกว่าเดิมเสียอีก

ทางหนึ่งนั้น อาจจะมองว่าคณะสงฆ์อ่อนแอ แต่ทางหนึ่งนั้น ก็ต้องมองว่า สถาบันสงฆ์ถูกปล่อยปละละเลยมานานมาก จนง่อยเปลี้ยเสียขา สุดท้ายจึงถูก "ผู้มีอิทธิพล" บางคนเข้าครอบงำ จนเกือบจะหมดประเทศ กว่าจะรู้ก็เกือบ..สายเกินไป

 

ภาครัฐในปัจจุบันจึงต้องสังวรระวังเอาไว้ว่า จะใช้ "พระเดช" หรือ "อำนาจ" เพียงอย่างเดียวนั้น บริหารบ้านเมืองไม่อยู่หรอก ต้องใช้ "พระคุณ" คือการอุปถัมภ์อุ้มชูควบคู่ไปด้วย บางอย่างที่ควรเล่นก็เล่น ที่ไม่ควรเล่นก็อย่าไปเล่น ต้องแยกแยะให้ออกระหว่าง "ผู้บงการ" กับ "ผู้หลงผิด" หรือ "ผู้รู้เท่าไม่ถึงการณ์" รวมทั้ง "ขนาด" ของคนที่รวมกลุ่มกันมากๆ สามารถสร้างปัญหาจากการใช้กำลังได้

 

ปัญหาธรรมกายในวันนี้ เป็นโอกาสทองที่ "รัฐบาล" จะได้เปิดการ "เจรจาสัญญาลับ" กับพระสงฆ์ในระดับ "หัวหน้า" ว่าเห็นควรจะ "จำกัด" บทบาทของธรรมกายอย่างไร จึงจะไม่เป็นการ "กินรวบ" ศาสนา ดังที่ปัญญาชนหลายท่านวิเคราะห์เอาไว้ ขณะเดียวกันก็ต้องมี "โครงการ" จากรัฐบาลและคณะสงฆ์ เข้าไปรับรองงานพระศาสนาในหลายมิติ เพราะมหาเถรสมาคมเองก็ทำอะไรไม่ได้ ไม่มีทั้งเงินและอำนาจ แต่เงินและอำนาจนั้นอยู่ที่ "รัฐบาล" หากรัฐบาลอยากเห็นมหาเถรสมาคมเป็นอันหนึ่งอันเดียวกันกับตัวเอง ก็ต้องเข้าไปทำ มิใช่ไม่ทำ แล้วก็รอแต่จะลงดาบแต่สถานเดียว

 

ปรับยุบสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ยกขึ้นเป็น กระทรวงพระพุทธศาสนา แล้วส่งรัฐมนตรีมาควบคุมดูแล โดยมีนโยบาย "โรดแม็ป" จากรัฐบาล โครงการต่างๆ รวมทั้งสองมหาวิทยาลัยสงฆ์ ก็โอนตรงเข้ามาสังกัดกระทรวงแห่งนี้ และถ้าเป็นไปได้ก็ตั้ง "มหาวิทยาลัยบาลีเฉลิมพระเกียรติ" ขึ้นมาเสียเลย จะได้นำเอาหลักสูตรพระพุทธศาสนามารวมไว้ในที่เดียวกันอย่างเป็นระบบ เปิดหลักสูตรพระไตรปิฎกศึกษาแล้วนำมา "ต่อยอด" พร้อมๆ กับยก ป.ธ.9 เป็น Ph.D. นี่แหละจึงจะไปด้วยกันได้ ไม่เช่นนั้น ถึงล้มธรรมกายลงไปในวันนี้ ก็จะมีธรรมกาย #2 ธรรมกาย #3 ตามมาเรื่อยๆ ดูสิ โพธิรักษ์เพิ่งพ้นไป ธัมมชโยยังคาราคาซัง คึกฤทธิ์ก็ตามมาติดๆ มันสิ้นสุดตรงไหน ปัญหาใหญ่จึงมิใช่เรื่องมหาเถรสมาคมอ่อนแอ แต่ปัญหาอยู่ที่ "รัฐไม่ดูแล" ต่างหากเล่า แล้วพอมี "เขา" เข้ามาดูแลแทน ก็หาว่าคณะสงฆ์โดนซื้อ ทั้งๆ ที่คุณมีเงินมากกว่าเขาเสียอีก แต่ทำไมไม่ซื้อ ?

 

กรณีเจ้าคุณเอื้อน "สั่งยกเลิก" งานเจริญพุทธมนต์ในวันนี้ ก็ชี้ให้เห็นว่า พระผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม ก็ยัง..เกรงใจ ในรัฐบาลไทย จะทำอะไรก็ยังไว้หน้ากัน สังคมไทยยังอะลุ้มอล่วยกันปานนี้ นี่มิใช่บรรยากาศดีๆ ในการปฏิรูปพระพุทธศาสนาอีกหรือ ?

 

ถ้ารัฐบาลสามารถ "เข้าถึง" ทั้งปัญหาและตัวบุคคลของพระศาสนาดังว่ามานี้ ตัวพุทธะอิสระก็จะไม่มีค่าอะไร ถึงพูดไปก็ไม่มีใครฟัง รัฐบาลก็ไม่ต้องร้อนหูว่าอุ้มชู พระสงฆ์ทั้งบ้านเมืองก็ไม่ต้องอนาทรร้อนใจอะไร ไม่ต้องเสียเวลาไปเกณฑ์พระเกณฑ์เณรให้ไปลงชื่อฟ้องร้องกันให้เสียเวลา ขอชี้ว่า ปัญหาอยู่ที่รัฐบาล ตอบโจทย์ถูก ก็..แก้ปัญหาถูก อามิตาพุทธ !

 


 

 

 

 

 

"ศพศ" เผยเหตุเจ้าคณะ กทม. ส่งหนังสือแจ้งเจ้าคณะเขตฯ ยกเลิกอาราธนา "พระ-เณร" สวดเจริญพระพุทธมนต์ 7 เม.ย.นี้

 

 

แหล่งข่าวจากศูนย์พิทักษ์พระพุทธศาสนาแห่งประเทศไทย (ศพศ) คนหนึ่ง เปิดเผยว่า ขณะนี้ในโซเชียลมีเดีย ได้แชร์ข้อความในหนังสือจากสำนักงานเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ที่ จค.044/2559 ลงวันที่ 31 มีนาคม เรื่องยกเลิกการอาราธนาพระสงฆ์สามเณร และเชิญชวนศีลจาริณี ลงนามโดยพระพรหมดิลก เจ้าคณะจังหวัดกรุงเทพมหานคร โดยหนังสือดังกล่าวส่งไปถึงเจ้าคณะเขตทุกเขตในเขตกรุงเทพมหานคร มีใจความสำคัญดังนี้

 

"ตามที่เจ้าคณะกรุงเทพมหานคร ได้มีหนังสือแจ้งให้เจ้าคณะเขตทุกเขตได้อาราธนา พระสงฆ์ สามเณร และเชิญชวนศีลจาริณี ร่วมพิธี ณ มณฑลพิธีท้องสนามหลวง ในวันที่ 7 เมษายน บัดนี้ กรมศาสนาขอยกเลิกการอาราธนาทั้งหมด ในวันเวลาดังกล่าว ถ้ามีกำหนดพิธีการเจริญพระพุทธมนต์ในวันใด จักแจ้งให้ทราบต่อไป นั้น

 

ภาคีเครือข่ายองค์กรชาวพุทธต่างทราบดีว่า สาเหตุสำคัญที่ยกเลิกการสวดเจริญพระพุทธมนต์ครั้งนี้ เนื่องจากเกรงว่าพระสงฆ์ และสามเณรที่มาร่วมพิธี จะประกาศสวดอุกเขปนียกรรม พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธะอิสระ วัดอ้อน้อย จ.นครปฐม ด้วย จึงต้องยุติการสวดมนต์ และเลื่อนออกไปก่อน

 

 

 

 

ที่มา : มติชน  :  5 เมษายน 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264