ลัดไม่หลุด !

 

พุทธะอิสระตามดึงจีวรเจ้าคุณพิพิธขึ้นศาล

 

งานนี้มีเดิมพัน-สิบล้าน !

 

 

 

อา..ชั่งน่าภาคภูมิใจอะไรเช่นนั้น ประวัติศาสตร์ของคณะสงฆ์ไทยสมัยรัตนโกสินทร์ คงต้องบันทึกไว้อย่างน่าฉงน เพราะมีบุคคลในผ้าเหลืองซึ่งแต่ไหนแต่ไรนั้น ยึดความสงบสันโดษเป็นหลัก ไม่ออกมาเป็นข่าวให้ชาวบ้านนินทา กำแพงวัดนั้นท่านสร้างไว้เพื่อปกปิดสิ่งที่ไม่ควรเปิดเผยให้ภายนอกได้รู้ แต่ปัจจุบันคนในวัดกลับกลัวคนไม่รู้ จึงสู้ออกไปทะเลาะเบาะแว้ง ถึงกับตบตีกันนอกกำแพง วันนี้ พุทธะอิสระประกาศฟ้องเจ้าคุณสุนทร พรุ่งนี้ เจ้าคุณประสารก็ประกาศ จะนำพระสงฆ์องค์เณร "ทั้งประเทศ" ฟ้องร้องพุทธะอิสระ แบบว่า เผ็ดเจอเผ็ด เค็มเจอเค็ม ต่อต่อตา ฟันต่อฟัน ไม่มีใครยอมกันอยู่แล้ว

 

 

ที่น่าสมเพชก็คือว่า ถึงเวลาขึ้นศาลนั้น ทางศาลซึ่งผู้พิพากษาก็เป็นอุบาสก ถือศีลห้า ต้องมานั่งว่าความเรื่องพระทะเลาะกัน สุดท้ายก็จะไปถึงการ "ไกล่เกลี่ยรอมชอม" โดยศาลซึ่งเป็นชาวบ้านหัวดำๆ จะต้องมานั่งสอนพระผู้มีศีรษะอันโล้น นุ่งห่มผ้ากาสาวพัสตร์ ที่มีคำอธิบายว่า "เป็นธงชัยของพระอรหันต์" ถือศีล 227 ข้อ รวมทั้งพระโอวาทปาติโมกข์ ซึ่งมีหลักการว่า "อนูปวาโท อนูปฆาโต-ไม่กล่าวร้าย ไม่ทำร้าย" ศาลจะยกมือไหว้ ขอให้พระทั้งสองฝ่ายยินยอมรอมชอมกัน มันก็ไม่รู้จะพูดอะไรแล้วล่ะ ชาวบ้านเขาเคารพนับถือพระที่มีศีลสูงกว่า มีธรรมสูงกว่า จึงยอมให้สอน แต่สุดท้ายพระไทยกลับไปให้ชาวบ้านสอน ถามว่าเรามาถึงจุดได้อย่างไร ?

 

 

ไม่รู้สินะว่า ถ้าเหตุการณ์บานปลายแบบว่า "ยกระดับ" ร้อนแรงขึ้นไปเรื่อยๆ พระสงฆ์องค์เณรฟ้องร้องกันอุลุงตุงนังกันทั้งประเทศ ยังมิทันเข้าพรรษาปีนี้ เราจะไปถึงระดับ "ยกเลิก พรบ.คณะสงฆ์" ฉบับปัจจุบันหรือไม่ เพราะเชื่อว่า ต่อนี้ไป จะมีการกดดัน "สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์" ประธานผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ให้ไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ เมื่อสมเด็จช่วงไม่สามารถปฏิบัติหน้าที่ได้ คณะสงฆ์ไทยก็จะเข้าสู่ภาวะ "สุญญากาศ" ทันที แล้วทีนี้ก็คงง่าย ที่จะปฏิบัติการ "ล้างไพ่" เพื่อให้คณะสงฆ์ไทยเข้าสู่ยุคใหม่ สอดคล้องกับรัฐธรรมนูญฉบับใหม่และโรดแม็ป 20 ปี ยกเว้นเสียแต่ว่า ทาง คสช. จะถูกต้อนถึงทางตันเสียก่อน ถ้าเช่นนั้น ทุกอย่างก็จะพลิกกลับทันที เพราะฝ่ายตรงข้ามของ คสช. คงมองแล้วว่า ยอมก็ตาย ไม่ยอมก็ตาย จะตายช้าหรือตายเร็วก็ตายเหมือนกัน  ยอมตายหรือว่าจะสู้ตาย ความหมายต่างกันเยอะ ยิ่งไม่อยากตายก็ต้องสู้ ต้องสู้..ถึงจะชนะ !

 

 

 

 

 

 

 

 

พุทธะอิสระชี้ปลาหมอตายเพราะปาก สวนกลับเจ้าคุณพิพิธทุกประเด็น

 

 

4 เม.ย. 59 พระสุวิทย์ ธีรธมฺโม หรือพระพุทธะอิสระ เจ้าอาวาสวัดอ้อน้อย จ.นครปฐม โพสต์ข้อความผ่านเฟซบุ๊ก "หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)" ระบุถึงกรณีที่ได้มอบหมายให้ทนายความยื่นฟ้อง พระราชวิจิตรปฏิภาณ หรือเจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดสุทัศนเทพวราราม กรณีเมื่อวันที่ 16 ก.พ. ที่ผ่านมา ให้สัมภาษณ์สื่อมวลชน หลังเหตุการณ์ชุมนุมของพระสงฆ์ ที่พุทธมณฑล จ.นครปฐม ซึ่งคำให้สัมภาษณ์เปรียบเทียบพระพุทธะอิสระมีลักษณะครึ่งคนครึ่งพระ ส่งผลให้มีการนำไปเผยแพร่กันทางโซเชียลเน็ตเวิร์ก และวิพากษ์วิจารณ์จนได้รับความเสียหาย พร้อมเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท โดยเวลาต่อมา เจ้าคุณพิพิธ ระบุถึงกรณีดังกล่าวว่า หากศาลรับฟ้องต้องไปตามหมายเรียกของศาล แต่คำว่า ครึ่งคนครึ่งพระ ไม่ได้หมายถึงพระพุทธะอิสระ แต่หมายถึงฆราวาสที่ชอบมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของพระ และที่ระบุว่ามีการนำข้อความต่างๆ ไปเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ก ทำให้พระพุทธะอิสระได้รับความเสียหายนั้น อาตมาเล่นโซเชียลไม่เป็น หากมีคนนำไปเผยแพร่ เป็นเรื่องของคนอื่น ไม่เกี่ยวข้องกับอาตมานั้น

 

 

พระพุทธะอิสระ ระบุว่า "ปลาหมอตายเพราะปากแท้ๆ เห็นข่าวเจ้าคุณพิพิธ ผู้ช่วยเจ้าอาวาส วัดสุทัศนเทพวราราม ให้สัมภาษณ์ผู้สื่อข่าว กรณีพุทธะอิสระมอบอำนาจให้ทนายฟ้องเรียกค่าเสียหาย 10 ล้านบาท ในความผิดฐานละเมิด ตามประมวลกฎหมายแพ่งและพาณิชย์มาตรา 420 แล้วเจ้าคุณปากกล้าขาสั่นหาเรื่องใส่ร้ายฉันยังให้สัมภาษณ์สื่อว่า ที่ตนพูดคำว่าครึ่งคนครึ่งพระ ก็ไม่ได้หมายถึงพระพุทธะอิสระ แต่หมายถึงฆราวาสที่ชอบมายุ่งเกี่ยวกับเรื่องของพระ ที่ระบุว่ามีการนำข้อความต่าง ๆ ไปเผยแพร่ในโซเชียลเน็ตเวิร์ค ทำให้พุทธะอิสระได้รับความเสียหาย อาตมาเล่นโซเชียลไม่เป็น หากมีคนนำไปเผยแพร่เป็นเรื่องของคนอื่น ไม่เกี่ยวข้องกับอาตมา

 

 

องค์พระผู้มีพระภาคเจ้าทรงตรัสว่า "เจตนาหัง ภิกขเว กัมมัง วทามิ" ดูก่อนภิกษุทั้งหลาย เรากล่าวว่าเจตนาคือกรรม พฤติกรรมในรอบปีที่ผ่านมา มันเป็นเครื่องแสดงให้เห็นว่ามีเจตนาหรือไม่ เอาไว้ไปพิสูจน์กันในศาลดีกว่าเจ้าคุณ ที่เจ้าคุณพูดว่า ปกติของสงฆ์ หากมีพระรูปใดทำผิด ใส่ร้ายป้ายสีพระรูปอื่นให้ได้รับความเสียหาย ต้องฟ้องไปยังคณะฝ่ายปกครอง เพื่อไกล่เกลี่ย แล้วที่พรรคพวกเจ้าคุณประกาศลงอุกเขปนียกรรมเถื่อน ผิดธรรมผิดวินัย ผิดกฎหมาย ทำไมไม่ส่งหนังสือฟ้องมายังเจ้าคณะปกครองสงฆ์และมหาเถระหละ ไปฟ้องนายกทำไม แปลกใจจัง ทำไมตอนนี้ดันมาพูดว่า ต้องฟ้องไปยังคณะปกครองเพื่อไกล่เกลี่ยหละ แล้วก่อนหน้านี้ทำไม เจ้าคุณไม่ฟ้องมายังเจ้าคณะปกครองของพุทธะอิสระหละ

 

 

ที่เจ้าคุณพูดว่า หากมีพระรูปใดทำผิดใส่ร้ายป้ายสีพระรูปอื่น แสดงว่าเจ้าคุณต้องการขอร้องให้พุทธะอิสระ ไปฟ้องเจ้าคณะปกครองเพื่อไกล่เกลี่ยใช่ป่ะ งั้นพุทธะอิสระขอคิดดูก่อนแล้วกันนะ ที่ท่านเจ้าคุณบอกว่า พุทธะอิสระว่าหรือตำหนิสมเด็จช่วง ทำไมสมเด็จช่วงของเจ้าคุณไม่ฟ้องพุทธะอิสระ ขอบอกเจ้าคุณให้รู้ว่า พุทธะอิสระไม่ใช่คนปากพล่อย จะว่า จะตำหนิใคร หากไม่มีหลักฐาน ไม่มีพยาน จะไม่ทำตัวเป็นพวกบ่างช่างยุเด็ดขาด และที่เจ้าคุณบอกว่า สมเด็จช่วงไม่ฟ้องพุทธะอิสระเพราะไม่ใช่เรื่อง คงไม่จริงล่ะกระมัง เพราะสมเด็จช่วงกลัวว่าถ้าฟ้องพุทธะอิสระแล้ว ความจริงที่ละเมิดพระธรรมวินัยและละเมิดกฎหมายของสมเด็จช่วงจะถูกเปิดเผยในชั้นศาลหรือเปล่า

 

 

ที่เจ้าคุณพูดว่า ไม่เคยว่าพุทธะอิสระ ดูท่าเจ้าคุณจะเป็นคนความจำเสื่อมแน่เลย เจ้าคุณจำคำพูดของตัวเองไม่ได้จริงๆ หรือ หากจำไม่ได้ เอาไว้ไปฟังคำเบิกความในศาล เพื่อทบทวนความจำว่าเจ้าคุณให้ร้าย เหยียดหยามพุทธะอิสระอย่างไรบ้าง ท่านทั้งหลาย ใครมีข้อมูลรายละเอียดที่เจ้าคุณเขาด่าพุทธะอิสระ ช่วยส่งไปให้เขาดูหน่อยเพื่อฟื้นความจำ ส่วนที่กล่าวว่าการเรียกค่าเสียหายเป็นเงิน 10 ล้านบาท นั้นต้องดูด้วยว่า เจ้าคุณจะมีเงินมากพอหรือไม่ รวมถึงการตีค่าตัวถึง 10 ล้านบาทนั้น เป็นไปได้หรือไม่ เหมือนเรื่องตลกที่เกิดขึ้นอีกเรื่องหนึ่งในคณะสงฆ์ ปัญหาเรื่องเงิน ที่จำเลยจะมีให้ตามคำสั่งศาลหรือไม่ ไม่ใช่หน้าที่ของโจทก์ เพราะเป็นอำนาจศาล ส่วนจะเป็นเรื่องตลกอีกเรื่องของคณะสงฆ์หรือไม่ อันนี้มันขึ้นอยู่กับ ใครเป็นคนตลก เมื่อมีคนตลกก็ต้องมีคนร้องให้ จริงไหมท่านเจ้าคุณ ลองขึ้นศาลดู เดี๋ยวจะรู้ว่าจะตลกหรือร้องไห้ ขอบอกว่า ที่พุทธะอิสระฟ้องเจ้าคุณ เพราะทำตามการแนะนำของสำนักพุทธ"

 

 

 

ที่มา : แนวหน้า  :  4 เมษายน 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264