ขอความเป็นธรรม !

 

 

สื่อสารธรรมกายอ้าง

 

หลวงพ่อทำดีมา 50 ปี ไม่มีใครดัดจริตได้นานปานนั้น

 

เล่นสำนวนหรู

 

"คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้ ทั้งทางดีทางร้าย

 

 

แต่ที่เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด คือการกระทำ"

 

 

 

 

 

 

 

 

 

ฟังแล้วก็เคลิ้มนะ กับวาทกรรมสำนวนของทีมธรรมกาย เพราะบรรยายอย่างอันเริ่ดหรู อ้างทั้งเรื่องเวรเรื่องกรรมและวีรกรรม แต่สุดท้ายก็ไปจอดที่ "ขอความเป็นธรรม" คนระดับศาสดาพยากรณ์ ซึ่งมีทิพยเนตรเห็นแม้กระทั่ง "สตีฟ จ็อปส์" ตายแล้วไปเกิดเป็นอะไร อยู่ที่ไหนในปรโลก ยกย่องตัวเองเป็น "ต้นธาตุต้นธรรม" สามารถนำคนเข้าเฝ้าพระพุทธเจ้าในอายตนนิพพานได้ เป็นถึงผู้นำศาสนาโลก แต่สุดท้ายกลับออกอาการฟูมฟายร้องไห้งอแงเมื่อเข้าตาอับตาจน ไม่ต่างไปจาก "ลิโป้" สุดยอดนักรบฝีมือเอกแห่งสามก๊ก

 

ยกตัวอย่าง ธัมมชโย รู้จัก "สตีฟ จ็อปส์" ผู้ไม่เคยมาวัดพระธรรมกาย ไม่เคยทำบุญกับธรรมกายแม้แต่บาทเดียวในชีวิต วันตายก็ไม่มีใครนิมนต์พระวัดพระธรรมกายไปสวดให้ แต่ธัมมชโยไม่รู้จัก "ศุภชัย ศรีศุภอักษร" อดีตไวยาวัจกรของวัดพระธรรมกาย ที่ธัมมชโย "เลือก" และ "ตั้ง" เองกับมือ ให้อยู่ดูแลการเงินการทองของวัดนานถึง 15 ปี ทั้งยังเลือกให้เป็น "อัครมหาอุบาสก" เป็นประธานในงานอภิมหากฐิน "100 ปี คุณยายจันทน์ ขนนกยูง" ซึ่งกัลยาณมิตรทั้งโลกต่างใฝ่ฝัน อยากเป็นผู้อุ้มผ้ากฐินผืนนั้น

 

นี่แหละที่สังคมไทยต้องการ "พิสูจน์" ถึง "คุณวิเศษ" ของท่านธัมมชโย ว่าเป็นต้นธาตุต้นธรรมจริงหรือไม่ รู้สวรรค์นรกภพภูมิต่างๆ ดังอ้างหรือไม่ หรือว่าเป็นการโกหกหลอกลวงประชาชนให้หลงเชื่อ เข้าในข้อหา "อุตริมนุสสธรรม"

 

ทางราชการไทย โดยดีเอสไอ ก็กำลัง "พิสูจน์" ทั้งหลักฐานและคำพูดของธัมมชโย ว่าตรงกันหรือไม่ ดังที่เปรียบเทียบระหว่าง "สตีฟ จ็อปส์" กับ "ศุภชัย ศรีศุภอักษร" นั่นแหละ คนหนึ่ง "รู้แม้กระทั่งอยู่ในปรโลก" แต่อีกคน กินนอนอยู่ในวัดพระธรรมกายนานเป็นสิบๆ ปี มีตำแหน่งทั้งไวยาวัจกร ประธานก่อตั้งสหกรณ์มงคลเศรษฐีให้แก่วัดพระธรรมกาย เป็นประธานกฐิน เป็นหัวเรือใหญ่ในโครงการธุดงค์ธรรมชัย เคยถวายเงิน "ส่วนตัว" ให้หลายร้อยล้าน ฯลฯ

 

 

 

เขากำลังพิสูจน์ว่า

 

ระหว่าง

 

"รู้จักสตีฟ จ็อปส์" แต่ไม่รู้จัก "ศุภชัย ศรีศุภอักษร"

 

กับ

"รู้จักศุภชัย ศรีศุภอักษร" แต่ไม่รู้จัก "สตีฟ จ็อปส์"

 

 

อะไรน่ารู้ อะไรไม่น่ารู้ มากกว่ากัน ?

 

 

 

ก็คุณบอกเองมิใช่หรือว่า "พูดอย่างไรก็ได้"

 

แต่สุดท้าย..ต้องพิสูจน์

 

ว่ามันจริงหรือไม่ ?

 

 

 

 

 

 

 

ธัมมชโย

 

นักการศาสนา "นัมเบอร์วัน" ของไทย

 

ในวันประสบมรสุมใหญ่ในบั้นปลายชีวิต

 

 

 

 

 

 

วัดพระธรรมกายปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา

ทำความดีมาตลอดกว่า 50 ปี ด้วยใจบริสุทธิ์

 

กรณีมีข่าวปรากฏตามสื่อมวลชนว่า กรมสอบสวนคดีพิเศษ(ดีเอสไอ) ออกหมายเรียกพระเทพญาณ มหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เพื่อรับทราบข้อกล่าวหาในความผิดฐานสมคบกันฟอกเงินและร่วมกันรับของโจร วัดพระธรรมกายขอยืนยันในความบริสุทธิ์ของพระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) และปฏิเสธข้อกล่าวหาทั้งหมด
ตัวตนพระเทพญาณมหามุนี


พระเทพญาณมหามุนี (หลวงพ่อธัมมชโย) เจ้าอาวาสวัดพระธรรมกาย ปัจจุบันอายุ 72 ปี ท่านเริ่มศึกษาธรรมะเมื่อปี 2506 ขณะเรียนอยู่โรงเรียนสวนกุหลาบวิทยาลัย โดยได้ไปปฏิบัติสมาธิภาวนากับคุณยายอาจารย์อุบาสิกาจันทร์ ขนนกยูง ศิษย์เอกของหลวงพ่อสด วัดปากน้ำภาษีเจริญ


เมื่อจบสวนกุหลาบ ก็ได้เข้าศึกษาต่อที่คณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ ท่านเป็นผู้รักการปฏิบัติธรรมมาก ไปปฏิบัติกับคุณยายอาจารย์ทุกวัน ไม่เว้นเลยแม้แต่วันสอบไล่ปลายภาค


เมื่อสำเร็จการศึกษาในปี 2512 จึงได้ตัดสินใจอุปสมบทตลอดชีวิต เมื่อบวชได้เพียง 1 พรรษา คุณหญิงประหยัด แพทยพงศาวิสุทธาธิบดี มีจิตศรัทธาถวายที่ดินจำนวน 196 ไร่ ที่ตำบลคลองสาม อำเภอคลองหลวง จังหวัดปทุมธานี หลวงพ่อธัมมชโยจึงได้นำหมู่คณะเริ่มบุกเบิกสร้างวัดพระธรรมกายมาตั้งแต่วันมาฆบูชา ปี 2513


วัดได้เจริญก้าวหน้ามาตามลำดับ มีญาติโยมมาปฏิบัติธรรมในวันสำคัญคราวละหลายหมื่นคน จนพื้นที่ไม่พอรองรับญาติโยมจึงได้รวบรวมปัจจัยซื้อที่ดินเพิ่มขยายมาเป็น 2
,500 ไร่ ในปัจจุบัน

หลักฐานพิสูจน์ความบริสุทธิ์ใจของพระเทพญาณมหามุนี


คนเราจะพูดอย่างไรก็ได้ ทั้งทางดีทางร้าย
สิ่งที่เชื่อถือได้มากกว่าคำพูด คือการกระทำ โดยเฉพาะการกระทำที่ทำมาตลอดชีวิตกว่า 50 ปี


เราสามารถสรุปได้อย่างชัดเจนอย่างหนึ่งก็คือ พระเทพญาณมหามุนีเป็นผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาอย่างแน่นอน เราอาจจะเห็นด้วยหรือไม่เห็นด้วย กับวิธีการเผยแผ่พระพุทธศาสนาของท่าน นั้นก็เป็นสิทธิส่วนบุคคล แล้วแต่จริตความชอบของแต่ละคน แต่ไม่อาจกล่าวหาว่าท่านมีเจตนาไม่สุจริต เพราะผู้ที่มีเจตนาไม่สุจริต ทำเพื่อหวังลาภสักการะ จะไม่ทำอย่างที่ท่านทำ และก็ทำไม่ได้ ไม่ว่าจะเป็น


- การสร้างศาสนสถาน รองรับชาวพุทธได้ 1 ล้านคน เป็นงานใหญ่ที่ต้องทำด้วยชีวิต เจดีย์ วิหาร ศาลา ศาสนสถานมูลค่าหลายหมื่นล้านบาทที่สร้างขึ้นมาก็จะเป็นสมบัติของประเทศชาติและพระพุทธศาสนา โดยไม่ต้องใช้งบประมาณแผ่นดินแม้แต่บาทเดียว


- การสร้างพระภิกษุสามเณร อุบาสก อุบาสิกา ผู้อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนากว่า 4
,000 รูป / คน ญาติโยมผู้มีศรัทธาอุทิศตนเพื่อพระพุทธศาสนานับล้านคน


พระพุทธเจ้าตรัสว่า
ศีล รู้ได้ด้วยการอยู่ร่วม คนที่อยู่ด้วยกันเป็นสิบๆ ปี ใครนิสัยเป็นอย่างไรก็จะรู้กันหมด ถ้าท่านไม่ดีจริงจะไม่มีทางสร้างพระเณร อุบาสก อุบาสิกา ที่อุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาได้เช่นนี้ ชีวิตของใครใครก็รัก จะสละชีวิตของตนได้ต้องชัดเจนแล้วว่าสิ่งนั้นดีจริง มีคุณค่าจริงเท่านั้น


เราไม่สามารถกล่าวหาผู้ทำความดีตลอดชีวิตว่าแกล้งทำได้ เพราะเมื่อทำตลอดชีวิตมันคือเรื่องจริง


อุทิศตนช่วยเหลือสังคมมาตลอด


พระเทพญาณมหามุนีได้บริจาคเพื่อสาธารณกุศลรวมมูลค่านับหมื่นล้านบาท อาทิ


- ทอดผ้าป่าถวายคณะสงฆ์ 323 วัด ใน 4 จังหวัดภาคใต้เป็นประจำทุกเดือนมา 12 ปีแล้ว
- ตั้งกองทุนหนุนแรงใจช่วยครูใต้เป็นประจำทุกเดือนกว่า 30
,000 กองทุน
- สนับสนุนอัฐบริขารและภัตตาหารแก่โครงการอุปสมบทหมู่ 100
,000 รูป ทุกหมู่บ้านทั่วไทยเป็นประจำทุกปีๆละ 2 ครั้ง เพื่อแก้ปัญหาวัดร้างและโครงการบรรพชาสามเณร 1 ล้านรูปเพื่อฟื้นฟูศีลธรรมแก่เยาวชนของชาติ
- ให้ความช่วยเหลือแก่ประชาชนทั้งในประเทศและต่างประเทศเมื่อเกิดภัยพิบัติ เช่น น้ำท่วม พายุ สึนามิ
ขอความเป็นธรรม


พระเทพญาณมหามุนีได้พิสูจน์ตนเองด้วยการทำความดีอย่างยิ่งยวดมาตลอดชีวิต จนอายุ 72 ปีแล้ว สุขภาพก็ไม่ค่อยดี อยู่ในช่วงท้ายของชีวิต
การกล่าวหาท่านว่าสมคบกันฟอกเงินและรับของโจร เป็นการกล่าวหาที่ปราศจากมูลความจริงโดยสิ้นเชิง ท่านจะทำอย่างนั้นไปทำไม เมื่อตลอดทั้งชีวิตท่านมีแต่อุทิศให้กับพระพุทธศาสนาและสังคมประเทศชาติ มีผลงานทั้งศาสนสถานและศาสนบุคคลมากมาย เป็นหลักฐานประจักษ์ชัดแจ้ง


จึงขอวิงวอน ทางราชการและสังคม ได้โปรดให้ความเป็นธรรมกับท่านด้วย

 

พระสนิทวงศ์ วุฑฺฒิวํโส
ผู้อำนวยการสำนักสื่อสารองค์กร วัดพระธรรมกาย
1 เมษายน 2559

 

 

 

 

ที่มา : สำนักสื่อสารวัดพระธรรมกาย  2 เมษายน 2559

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264