เจ็บปวด !

 

มิตซูโอะควงแอนกลับเจแปน

ประกาศจะไม่กลับมาอยู่เมืองไทย..จนตาย

 

ถามว่า สาเหตุอะไร ?

คำตอบง่ายๆ..คนไทยรับไม่ได้

 

 

อืม..มันก็น่าเห็นใจนะ ไหนๆ ก็สึกหาลาเพศออกไปมีครอบครัวแล้ว ทำไมคนไทยไม่อภัย แต่..ต้องถามด้วยว่า สาเหตุอันใดที่คนไทยรับไม่ได้ ถ้ามิใช่ภาพด้านล่างนี้ ที่ควงคู่จู๋จี๋หอมแก้มกันออกจอทีวีเหมือนวัยรุ่นแรกแต่ง นี่คือสิ่งที่คุณทั้งสอง "เย้ยหยันสังคมไทย" อย่างที่ไม่เคยมีใครทำมาก่อน แล้วตอนนี้จะมาเรียกร้องหาอะไร ในเมื่อคุณทั้งสองก็..ทำเกินไป หรือไม่จริง ?

 

 





 

จูบแล้วลา..ซาโยนาระ

 

 

แอน-มิตซูโอะ โบกมือลาไทย อยู่ถาวรญี่ปุ่น

 

แอน' ขายกิจการโรงแรมที่ภูเก็ต เคลียร์หนี้สิน ควง 'มิตซูโอะ' โบกมือลาไทย ไปใช้ชีวิตอย่างสงบเงียบ ปักหลักปักฐานที่ จ.โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เป็นการถาวร ...

 

หลังนายมิตซูโอะ ชิบาฮาชิ หรืออดีตพระมิตซูโอะ วัย 64 ปี สร้างความฮือฮา ช็อกวงการสงฆ์ด้วย การลาสิกขา ออกมาใช้ชีวิตฆราวาส ครองรักกับ แอน-สุทธิรัตน์ มุตตามระ วัย 53 ปี สาวใหญ่นักธุรกิจและเจ้าของสถานเสริมความงามชื่อดัง เมื่อกลางปี 2556 ก่อนข่าวคราวชีวิตคู่จะเงียบหายไป คงมีเพียงกระแสข่าวลือเรื่องเตียงหักออกมาเป็นระยะ กระทั่งล่าสุดตกเป็นข่าวคึกโครมอีกครั้ง เมื่อคู่รักสะท้านวงการผ้าเหลือง ตัดสินใจย้ายไปปักหลักปักฐานที่ จ.โอกินาวา ประเทศญี่ปุ่น เป็นการถาวรแล้ว

 

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 9 พ.ย.แอน-สุทธิรัตน์ มุตตามระ เปิดเผยกับผู้สื่อข่าวไทยรัฐว่า หลังใช้ชีวิตคู่ฉันสามีภรรยากับอาจารย์มิตซูโอะมากว่า 1 ปี ยอมรับว่า ต้องฝ่าฟันอุปสรรคมากพอสมควร ทั้งคำติฉินนินทา และผู้ที่ยังติดยึดในตัวอาจารย์มิตซูโอะ แต่อยากวิงวอนให้เข้าใจว่า อาจารย์สละเพศบรรพชิตมาเป็นปุถุชนคนธรรมดา มีครอบครัวแล้ว ขอใช้ชีวิตอยู่อย่างเงียบๆ โดยชีวิตแต่ละวันอาจารย์มิตซูโอะจะอยู่คอนโดฯ ย่านเจริญกรุง ปฏิบัติธรรม และเขียนหนังสือ มีบ้างเป็นบางครั้งจะติดตามตน ไปสถานเสริมความงามย่านทองหล่อ ซึ่งตนได้จัดห้องเล็กๆ ให้นั่งสมาธิและอ่านหนังสือธรรมะเงียบๆอยู่คนเดียว รวมทั้งดูแลสุขภาพที่ป่วยเป็นโรคเบาหวาน ส่วนตนจะไปนั่งอยู่อีกห้องเพื่อดูแลกิจการ ก่อนจะกลับที่พักพร้อมกันช่วงเย็น โดยกิจวัตรประจำวันหลังรับประทานอาหารค่ำเสร็จ จะสวดมนต์และนั่งสมาธิด้วยกันเป็นประจำ ยอมรับว่าชีวิตคู่มี ความสุขมาก แต่ก็ยังไม่วายมีข่าวลือเรื่องเตียงหัก หลายครั้ง ที่หนักสุดคือลือกันถึงขั้นว่า อาจารย์มิตซูโอะเสียชีวิตไปแล้ว ซึ่งทุกครั้งที่เกิดข่าวลือ พยายามใช้สติ ไม่ออกมาตอบโต้ใดๆทั้งสิ้น

 

แอน-สุทธิรัตน์เผยต่อว่า หลายๆปัญหาที่ประเดประดังเข้ามาในชีวิตคู่ ทำให้อาจารย์มิตซูโอะ เกิดความเบื่อหน่าย มีความรู้สึกว่าชีวิตพระกับฆราวาสแตกต่างกันอย่างสิ้นเชิง เพราะการใช้ชีวิตฆราวาสต้องปรับตัวจากวิถีชีวิตแบบเดิมๆ เมื่อปรึกษากันได้ข้อสรุปตรงกันว่า อยากเกษียณตัวเอง ไปใช้ชีวิตอย่างสงบเงียบที่ญี่ปุ่นอย่างถาวร โดยอาจารย์มิตซูโอะจะไม่กลับไปอยู่บ้านเกิดที่ จ.อิวาเตะ แต่จะขอย้ายไปอยู่ที่เมืองจิโนแวน จ.โอกินาวา ทางตอนใต้สุดของประเทศญี่ปุ่น ซึ่งเป็นเมืองที่อาจารย์ใฝ่ฝันไปอยู่ตั้งแต่เด็กๆ เพราะเป็นเมืองที่มีความสงบเงียบ คนสูงอายุชาวญี่ปุ่นนิยมไปใช้ชีวิตบั้นปลายมากที่สุด และมีคนอายุยืนเกิน 100 ปี ไปอยู่ที่นี่เป็นจำนวนมากที่สุดในโลก ขณะนี้ตนกำลังอยู่ระหว่างเจรจาขายกิจการโรงแรมภูเก็ตเพนนินซูล่าของตน นำไปเคลียร์หนี้สินที่มีคดีความคาราคาซังในชั้นศาลอยู่หลายร้อยล้านบาทให้หมด ยืนยันว่าไม่มีการหนีหนี้แต่อย่างใด เมื่อเคลียร์หนี้สินหมด จะมีเงินก้อนเหลือเก็บไว้เป็นทุนรอนอีกส่วนหนึ่ง ขณะที่กิจการสถานเสริมความงามย่านทองหล่อซอย 4 จะมอบหมายให้ผู้จัดการร้านที่อยู่ ด้วยกันมานาน ไว้ใจได้ บริหารงานแทน

 

แอนเผยอีกว่า ตอนนี้ตนกับอาจารย์มิตซูโอะ เดินทางมาอยู่ที่ประเทศญี่ปุ่น เกือบ 1 สัปดาห์แล้ว ช่วงนี้จะเดินทางท่องเที่ยวไปตามสถานที่ต่างๆ เริ่มจากฮอกไกโด แล้วจะไปเยี่ยมพี่สาวของอาจารย์มิตซูโอะ ที่ จ.อิวาเตะ จากนั้นจะไปท่องเที่ยวที่โตเกียว เกียวโต นารา ฟุกูโอกะ ก่อนจะไปปักหลักปักฐานที่ จ.โอกินาวา เบื้องต้นจะเช่าบ้านเป็นที่อยู่อาศัยไปพลางๆก่อน โดยอาจารย์มิตซูโอะ ที่ขณะนี้มีอายุ 63 ปี จะใช้ชีวิตที่เหลือสอนธรรมะ เป็นธรรมทานแก่ชาวญี่ปุ่นผู้สนใจทุกวันเสาร์และวันอาทิตย์ ครั้งละ 20 คน โดยไม่มีค่าใช้จ่าย และเขียนหนังสือธรรมะเป็นหลัก ส่วนตนจะขอใช้ชีวิตแม่บ้านเต็มตัว ดูแลอาการป่วยโรคเบาหวานของอาจารย์มิตซูโอะ ที่ต้องเข้าคอร์สรักษาอย่างต่อเนื่อง และใช้ชีวิตอยู่ร่วมกันอย่างสงบจนแก่เฒ่าไปด้วยกัน

 

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ
10 พฤศจิกายน 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264