2000 ล้าน !

ทุ่มสร้าง มจร. เชียงใหม่

ในพื้นที่อำเภอดอยสะเก็ด

 

กะจะดันให้เป็น "เริ่ด" ในภาคเหนือ

 

 

 

 

อา..ก็ไม่รู้ว่าจะสงสารหรือสมเพชพระสงฆ์เชียงใหม่ดี เพราะที่เห็นๆ ทำงานกันอย่างเอาเป็นเอาตายทุกวันนี้ ก็ไม่เห็นจะมีอะไรที่มันเป็นอิสระเสรี ไม่ว่าจะเป็นทางด้านการบริหารกิจการคณะสงฆ์ หรือแม้กระทั่งการบริหารทางวิชาการ ผ่านองค์กรการศึกษาที่ชื่อว่า "มหาวิทยาลัย"

 

ทางด้านการปกครองคณะสงฆ์นั้น เห็นแล้วก็ใจหาย พระสงฆ์เชียงใหม่ก้มหัวให้แก่พระต่างถิ่นที่เข้ามากินตำแหน่ง "เจ้าคณะผู้ปกครอง" ผ่านมหาเถรสมาคม อย่างที่ต้องเรียกว่า "เป็นทาส" เพราะไม่เคยมีพระเชียงใหม่ได้เป็นเจ้าคณะใหญ่-เจ้าคณะภาคเลย ยินยอมแม้กระทั่ง "เปลี่ยนสีผ้าสบง" ตามคำสั่งของคณะสงฆ์ส่วนกลางอย่างไร้ปากไร้เสียง ไม่มีใครกล้าคัดค้านโดยอ้าง "จารีตประเพณี" ที่ครูบาอาจารย์เคยประพฤติปฏิบัติมาเหมือนพระสงฆ์ธรรมยุตสายอีสานเลย ครูบาศรีวิไชยได้เห็นก็คงอยากจะร้องไห้ เพราะมีแต่คนปั๊ม "เหรียญครูบา" ออกขาย แต่ไม่มีใครคิดสานต่อปณิธานครูบาเลยซักคน ดอยอินทนนท์ที่ว่าสูงที่สุดในประเทศไทย แต่ดูยังไงก็ยังต่ำกว่า "ภูเขาทอง" อยู่วันยังค่ำ เจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่ อย่าเก่งก็ได้แค่ "ชั้นเทพ-ชั้นธรรม" แล้วเกษียนอายุไปเป็นที่ปรึกษา ก่อนตายก็ปูนบำเหน็จขึ้น "รองสมเด็จ" แล้วรอพระราชทานเพลิง ก็ถือว่า "สูงสุด" แล้ว รุ่นหลังๆ ก็เข้าแถว "ชั้นสามัญ-ชั้นราช" เพื่อเตรียมสานต่อปณิธาน "เมืองขึ้น" กันต่อไป ทางอีสานหรือภาคใต้ก็อีหรอบเดียวกัน

 

ทางด้านการศึกษาก็ยิ่งงามหน้ากันใหญ่ เพราะทุกอย่างถูก "ควบคุม" จากส่วนกลาง ไม่ว่าจะเป็นด้านบุคคลากรหรืองบประมาณ เมื่อเงินไม่พอก็ต้องหา แต่ว่า "อำนาจในการบริหารจัดการ" กลับถูกส่วนกลางบีบไว้ไม่ปล่อย มจร.เชียงใหม่จะยิ่งใหญ่ก็ได้แค่ตำแหน่ง "รองอธิการบดี" ต่อให้ทุ่มอีกหมื่นล้านมันก็ได้แค่นี้ หรือว่ามี "ศาสตราจารย์+ ด๊อกเตอร์" อีกนับพันนับหมื่นองค์ มันก็ไม่มีผล เพราะถึงอย่างไรก็ยังเป็น "ตัวสำรอง" ของ มจร. ส่วนกลางอยู่ดี ทั้งนี้ก็มิใช่อะไรหรอก เพราะเชื่องมงายมานานแล้วว่า "พระเชียงใหม่โง่กว่าพระกรุงเทพฯ" เท่านั้นเอง ทั้งๆ ที่พระกรุงเทพฯก็มาจากบ้านนอก แถวๆ สุพรรณเหมือนกัน ใครตาถั่วกว่าใครก็ดูเอาเอง ว่างๆ ก็ขอนิมนต์คณาจารย์ มจร. เชียงใหม่ ตั้งวงน้ำชาสนทนา "ผ่าสมองเจ้าคุณประยูร" ดูซักยกสิฮะ แล้วจะได้รู้ว่า "มหาประยูรมิใช่เทวดา แต่ว่าเป็นคนเหมียนกัน" แต๊ๆ นาตุ๊ปี้ !

 

ปล. ถ้าไร้ความกล้าหาญทางวิชาการ ก็อย่าหาญเป็นผู้นำทางปัญญา

 

 

 

 

 

40 ปี มจร.เชียงใหม่ ทิศทางที่ไร้อนาคต

 

 

 มจร. ทุ่ม 2 พันล้าน ผุดวิทยาเขตเชียงใหม่

 

วันที่ 27 มีนาคม ที่มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) วิทยาเขตเชียงใหม่ วัดสวนดอก จ.เชียงใหม่ พระพรหมบัณฑิต (ประยูร ธมฺมจิตฺโต ) อธิการบดี มจร. กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) เดินทางมาตรวจเยี่ยมพร้อมทั้งมอบนโยบายว่าการดำเนินงานของ มจร. วิทยาเขตเชียงใหม่ ถือว่ามีความก้าวหน้ามาก ทั้งยังมีโครงการในการขยายวิทยาเขตเชียงใหม่ เพิ่มเติมจากเดิมที่ตั้งอยู่ที่วัดสวนดอก

 

โดยได้รับมอบที่ดินจากกรมป่าไม้จำนวนกว่า 1,000 ไร่ บริเวณดอยสะเก็ด ห่างจากที่เดิมเพียงกว่า 20 กิโลเมตร เท่านั้น โดยเริ่มโครงการก่อสร้างตั้งแต่ ปี 2558-2571 ใช้งบประมาณกว่า 2,000 ล้านบาท ซึ่งการดำเนินการก่อสร้างจะแบ่งเป็นการสร้างวิทยาเขตเชียงใหม่กว่า 900 ไร่ และจัดพื้นที่ประมาณ100 ไร่ เพื่อจัดสร้างพุทธมณฑลด้วย

 

 

พระพรหมบัณฑิต กล่าวด้วยว่า มจร.มีการขยายวิทยาเขตมาโดยตลอดจำนวนวิทยาเขตล่าสุดที่รายงานต่อสำนักงานคณะกรรมการกาอุดมศึกษา (สกอ.) มีวิทยาเขต 10 แห่ง วิทยาลัยสงฆ์ 12 แห่ง ห้องเรียนใน 45 จังหวัด และห้องเรียนในต่างประเทศอีก 5  ประเทศ และในแต่ละปีมีบัณฑิตที่จบการศึกษาจำนวนมาก โดยปัจจุบันมีพระและฆราวาสที่กำลังศึกษาอยู่รวมกว่า 30,000 รูป / คนและปีนี้จะเป็นปีแรกที่จะมีพิธีประสาทปริญญาบัตร 2 วัน เนื่องจากมีผู้สำเร็จการศึกษารวมประมาณ 5,000 รูป/คน

 

 

 

ข่าว : มติชน

27 มีนาคม 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264