เกณฑ์พระภาคใต้เข้ากรุง !

 

มุ่งหน้าสักการะพระศพสังฆราช

กราบศพสมเด็จเกี่ยววัดสระเกศ

รับโอวาทสมเด็จวัดปากน้ำ

 

 

 

 




 

 

 

ก็ต้องบอกว่า เป็นกิจกรรมพิเศษที่ไม่เคยพบไม่เคยเห็นมาก่อน สำหรับการนิมนต์พระสงฆ์ใน 3 จังหวัดชายแดนใต้ ให้เข้ามาในกรุงเทพมหานคร อย่างพร้อมเพรียงเรียงหน้า ถ้าใช้ภาษาทหารก็ต้องเรียกว่า "ตบเท้า" กันเลยทีเดียว วัตถุประสงค์นั้นก็ดังที่ทราบ คือกราบพระศพอดีตสมเด็จพระสังฆราช และศพอดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช และสุดท้ายที่วัดปากน้ำ เป็นการรับโอวาทจากผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราชองค์ปัจจุบัน ถึงกระนั้นก็ยังมีข้อที่น่าสังเกตว่า เหตุใดทาง ศอ.บต. และสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ จึงจัดกิจกรรมพิเศษสำหรับพระภาคใต้ให้ขึ้นมากรุงเทพฯในช่วงนี้ ทั้งๆ ที่ปัญหาในภาคใต้นั้นเกิดได้หลายปีแล้ว ขนาดว่าพระสงฆ์ถูกฆาตกรรม ถูกลอบยิง ถูกวางระเบิด ตายไม่เว้นแต่ละเดือน แต่ก็ไม่เคยปรากฏว่าจะมีพระสงฆ์ผู้ใหญ่ในมหาเถรสมาคม ลงไปให้กำลังใจแก่พระสงฆ์ในสามจังหวัดชายแดนใต้เลยแม้แต่รูปเดียว ล่าสุด เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ที่ผ่านมา พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชน ชาวอำเภอแม่ลาน ปัตตานี ถูกกราดยิงตายหลายศพ ก็มีแค่เพียง นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักพุทธฯ เท่านั้น ที่นำเอาผ้าไตรประทานจากสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ วัดปากน้ำ ไปถวายแทน

 

ในสิ่งที่เห็นและเป็นไปในการ "บำบัดทุกข์บำรุงสุข" ของผู้บริหารหรือผู้ปกครองนั้น เมื่อเกิดวิกฤตการณ์ขึ้น ณ จุดใดจุดหนึ่ง ในเขตการปกครองของใครก็ตาม ไม่ว่าจะเป็นส่วนข้าราชการ ทหาร หรือพลเรือน ก็เป็นภาระหน้าที่ของผู้บังคับบัญชา ที่จะต้องรีบรุดเข้าไปช่วยเหลือและให้กำลังใจ เพื่อให้สถานการณ์กลับคืนสู่ปกติโดยไว โดยมีหัวใจอยู่ที่ "ขวัญและกำลังใจ" ของประชาชนหรือพุทธศาสนิกชน ที่ได้รับผลกระทบจากความรุนแรงนั้นๆ แต่ของคณะสงฆ์ไทยหาเป็นเช่นนั้นไม่ คือนอกจากผู้ใหญ่จะไม่ยอมไปดูแลผู้ใต้บังคับบัญชาที่เดือดร้อนแล้ว  ยังทำสำอางค์นั่งอยู่ใน "หอคอยงาช้าง"  รอรับรายงานผ่านตัวแทน ทำนองเอาหูฟังเอาปากบริหาร ไม่เคยสัมผัสความเป็นจริงของสิ่งที่เกิดขึ้น ซึ่งก็ว่าน่าทุเรศแล้ว แต่วันนี้ ผู้บริหารยังคิดวิปริตถึงกับสั่งการให้เกณฑ์เอา "ผู้ใต้บังคับบัญชาที่เดือดร้อน" เหล่านั้น ให้เดินทางเข้าเมืองหลวง เพื่อกราบศพของอดีตผู้บังคับบัญชาซึ่ง "ตายอย่างหรูหรา" ต่างกับพระสงฆ์ใต้ที่ "ตายอย่างหมา" ซึ่งตัวเองก็ไม่เคยเหลียวแล แล้วถามว่า นี่นะหรือคือ นิติรัฐ นิติธรรม ที่จะนำมาใช้ "บริหารและปกครอง" ประเทศไทยและบริหารกิจการพระพุทธศาสนา ไม่อยากพูดเลยว่า นี่คือกิจกรรม "สอพลอ" ระดับโลก ของสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ภายใต้การนำของ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ นั่นเอง แต่ก็เหลือเชื่อแฮะ ว่านโยบายเหลวไหลแบบนี้ "พระผู้ใหญ่" ก็เห็นดีเห็นงามด้วย

 

 

 

 






















 

 

 

 

พศ. ร่วมกับ ศอ.บต. จัดโครงการธรรมะสานเสวนา และทัศนศึกษาดูงานด้านพระพุทธศาสนาเพื่อส่งเสริมพระพุทธศาสนา แก่พระสังฆาธิการในจังหวัดชายแดนภาคใต้

 

 

เมื่อวันที่ 4 มีนาคม 2557 เวลา 14.00 น. ณ วัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร นายพงศ์เทพ เทพกาญจนา รองนายกรัฐมนตรี เข้าถวายสักการะและถวายจตุปัจจัยไทยธรรม แด่สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช พร้อมด้วย ว่าที่ร้อยตรีเลิศเกียรติ วงศ์โพธิพันธ์ รองเลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ (ศอ.บต.) นายอำนาจ บัวศิริ รองผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่จากศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ ตลอดจนพระสังฆาธิการในจังหวัดชายแดนภาคใต้ จำนวน 370 รูป และเจ้าหน้าที่ฝ่ายฆราวาสในจังหวัดชายแดนภาคใต้  จำนวน 130 คน เข้าร่วมสักการะและรับฟังโอวาทในครั้งนี้

 

โดยสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช กล่าวสัมโมทนียกถาว่า เหตุการณ์ความไม่สงบในจังหวัดชายแดนภาคใต้ถือเป็นเรื่องที่ประจักษ์ และเป็นที่ทราบกันดีอยู่แล้ว ทางคณะสงฆ์ของกรุงเทพมหานครมีความห่วงใยคณะสงฆ์ที่อยู่ในจังหวัดชายแดนภาคใต้ ซึ่งทางรัฐบาลและสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติได้ช่วยเหลือเกื้อกูลพระสงฆ์อยู่ตลอดมา จากการที่พระสงฆ์จะต้องออกบิณฑบาตตามพื้นที่ต่างๆในจังหวัดชายแดนภาคใต้นั้นมีความเสี่ยงและมีอันตรายเกิดขึ้นได้ทุกเมื่อ อาตมาคิดว่า อยากให้พระสงฆ์ไม่ต้องออกบิณฑบาตไปในพื้นที่ต่างๆแล้ว แต่ทางวัดควรใช้นิติภัต หรือเงินค่าอาหารที่ทางราชการถวายแก่สงฆ์เป็นประจำมาถวายให้พระสงฆ์ในวัดแทนการออกไปบิณฑบาต เพื่อสร้างความปลอดภัยของพระสงฆ์ นอกจากนี้แล้วยังฝากให้คนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้รักใคร่กลมเกลียวกันอย่างฉันท์พี่น้องเพื่อการอยู่ร่วมกันอย่างสันติสุขในสังคมไทย

 

ต่อมาเวลา 16.30 น. นำคณะพระสังฆาธิการเดินทางไปยังตำหนักเพ็ชร วัดบวรนิเวศวิหาร เขตดุสิต กรุงเทพมหานคร รับเป็นเจ้าภาพในพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพ สมเด็จพระญาณสังวร สมเด็จพระสังฆราช สกลมหาสังฆปรินายก โดยมี พระสิริจริยาลังการ รองเจ้าคณะจังหวัดปัตตานี/เจ้าอาวาสวัดตานีสโมสร จังหวัดปัตตานี เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ และพันตำรวจเอกทวี สอดส่อง เลขาธิการศูนย์อำนวยการบริหารจังหวัดชายแดนภาคใต้ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส จากนั้นเข้า ถวายสักการะ สมเด็จพระวันรัต ผู้รักษาการเจ้าอาวาสวัดบวรนิเวศวิหาร

 

เวลา 19.00 น. เดินทางต่อไปยังวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร รับเป็นเจ้าภาพในพระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรมศพ สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโน) อดีตประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช อดีตเจ้าอาวาสวัดสระเกศ าชวรมหาวิหาร กรุงเทพมหานคร และเข้าถวายสักการะ พระพรหมสุธี เจ้าอาวาสวัดสระเกศ ราชวรมหาวิหาร

 

และเดินทางต่อไปยังวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม กรุงเทพมหานคร รับเป็นเจ้าภาพในพิธีสวดพระอภิธรรมศพ พระพุทธวรญาณ อดีตเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม และร่วมถวายสักการะ พระเทพกิตติเวที รักษาการแทนเจ้าอาวาสวัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม เสร็จแล้วเดินทางกลับที่พัก ณ มหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย อำเภอวังน้อย จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

จากนั้นในวันที่ 5 มีนาคม 2557 เวลา 11.00 น. คณะพระสังฆาธิการ พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ เดินทางไปยังวัดพนัญเชิงวรวิหาร จังหวัดพระนครศรีอยุธยา และฉันภัตตาหารเพล โดยมี พระเทพรัตนากร เจ้าคณะจังหวัดพระนครศรีอยุธยา และเจ้าอาวาสวัดพนัญเชิงวรวิหาร กล่าวต้อนรับ และมอบของที่ระลึกแก่ พระสังฆาธิการ ข้าราชการ เจ้าหน้าที่ และพุทธศาสนิกชน ก่อนจะเดินทางกลับโดยสวัสดิภาพ

 

 

 

 

ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

7 มีนาคม 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264