แม่ชีเป็นนักบวช !

 

 

กฤษฎีกาวินิจฉัยสถานภาพแม่ชีไทย

"ไม่สามารถลงคะแนนเลือกตั้งได้"

 

อา..งานนี้ บรรดาภิกษุณีประดามีในเมืองไทยต่างร้อง "ไชโย" กันทั่วหน้า เพราะว่านี่คือ "การนำร่อง" ทางด้านกฎหมายว่าด้วยสถานภาพของนักบวชหญิงในเมืองไทย เมื่อกฤษฎีกาวินิจฉัยให้ "แม่ชี" เป็นนักบวชได้ ภิกษุณีซึ่งมีวัตรปฏิบัติสูงกว่าแม่ชี ก็ต้องเป็นนักบวชอย่างมิต้องสงสัย และไม่ต้องรอมหาเถรสมาคมรับรองแต่อย่างใด ที่สำคัญก็คือ คำสั่งสมเด็จพระสังฆราช พ.ศ.2471 ที่ห้ามมิให้บวชภิกษุณี สามเณรี และสิกขมานา นั้น ถือว่าสิ้นสุดไปโดยปริยาย เพราะกฤษฎีการับรองแล้วว่า แม่ชีเป็นนักบวช ดังนั้น ภิกษุณีก็ต้องเป็นนักบวช สามเณรีและสิกขมานาก็ต้องเป็นนักบวชไปด้วย เหลี่ยมกฎหมายแบบนี้ไงที่ใช้ได้ผลมาแล้วนับไม่ถ้วน แบบว่ามหาเถรสมาคมงงเป็นไก่ตาแตกเลยเชียวล่ะ มะรืนนี้ ถ้าภิกษุณี สามเณรี และสิกขมานา ตบเท้าเข้าคูหาไปเลือกตั้ง ส.ว. แล้วถ้าทางเจ้าหน้าที่ไม่ให้ลงเลือกตั้ง งานนี้ก็ถือว่าได้พิสูจน์สถานะนักบวชไปโดยปริยาย ดังนั้น หลวงแม่ทั้งหลายเตรียมตัวค่ะ

 

 

 

 

 

 

กฤษฎีกา "พระอุปัชฌาย์" ของแม่ชีไทย เพราะบวชมาตั้งนมนานกาเล เพิ่งจะได้เป็นนักบวชก็ต่อเมื่อกฤษฎีกาวินิจฉัยนี่แหละ

 

 

 

 

 

 

 

สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ชี้ชัด "ชี" หรือ "แม่ชี" เป็นนักบวช อิงตามพจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน และให้เป็นไปตามเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ห้ามมิให้ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ใช้สิทธิเลือกตั้ง...

เมื่อวันที่ 3 มี.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อเดือน ธ.ค. 2556 สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา ได้พิจารณาสถานะของแม่ชี ว่าเป็นนักบวชหรือไม่ ตามที่สำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) มีหนังสือขอหารือในเรื่องดังกล่าว มายังสำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา เมื่อช่วงเดือน ก.ย.2556 ทั้งนี้คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) พิจารณาข้อหารือของสำนักงาน กกต. ปรากข้อเท็จจริงเพิ่มเติมเกี่ยวกับแม่ชี ดังนี้ สถาบันแม่ชีไทย และมูลนิธิสถาบันแม่ชีไทยในพระบรมราชินูปถัมภ์ วางระเบียบปฏิบัติเกี่ยวกับการบวช การประพฤติปฏิบัติตนของแม่ชีไว้

โดยขั้นตอนการบวชเป็นชีนั้น ต้องให้พระภิกษุเป็นผู้บวช และผู้ขอบวชต้องกล่าวคำขอบวชต่อหน้าพระภิกษุ เมื่อพระภิกษุบวชให้แล้วจะออกใบรับรองการบวชให้แก่แม่ชี เพื่อนำไปขอใบสุทธิบรรณจากมูลนิธิสถาบันแม่ชีไทยฯ ในการแสดงตนว่าเป็นแม่ชี ที่มีสังกัดและได้รับการบวชโดยถูกต้อง

สำหรับกรณีที่แม่ชีจะลาสิกขา ต้องไปขอลาจากพระภิกษุ และเมื่อลาสิกขาแล้ว แม่ชีต้องส่งมอบสุทธิบรรณคืนให้หัวหน้าสำนักต่อไป

ส่วนการประพฤติปฏิบัติตน แม่ชีถือศีล 8 และมีกฎการปฏิบัติตนในเรื่องการสำรวมกิริยาและวาจาไว้เป็นการเฉพาะ สำหรับคนทั่วไปที่มิได้เป็นสมาชิกของสถาบันแม่ชีไทย การเข้าถือเพศเป็นชี ก็ได้ถือปฏิบัติให้พระภิกษุเป็นผู้ทำพิธีให้ เช่นเดียวกับหลักปฏิบัติที่สถาบันแม่ชีไทยวางไว้

ดังนั้น คณะกรรมการกฤษฎีกา (คณะที่ 1) เห็นว่า โดยที่คำว่า "นักบวช" ตามรัฐธรรมนูญ มิได้กำหนดความหมายไว้เป็นการเฉพาะ การพิจารณาจึงต้องพิจารณาตามความหมายทั่วไป ประกอบกับเจตนารมณ์ของรัฐธรรมนูญ ที่ห้ามมิให้ภิกษุ สามเณร นักพรต หรือนักบวช ใช้สิทธิเลือกตั้ง ซึ่งการพิจารณาว่า "ชี" และ "แม่ชี" ถือเป็น "นักบวช" หรือไม่นั้น พจนานุกรมฉบับราชบัณฑิตยสถาน พ.ศ. 2554 กำหนดความหมายของคำว่า "นักบวช" ไว้ว่า "ผู้ที่ได้เข้าพิธีบวชตามลัทธิศาสนาต่างๆ เช่น ภิกษุ สามเณร บาทหลวง" การเข้าพิธีบวชดังกล่าว จึงหมายถึงการเข้าพิธีบวชตามหลักศาสนา หรือตามความเชื่อของบุคคลในลัทธินั้นๆ ก็ได้ เมื่อข้อเท็จจริงได้ความว่า การเป็นแม่ชีต้องผ่านพิธีการบวชกับพระภิกษุ และมีการกล่าวคำขอบวช ซึ่งถือได้ว่าเป็นการเข้าพิธีบวชแล้ว ดังนั้น คำว่า "ชี" และ "แม่ชี" จึงอยู่ในความหมายของคำว่า "นักบวช" ตามมาตรา 100 (1) ของรัฐธรรมนูญด้วย

 

 

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ

5 มีนาคม 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264