เชือดชีเชอรี่ เซ่น คสช. !

 

 

ผลงานแรกของสำนักพุทธฯยุค คสช.

 

ตั้งมาตรฐานทางศาสนาแบบใหม่

"ชีรวยไม่ได้ ไม่งั้นไม่ใช่ชี"

 

 

 

 

 

อา..จากเมื่อวันก่อน สำนักพุทธฯ ของนายนพรัตน์ โดยการกำกับของ คสช. ได้ออกระเบียบศาสนายุคใหม่ "ห้ามพระไทยเข้าร้านอาหารญี่ปุ่น" โดยมิได้บอกว่า กินปลาดิบญี่ปุ่น (ชูชิ) มันผิดพระธรรมวินัยตรงไหน ต่างกับกินปลาร้าหรือไม่ มันแสลงต่อสุขภาพพระสงฆ์ไทยยังไง ทำไมพระไทยเข้าไม่ได้ และที่สำนักพุทธฯให้คำนิยามไว้กว้างๆ ว่า "เป็นอโคจร" นั้น มันหมายความว่ายังไง ร้านอาหารญี่ปุ่นเป็นซ่องโสเภณีอย่างนั้นหรือ จึงต้องห้ามพระไทยไม่ให้เข้า ฯลฯ

 

แล้ววันนี้ก็มีมาตรฐานใหม่ให้ "แม่ชี" ใช้ โดยระบุว่า "ห้ามแม่ชีรวย และใช้ของฟุ่มเฟือย เช่น หลุยส์วิตตอง เป็นต้น" ทั้งๆ ที่ก็ยังไม่มีกฎหมายรับรองว่า "แม่ชีเป็นนักบวช" ดังนั้น สถานะของแม่ชีจึงเป็นนักบวชนอกกฎหมาย หมายถึงว่า คนไทยยอมรับสถานะแม่ชีว่าเป็นนักบวช แต่กฎหมายยังไม่รับรอง ดังนั้น ถึงสังคมไทยจะมองว่า แม่ชีต้องใช้ชีวิตสมถะเยี่ยงพระ แต่นั้นก็เป็นแต่เพียงการคาดหวัง เพราะยังไม่มีการออกกฎหมายรับรองแม่ชีเป็นนักบวชนั่นเอง และเมื่อไม่มีการรับรองแม่ชีอย่างเป็นทางการ การเรียกร้องให้แม่ชีใช้ชีวิตเยี่ยงนักบวช จึงถือว่าเป็นพฤติกรรมล้ำเส้น ถ้า คสช. อยากให้แม่ชีไทยเป็นนักบวช ก็ง่ายๆ แค่ออกกฎหมายรับรองสถานะแม่ชีซะ รวมเอาเรื่องภิกษุณีเข้าด้วยก็ได้ เพราะเป็นเรื่องของผู้หญิงด้วยกัน ถึงตอนนั้นจะว่าจะกล่าวอะไรมันก็เต็มปากเต็มคำ ไม่ต้องชักแม่น้ำทั้งห้าหาเรื่องหาราวมาปรักปรำเขา เรื่องง่ายๆ แค่นี้ถ้ายังทำไม่เป็น แล้วจะไปทำอะไรที่ลึกซึ้งกว่านี้ นะ ไหนๆ ก็ผูกเชือกรองเท้าเสร็จแล้ว ออกเดินมาตั้งไกล ก็เดินให้มันตรงเสียทีสิ จะอ้อมป้าอ้อมเขาอยู่ทำไม

 

 

 

 

 

 

ปัญหาที่ว่า "แม่ชีรวย" นั้น ถึงจะเป็นปัญหา แต่ก็ต้องมองว่ามันมีที่มาที่ไปอย่างไร รวมทั้งการที่แม่ชีมีอิทธิพลภายในวัด สามารถสั่งการพระสงฆ์สามเณรได้ ซึ่งวัดนั้นมีเจ้าอาวาสเป็นผู้มีอำนาจสูงสุด แต่กลับปล่อยปละละเลยหรือยินยอมให้แม่ชีมีอำนาจเหนือพระได้ (รวมทั้งตัวเจ้าอาวาสเองด้วย) แบบนี้น่าจะพิจารณาพฤติกรรมของเจ้าอาวาสมากกว่าจะเพ่งเล็งที่แม่ชี แต่ทางสำนักพุทธฯกลับทำตรงกันข้าม คือมองข้ามเจ้าอาวาส และหาเรื่องหาราวเอากับแม่ชีเชอรี่  ผิดกับกรณี "แม่ชีทศพร วัดพิชัยญาติ" ซึ่งผู้มีอำนาจคือ "สมเด็จพระพุทธชินวงศ์" อุ้มสมเอาไว้ สำนักพุทธฯก็ไม่กล้าแตะ แถมยังออกมาการันตีว่าดีอย่างโน้นดีอย่างนี้ เรียกเสียเต็มปากเต็มคำว่า "ชีใหญ่"

 

 

 

 

กรณี "ชีเชอรี่" จึงมีปัญหาอยู่ที่ว่า คุณเป็นคนของใคร หรือถ้าจะสรุปความผิดของแม่ชีเชอรี่ในวันนี้ก็ไม่มีอะไร นอกจากว่าเป็นดาราไร้สังกัด ไม่มีผู้มีอิทธิพลในวงการสงฆ์หนุนหลัง ดังแม่ชีทศพรเท่านั้น เชื่อเถิดว่า ถ้าแม่ชีย้ายไปอยู่วัดปากน้ำ หรือวัดพิชัยญาติ ทางสำนักพุทธฯจะปฏิบัติต่อแม่ชียิ่งกว่าแม่ของนายนพรัตน์เองด้วยซ้ำ ไม่อยากพูดเลยว่า ผู้ใหญ่ของเมืองไทยชอบจับแต่ปลาซิวปลาสร้อย แก้ปัญหาเฉพาะหน้า มิน่า พระศาสนาถึงได้เสื่อมทรุดเศร้าหมอง เพราะมีแต่คนเอาตัวรอดไปวันๆ

 

เรื่องโชว์รวย เรื่องนี้ก็ไม่มีอะไรมาก เป็นแค่พฤติกรรมส่วนตัว เพราะคนที่รวยจริงๆ เขาไม่โชว์เหมือนแม่ชีเชอรี่นี่หรอก แต่ถ้าดูที่ "อายุ" ของแม่ชีเชอรี่ ทราบว่าแค่ "27 ปี" นี่ก็ยังถือว่าเป็นเด็ก มีของดีของชอบก็คงอยากโชว์บ้างเป็นธรรมดา แต่ถ้าอายุ 60-70 แล้วยังโชว์ นั่นคงไม่เข้าท่า นี่ว่ากันแบบสามัญ อย่ามโนไปไกลถึงสวรรค์นิพพาน พูดก็พูดเถอะ แม่ชีวัดปากน้ำ วัดพิชัยญาติ หรือวัดพระธรรมกาย ยังรวยกว่าแม่ชีเชอรี่นี่เยอะ แต่เขาไม่โชว์กันเท่านั้น ไม่เชื่อก็ตั้งกรรมการสอบบัญชีทรัพย์สินแม่ชี 2-3 วัดนี้ดูสิ รู้แล้วจะหนาว กล้าหรือเปล่าเท่านั้น

 

ส่วนกรณีที่มีคนนำเอา "แม่ชีเชอรี่" ไปเปรียบเทียบกับ "เณรคำ" นั้น ก็ต้องกลับไปดูที่สถานะของแม่ชีอยู่ดีว่า "เป็นนักบวชหรือไม่" หาไม่แล้ว เราก็จะใช้ความรู้สึกแก้ปัญหา มิใช่พิจารณากันด้วยสติปัญญาและเหตุผล สงสารก็แต่ พล.อ.ประยุทธ จันทร์โอชา ซึ่งสู้อุตส่าห์ทำการปฏิวัติรัฐประหาร ล้มล้างการปกครอง เพื่ออภิวัฒน์การปกครองให้ดีขึ้น ถึงกับเปรียบเทียบตัวเองว่า "ผูกเชือกรองเท้าแล้ว ต้องเดินหน้า ไม่มีคำว่ากลับหลัง หรือย่ำอยู่กับที่" แต่ภาพที่เห็นในวันนี้ กลับกลายเป็นว่า เดินหน้าเข้าป่าเข้าพง ไม่รู้ทิศรู้ทาง เหมือนคนหลงป่า ขอร้องเถิดว่า อย่าบ้าจี้ !

 

 

 

 

 

 

 

ขอถามซ้ำอีกทีว่า

 

ชีรวยผิดด้วยหรือ ชีมีอำนาจ ใครให้อำนาจแม่ชี

เพราะแม่ชีมิใช่นักบวช แต่ใหญ่กว่านักบวชได้ยังไง

 

นายนพรัตน์ ผอ.สำนักพุทธฯ ช่วยตอบที

 

 

 

ชุมพร - เจ้าคณะจังหวัดชุมพร สั่งเจ้าคณะอำเภอสวี ตรวจสอบวัดถ้ำขวัญเมือง หลังแม่ชีเชอรี่ที่ตกเป็นข่าวใช้ของแบรนด์เนมและขับรถหรูราคาหลายล้านบาท ขณะที่พระลูกวัดเผยรถและกระเป๋าหรูลูกศิษย์ลูกหานำมาถวายให้ใช้ส่วนตัว พร้อมเผยแม่ชีเชอรี่เป็นคนร่ำรวยก่อนบวชใช้ชีวิตที่อเมริกามาก่อน ขณะที่บรรยากาศภายในวัดเงียบเหงา และกำลังก่อสร้างอาคารอีกหลายหลังผิดจากวัดธรรมยุตทั่วไป
       
เมื่อเวลา 11.00 น.วันนี้ ( 26 มิ.ย.) นายเพทาย สดทรงศิลป์ ผอ.สำนักพระพุทธศาสนา จ.ชุมพร เปิดเผยว่า หลังจากที่มีสื่อมวลชนได้นำเสนอข่าว กรณีที่มีการวิพากษ์วิจารณ์ผ่านโซเชียลเน็ตเวิร์ก ถึง พฤติกรรมของแม่ชีเชอรี่ วัดถ้ำขวัญเมือง อ.สวี จ.ชุมพร ที่ขับรถปอร์เช่ราคาหลายล้าน และใช้ข้าวของเครื่องประดับยี่ห้อแบรนด์เนมราคาสุดแพงว่าเหมาะสมหรือไม่นั้น
       
ขณะนี้ทางสำนักงานพุทธศาสนา จ.ชุมพร ได้รับทราบข่าวดังกล่าวแล้ว และวัดถ้ำขวัญเมืองเป็นวัดพระธรรมยุต จึงได้ทำหนังสือแจ้งให้พระราชพิศาลสุธี เจ้าอาวาสวัดโพธิการาม อ.เมือง จ.ชุมพร ในฐานะเจ้าคณะจังหวัดฝ่ายธรรมยุตทราบแล้ว ส่วนจำดำเนินการอย่างไรเป็นหน้าที่ของพระสงฆ์ที่จะดำเนินการ สำนักพระพุทธศาสนามีหน้าที่ สนับสนุนบางเรื่องที่พระสงฆ์อาจจะไม่สะดวกในการปฏิบัติเท่านั้น
       
ด้านพระราชพิศาลสุธี เจ้าคณะจังหวัดชุมพร ฝ่ายธรรมยุต กล่าวว่า หลังทราบเรื่อง ได้แจ้งให้พระครูเมตตาธรรมจารี เจ้าอาวาสวัดนาสัก ในฐานะเจ้าคณะอำเภอสวีทราบแล้ว และขอให้ตรวจสอบรายงานละเอียดว่า สาเหตุใดจึงเกิดเรื่องเช่นนี้ขึ้น แต่อย่างไรก็ตามอาตมายังมองว่าเรื่องดังกล่าว เป็นการกล่าวหาบุคคล ถึงแม้วัดจะมีส่วนเข้าไปเกี่ยวข้องบ้างแต่ไม่ใช่เรื่องหลัก เรื่องใดที่เป็นเรื่องของบุคคลทางสงฆ์คงไม่สามารถเข้าไปเกี่ยวข้องได้ แต่ถ้าเรื่องใดเกี่ยวข้องกับวัด วัดก็ต้องชี้แจงต่อสาธารณชนและสังคมให้ทราบว่าเกิดอะไรขึ้น เรื่องนี้ไม่ได้เกี่ยวข้องกับพระสงฆ์ พระสงฆ์ไม่ได้เป็นผู้ถูกกล่าวหา จะแต่งตั้งคณะสงฆ์เพื่อสอบอธิกรณ์ตามหลัก นิคคหกรรม หรือการตำหนิ ตามพระธรรมวินัย จึงทำไม่ได้
       
พระราชพิศาลสุธี กล่าวต่อว่า กรณีของแม่ชีเชอรี่ ขับรถหรูใช้ของของราคาแพง ตามที่ถูกกล่าวหา วัดก็ต้องพิจารณาดูว่ามีความเหมาะสมหรือไม่อย่างไรสำหรับแม่ชี ที่ผ่านมาได้ทราบเรื่องความสัมพันธ์ระหว่างวัดกับชุมชน เช่นเดียวกันและได้แสดงความเป็นห่วงไปแล้วว่า วัดต้องมีความสัมพันธ์กับชุมชน ปัจจุบันยุคสมัยเปลี่ยนไป ผู้คนที่เดินทางมาทำบุญกับวัดจะมาจากทั่วสารทิศ เพราะการสื่อสารรวดเร็ว แต่ความสัมพันธ์กับชุมชนรอบวัดก็ต้องคงไว้
       
ต่อมาช่วงบ่ายวันเดียวกัน ผู้สื่อข่าวได้เดินทางไปตรวจสอบที่วัดถ้ำขวัญเมือง ตั้งอยู่เลขที่ 130/2 หมู่ 4 ต.นาโพธิ์ อ.สวี จ.ชุมพร อยู่ห่างจากถนนเอเชีย 41 ประมาณ 500 เมตร ปรากฏว่าเป็นวัดที่ตั้งอยู่บนเนื้อที่เกือบ 100 ไร่ มีอาคารก่อสร้างรูปทรงทันสมัยโอ่อ่าทั้งที่กำลังก่อสร้างและก่อสร้างเสร็จแล้วจำนวนหลายหลังมีมูลค่านับร้อยล้านบาท ซึ่งไม่เหมือนวัดสายธรรมยุตเหมือนวัดอื่นทั่วๆไปที่เน้นการปฏิบัติธรรม โดยบรรยากาศภายในวัดเป็นไปด้วยความเงียบเหงาไม่มีผู้คนเข้าออกแต่อย่างใด มีเพียงพระสงฆ์ และแม่ชี จำนวนหนึ่ง ได้ทำกิจวัตรประจำวันอยู่เท่านั้น
       
ผู้สื่อข่าวได้ตรวจสอบรอบๆบริเวณวัดและตามกุฏิของพระสงฆ์และแม่ชี แต่ก็ไม่พบมีรถยนต์หรูของแม่ชีเชอรี่ ตามที่เป็นภาพปรากฏตามสื่อโซเชียลแต่อย่างใด เมื่อผู้สื่อข่าวได้สอบถามถึงกรณีของแม่ชีเชอรี่ ทั้งพระสงฆ์และแม่ชี ต่างปฏิเสธที่จะให้ข้อมูล โดยอ้างว่า พระครูสุธรรมวีราจารย์ เจ้าอาวาส และแม่ชีเชอรี่ พร้อมพระสงฆ์จำนวนหนึ่งได้รับการนิมนต์ไปทำกิจทางศาสนาที่กรุงเทพมหานคร 3 วันแล้ว
       
ผู้สื่อข่าวได้รับการเปิดเผยจากพระลูกวัดรูปหนึ่ง ว่า แม่ชีเชอรี่เป็นคนพื้นเพอยู่ในตลาดอำเภอสวี จ.ชุมพร เป็นตระกูลคนมีฐานะขั้นเศรษฐี มีญาติพี่น้องเป็นบุคคลมีชื่อเสียงอยู่ระดับผู้บริหารในหน่วยงานราชการ รัฐวิสาหกิจ และได้บวชเป็นแม่ชีอยู่ที่วัดถ้ำขวัญเมืองมานานกว่า 10 ปีแล้ว เป็นที่ไว้วางใจของเจ้าอาวาสอย่างมาก โดยมอบหมายให้บริหารงานจัดการเรื่องต่างๆ ภายในวัดแต่เพียงผู้เดียว
       
พระลูกวัดรูปดังกล่าวบอกอีกว่า แม่ชีเชอรี่ ก่อนจะมาบวชชีเคยอยู่ประเทศอเมริกามานานหลายปี ปัจจุบันมีผู้นับถือจำนวนมาก ส่วนกระเป๋าแบรนด์เนมใบละนับแสนบาท กับรถยนต์หรูราคาหลายล้านบาทนั้น ตอนนี้มีอยู่ 2 คัน คือ รถเบนซ์ และรถปอร์เช่ เท่าที่ทราบเป็นรถยนต์ที่ลูกศิษย์ลูกหาซึ่งส่วนใหญ่เป็นเจ้าของบริษัท เจ้าของกิจการ จัดถวายให้ท่านไว้ใช้เป็นการส่วนตัวเท่านั้น แต่อย่างไรก็ตามสำหรับพฤติกรรมดังกล่าวนั้น ทั้งพระสงฆ์และแม่ชีภายในวัดรวมทั้งชาวบ้านในชุมชน ได้วิพากษ์วิจารณ์กันมานานแล้ว แต่ไม่มีใครกล้าพูดเท่านั้นเอง

 

 

ที่มา : ผู้จัดการ
27 มิถุนายน 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264