จับเงา !

 

สำนักพุทธฯรับลูก คสช.

ตั้งศูนย์รับเรื่องร้องเรียนพระสงฆ์ออนไลน์

หวังแก้ปัญหาพระศาสนาแบบเด็ดขาด

 

 

 

หุหุ ก็คงสมใจบิ๊กตู่แน่แท้ ที่ต้องการใช้ความเด็ดขาดแก้ปัญหาทุกอย่างของประเทศไทย แม้แต่ปัญหาที่ "ยืด" และ "เหนียว" สุดๆ ก็จะกระชากให้ขาด ด้วยการสั่งการผ่านสำนักพุทธฯ ซึ่งก็ไม่มีอำนาจอะไรในประเทศไทยใบนี้เลย นอกจากจะทำตัวเป็นนกสองหัว เดี๋ยวสนองงานมหาเถรสมาคม เดี๋ยวสนองงานการเมืองจากรัฐบาล เลี้ยงตัวเองอยู่ระหว่างสองขั้วอำนาจ ถ้าสามารถทำงานศาสนาได้ดังที่ คสช. หวัง ก็คงเป็นสิ่งมหัศจรรย์ของโลกเป็นแน่แท้ มันก็คงทำนอง "ให้การเมืองแก้การเมือง" ซึ่งทหารไม่เคยเชื่อ จึงลงมือทำการปฏิวัติ แต่พอปฏิวัติเสร็จก็ทำอะไรไม่เป็น ต้องใช้กลไกทางการเมืองให้ช่วยแก้ปัญหาให้ ระวังให้ดีเด้อ จะโดนนักการเมืองในคราบนักการศาสนาหลอกเอา เชื่อไม่เชื่อก็ตามใจ

 

 

 

 

 

นพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์

ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ

 

 

 

 

พศ.สนอง 'ประยุทธ์' เปิดฮอตไลน์ 24 ชม. แจ้งปัญหาพระนอกรีต ศน. เล็งร่วม ม.สงฆ์ คัดเลือกพระปฎิบัติดีมอบศึกษา 400 ทุน สมเด็จพระพุทธชินวงศ์หนุนใช้มติศาสนาสร้างปรองดอง

 

เมื่อวันที่ 17 มิถุนายน นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า จากกรณีที่ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา ผู้บัญชาการทหารบก (ผบ.ทบ.) ในฐานะหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) มอบหมายให้ พศ. แก้ไขปัญหาสังคมที่อ่อนแอ โดยเฉพาะเรื่องพระภิกษุที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม รวมทั้งให้แต่งตั้งคณะกรรมการขึ้นมาแก้ไขปัญหาดังกล่าวอย่างจริงจัง ทั้งนี้ในส่วนของ พศ.ได้ดำเนินการเรื่องดังกล่าวมาระยะหนึ่งแล้ว แต่เพื่อให้เกิดเป็นรูปธรรมชัดเจนในวันที่ 20 มิถุนายนนี้ พศ.จะเปิดศูนย์ฮอตไลน์แจ้งภัยทางพระพุทธศาสนาหมายเลข 0-2441-6400 กด 2  ซึ่งศูนย์ดังกล่าวจะทำหน้าที่รับเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพระสงฆ์ที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม เพราะที่ผ่านมามีเรื่องร้องเรียนและภาพที่ไม่เหมาะสมเกี่ยวกับพระสงฆ์ปรากฏตามโซเซียลมีเดียจำนวนมาก แต่ปัญหาที่ผ่านมา พศ. และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมถึงเจ้าคณะปกครอง รับทราบปัญหาและเบาะแสช้า ที่ผ่านมาส่วนใหญ่ปรากฏตามสื่อต่างๆ ก่อนจึงแจ้ง พศ.

 

นายนพรัตน์ กล่าวต่อว่า การเปิดศูนย์ฮอตไลน์ จึงเป็นการเปิดช่องทางให้ประชาชนหรือผู้ที่พบเห็นพฤติกรรมของพระสงฆ์สามารถแจ้งมายังศูนย์ เพื่อให้ดำเนินการแก้ไขปัญหาได้อย่างทันท่วงที อยากจะฝากไปยังประชาชนทุกคนว่าถ้าพบเห็นพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมของพระสงฆ์ ขอให้แจ้งมายังศูนย์ฯทันที อย่ามองข้ามเพราะอาจจะเป็นปัญหาใหญ่ในอนาคต หลังจากที่ได้รับเรื่องร้องเรียนมาแล้วจะประสานเจ้าคณะปกครอง สำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง ตรวจสอบข้อมูลข้อเท็จจริง เพื่อดำเนินการป้องกันและแก้ไขปัญหาให้ทันท่วงที โดยศูนย์ฯ จะเปิดรับเรื่องร้องเรียนตลอด 24 ชั่วโมง มีศูนย์กลางอยู่ที่ พศ.และจะเชื่อมโยงข้อมูลไปยัง พศจ.ทั่วประเทศ

 

พศ.จะประสานกับกระทรวงมหาดไทย (มท.) กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร (ไอซีที) สำนักงานตำรวจแห่งชาติ (สตช.) กระทรวงยุติธรรม (ยธ.) และกระทรวงการต่างประเทศ (กต.) โดยจัดตั้งเป็นคณะทำงาน อย่างไรก็ตามได้สั่งการให้รวบรวมข้อมูลที่ได้รับร้องเรียนมายังศูนย์ฮอตไลน์เป็นประจำทุกเดือน เพื่อให้ พศ.รับทราบปัญหาและส่งเรื่องไปให้เจ้าคณะปกครองในพื้นที่รับผิดชอบให้เร่งแก้ปัญหาและลงโทษหากพบว่าทำผิดจริงที่สำคัญหากเจ้าคณะปกครองพื้นที่ใดละเลยหรือไม่แก้ไขปัญหา ก็จะสามารถตรวจสอบได้จากจำนวนเรื่องที่ร้องเรียนในแต่ละเดือน นายนพรัตน์ กล่าว

 

ผู้อำนวยการ พศ. กล่าวว่า นอกจากนี้ตนยังได้เสนอต่อที่ประชุม คสช.เร่งผลักดัน พ.ร.บ.อุปถัมภ์และคุ้มครองพระพุทธศาสนา เนื่องจาก พ.ร.บ.ฉบับดังกล่าวล่าช้ามานานและยังไม่มีความชัดเจนเกี่ยวกับบทลงโทษพระภิกษุที่มีพฤติกรรมไม่เหมาะสม ถึงแม้ว่า พ.ร.บ.คณะสงฆ์จะกำหนดให้เจ้าคณะปกครองเป็นผู้มีอำนาจตามกฎหมาย อย่างไรก็ตามที่ประชุม คสช. ก็ได้เห็นชอบตามข้อเสนอของ พศ. แต่คาดว่าภายในเร็วๆ นี้ตนจะจัดทำรายละเอียดเสนอให้ คสช.เห็นชอบ ผ่าน พล.ต.อ.อดุลย์ แสงสิงแก้ว รองหัวหน้า คสช. ในฐานะเป็นหัวหน้าฝ่ายกิจการพิเศษที่กำกับดูแล พศ.

 

ด้านนายกฤษศญพงษ์ ศิริ อธิบดีกรมการศาสนา (ศน.) กล่าวว่า เรื่องดังกล่าวเป็นหน้าที่ของ มส.และพศ.ในการดูแลควบคุมพฤติกรรมของพระสงฆ์ แต่ในส่วนของ ศน.จะทำหน้าที่สนับสนุนภารกิจงานเผยแพร่พระพุทธศาสนาของพระสงฆ์มากกว่า เช่น กิจกรรมลานธรรม ศูนย์ส่งเสริมพระพุทธศาสนาวันอาทิตย์ กิจกรรมวันสำคัญต่างๆ เป็นต้น พร้อมส่งเสริมบทบาทพระสงฆ์ที่ปฎิบัติดีปฎิบัติชอบ เพื่อให้เป็นแบบอย่างต่อพระสงฆ์บวชใหม่ ซึ่งจะทำให้ชาวพุทธได้เห็นเรื่องราวดีๆของพระสงฆ์มากขึ้น นอกจากนี้ ศน.จะร่วมกับมหาวิทยาลัยมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย (มจร.) และมหาวิทยาลัยมหามกุฎราชวิทยาลัย (มมร.) คัดเลือกพระสงฆ์ที่ปฎิบัติดีเพื่อให้ทุนการศึกษาจำนวน 400 ทุนด้วย

 

 

 

 

สมเด็จพระพุทธชินวงศ์หนุนใช้มติศาสนาสร้างปรองดอง

 

 

นายกฤษศญพงษ์ เปิดเผยด้วยว่า เมื่อเร็วๆ นี้ ตนพร้อมด้วย พล.ท.สุรเชษฐ์ ชัยวงศ์ รองหัวหน้าฝ่ายสังคมจิตวิทยา คณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) เห็นถึงความสำคัญในบทบาทของคณะสงฆ์ในการช่วยสร้างความปรองดอง จึงได้เดินทางเข้ากราบนมัสการและถวายรายงานการสร้างความปรองดองสมานฉันท์ของชนในชาติ โดยใช้แนวทางพระพุทธศาสนา ภายใต้แนวทางการบริหารราชการแผ่นดินของคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ต่อสมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม) กรรมการมหาเถรสมาคม (มส.) และเจ้าคณะใหญ่หนกลาง ที่วัดพิชยญาติการาม

 

ทั้งนี้ ที่ประชุมคณะสงฆ์หนกลางซึ่งมีสมเด็จพระพุทธชินวงศ์เป็นประธาน ได้รับทราบสถานการณ์และความจำเป็นการเข้ามาบริหารราชการแผ่นดิน ของ คสช. และแผนงานการดำเนินงานในระยะต่างๆ โดยเฉพาะเรื่องเร่งด่วนที่ต้องการให้สังคมมีความสงบสุขมีความปรองดองสมานฉันท์ของคนในสังคม

 

นายกฤษศญพงษ์ กล่าวว่า ที่ประชุมได้อนุโมทนาและเห็นด้วยกับการแก้ไขปัญหาความขัดแย้งของประเทศ และมีนโยบายส่งเสริมเกี่ยวกับการใช้ศาสนามาช่วยสร้างความปรองดอง ที่สำคัญที่ประชุมเห็นว่าแนวนโยบายดังกล่าวสอดคล้องกับภาระหน้าที่ของศาสนา ที่มุ่งเน้นสอนให้คนเป็นคนดีมีศีลธรรม มีความรักความเมตตาและพระพุทธศาสนาเป็นศูนย์รวมทางจิตใจที่ทุกคนสามารถเข้าถึงได้ ทั้งนี้คณะสงฆ์ พร้อมให้ความร่วมมือในการขับเคลื่อนแผนงานโครงการและกิจกรรมในมิติทางพระพุทธศาสนา เพื่อให้ประชาชนเกิดความรักความสามัคคีให้เป็นรูปธรรม

 

 

 

 

ข่าว : คมชัดลึก
18 มิถุนายน 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264