ถ่อสังขาร !

 

 

หลวงตาจรัญ วัดอัมพวัน วัย 85 ปี เดินทางจากสิงห์บุรีไปวัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ รับตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 จ่อเลื่อนเป็นรองสมเด็จฯ ปลายปีนี้

 

 

 

 

 

 

อา..กิเลสตัณหานั้นมันไม่เข้าใครออกใคร ขนาดระดับ "พระอริยะ" ของประเทศไทย สอนวิปัสสนากรรมฐาน นำคนไปสวรรค์นิพพาน จนมีชื่อเสียงเกรียงไกร ได้รับรางวัลสำนักปฏิบัติธรรมดีเด่น อันดับ 1 ของประเทศ มีลูกศิษย์ตั้งแต่ระดับอนุบาลยันศาสตราจารย์ด๊อกเตอร์ แต่สุดท้ายก็มาตายกับ "ยศถาบรรดาศักดิ์" ซึ่งเป็น "กิเลสชั้นสูง" ของนักบวช เห็นแล้วก็น่าสงสาร ออกเหรียญออกพระมาเป็นร้อยๆ รุ่น นึกว่าหลวงพ่อไปไกลถึงประตูเมืองพระนิพพานแล้ว ที่ไหนได้ ไปได้แค่ "วัดปากน้ำ" ตรงภาษีเจริญนี่เอง อยากเป็นรองสมเด็จฯ เพราะตำแหน่ง "ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด" มันยังไม่สูงพอที่จะขอรองสมเด็จฯให้ ดังนั้น จึงต้องอัพเกรดเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค

 

 

 

 

หยุดจริงหรือเปล่า

 

 

 

 

ถ้าหยุดจริง ไปรับทำไมตำแหน่งแค่นี้ ?

 

 

 

ตัวอย่างแห่งการ "ครองตัว-ครองธรรม-ครองความดี" ของอารยชนทั้งในทางโลกและทางธรรม ไม่ปฏิเสธทางโลก และไม่ล้ำเส้นออกนอกทางธรรม อยู่ก็งาม จากไปแล้วก็ยังเป็นแบบอย่างที่ควรแก่การสรรเสริญตลอดกาล

 

 

 

 

 

แต่ภาพเหล่านี้

เห็นแล้วก็เพลียหัวใจ

 

 

 

 

 

 

 

หลวงพ่อจรัญนั้น เคยดำรงตำแหน่ง "เจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี" มีสมณศักดิ์เป็น "พระธรรมสิงหบุราจารย" และเกษียนจากตำแหน่งเมื่ออายุได้ 80 ปี ได้รับการยกขึ้นเป็น "ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี" ซึ่งก็ดูแปลกแล้ว เพราะตำแหน่ง "ที่ปรึกษา" นั้น มันไม่มีความหมายอะไร ในเวลาตาย น่าจะตายในตำแหน่ง "อดีตเจ้าคณะจังหวัด" ก็กลับเป็น "อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด" ซึ่งเรื่องนี้มหาเถรสมาคมทำเสียหายมาก ความจริงก็หวังดี อยากจะให้ที่ปรึกษาเป็นตำแหน่งที่อยู่ในสารบบ มิใช่เป็นที่ปรึกษาส่วนตัวเหมือนแต่ก่อน จึงออกมติมหาเถรสมาคมและตราตั้งรองรับ แต่ครั้นตั้งแล้ว ตัวตำแหน่งที่ปรึกษามันไม่มีค่าอะไร แม้จะสามารถเลื่อนยศเพื่อปูนบำเหน็จขึ้นไปได้อีก แต่ยศที่ไม่มี "ตำแหน่งที่มีอำนาจ" รองรับนั้นมันก็ไม่ได้เท่ห์อะไรอยู่แล้ว ถ้าเลือกระหว่าง "ยศ" กับ "ตำแหน่งที่มีอำนาจ" ก็เชื่อว่าพระไทยจะเลือก "ตำแหน่งที่มีอำนาจ" มากกว่า เพราะถ้ามีอำนาจก็สามารถเลื่อนยศ แต่ถ้าไม่มีอำนาจ ถึงมียศก็ไร้ความหมาย ดังนั้น การที่มหาเถรสมาคม ออกมติรับรองตำแหน่ง "ที่ปรึกษา" ให้แก่อดีตเจ้าคณะผู้ปกครองนั้น ถือว่าเป็นการทำลายเกียรติยศของพระสังฆาธิการทั่วประเทศ ในวันตาย น่าจะตายในตำแหน่ง "อดีตเจ้าคณะจังหวัด-อดีตเจ้าคณะภาค" เป็นต้น กลับกลายเป็น "อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัด-อดีตที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค" ลองถามดูสิว่า ระหว่าง "อดีตเจ้าคณะ" กับ "อดีตที่ปรึกษา" สมเด็จวัดปากน้ำท่านอยากเป็นอะไร ?

 

 

กรณีของหลวงพ่อจรัญนั้น ความจริงแล้วท่านมีดีอยู่มากมาย สามารถอยู่แบบมีเกียรติยศสูงส่งระดับ "สมเด็จฯ" ได้สบาย ในตำแหน่ง "พระสุปฏิปันโน" ดังเช่นภาพนี้

 

 

 


 

 

 

นั่งกับพื้นยังสง่างามกว่านั่งบนเก้าอี้หลุยส์

 

 

ภาพ สมเด็จพระพุทธชินวงศ์ (สมศักดิ์ อุปสโม ป.ธ.9 Ph.D.) วัดพิชยญาติการาม เจ้าคณะใหญ่หนกลาง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้มีอำนาจสูงสุดในสายการปกครองของคณะสงฆ์ไทย เดินทางไปกราบคารวะหลวงพ่อจรัญ ที่วัดอัมพวัน จังหวัดสิงห์บุรี เพื่อขอสร้างวัตถุมงคลรุ่น "พรหมบันดาล" นำเงินไปใช้ในกิจการเผยแผ่กรรมฐาน ลูกศิษย์ได้เห็นก็เป็นปลื้มว่า "คุณธรรมและบารมีของหลวงพ่อจรัญสูงส่งกว่าสมเด็จพระราชาคณะ สมเด็จฯจึงต้องมาขอความเมตตาพึ่งพาบารมี ขนาดสมเด็จฯยังมากราบหลวงพ่อ แล้วพวกเราจะไม่กราบได้อย่างไร ต้องชวนคนไปกราบเพิ่ม"

 

ประชาชนคนไทย รวมทั้งพระสงฆ์ไทย หรือแม้แต่พระมหากษัตริย์ไทย ต่างให้ความเคารพยกย่อง "พระสายปฏิบัติ" มากกว่าสายบ้านหรือสายปกครอง ดังกรณี "สมเด็จพระพุทธชินวงศ์" เดินทางไปกราบหลวงพ่อจรัญ นั่นแสดงว่า ศีลาธิคุณขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า ย่อมอยู่เหนือกว่าอำนาจใดๆ ในโลก แต่พระสุปฏิปันโน "โลเล" เช่นหลวงพ่อจรัญ กลับทำให้คนไทยเห็นว่า "ถึงจะมีศีลาธิคุณ สมาธิคุณ ปัญญาธิคุณ สูงส่งเพียงใด ก็หาสูงเท่ากับยศถาบรรดาศักดิ์และตำแหน่งจากมือของพระในสายปกครองไม่" จึงสู้อุตส่าห์ "ถ่อสังขาร" เดินทางไปรับตำแหน่งสุดท้ายในบั้นปลายของชีวิต ถึงวัดปากน้ำภาษีเจริญ แหมถ้าได้เป็น "ปฏิบัติหน้าที่สังฆราช" มันก็พอฟัง แต่นี่เป็นแค่ "ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค" เพื่อจะขอเลื่อนเป็น "รองสมเด็จฯ" ถามว่ามันคุ้มค่าอะไร วัย 85 ปี ท่านจะมีคำปรึกษาให้แก่ใครได้อีก แค่ดูแลตัวเองก็ยังไม่ไหวแล้ว ดูไปเหมือนไม่เจียมสังขาร คงจะเป็นดังสมเด็จเกี่ยวพูดไว้นั้นแหละว่า "ไม่น่ามาเสียคนตอนแก่เลย" หมดกันแล้วหลวงตา สู้อุตส่าห์บำเพ็ญเพียรมาชั่วชีวิต สุดท้ายก็มาติด แค่..รองสมเด็จฯ ถ้าได้เป็นแล้ว อย่าลืมปิดวัดอัมพวันฉลองซัก 7 วัน 7 คืนนะ เอาให้พระครูบ้านนอกอายม้วนไปเลย โมทนาสาธุ !

 

 

 

 

 

 

ผ่าน "ญาณ 16" ต่ยังไม่ผ่าน "รองสมเด็จ"

แต่สายนี้มันยาว ก็เลยต้องเข้าคิวดังที่เห็นนี่แหละ

 

 

 

 

 

ได้เป็นแล้วก็ต้องไปนั่งต่อคิว "เจ้าคุณเหนาะ" พระรุ่นลูกอีก

เฮ้อ ยานโตงเตงเลย !

 

 

 


 

 

"รู้จักพอ ไม่อัปยศ รู้จักหยุด ไม่พินาศ"

 

หลวงตาจรัญท่านคงลืมสุภาษิตบทนี้ไปแล้ว ถึงได้ถ่อสังขารไปนั่งเป็น "บริวาร" ของสายปกครอง ทั้งๆ ที่ตัวเองเป็นถึงระดับ "หัวหน้า" ของสายปฏิบัติ แบบว่าเป็นหัวอยู่ดีๆ ไม่ว่าดี ดันไปเข้าคิวเป็นหางให้คนอื่น เฮ้อ เสียหายสายปฏิบัติหมด พูดแบบภาษาชาวบ้านว่า "ไม่รู้จะเอาหน้าไปไว้ไหน"

 

 

 

 

 

 

 

พิธีมอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสพระอารามหลวง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ณ พระอุโบสถวัดปากน้ำ เขตภาษีเจริญ กรุงเทพมหานคร

 

เมื่อวันที่ 17 กรกฎาคม 2557 เวลา 14.00 น. สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เป็นประธานฝ่ายสงฆ์ในพิธีมอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสพระอารามหลวง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง  โดยมี นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ เป็นประธานฝ่ายฆราวาส

ต่อมา นายสมเกียรติ ธงศรี ผู้อำนวยการสำนักเลขาธิการมหาเถรสมาคม กล่าวถวายรายงาน พอสังเขปดังนี้ ด้วยพระสังฆาธิการ และพระภิกษุที่ได้รับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ให้ดำรงตำแหน่งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 จำนวน 1 รูป เจ้าคณะจังหวัด 1 รูป รองเจ้าคณะจังหวัด 3 รูป เจ้าอาวาสพระอารามหลวง 1 รูป และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง 12 รูป รวม 18 รูป ซึ่งเจ้าประคุณสมเด็จฯ ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ได้กำหนดวันประกอบพิธีมอบพระบัญชาดังกล่าว ณ พระอุโบสถวัดปากน้ำ ในวันนี้ นับเป็นความเมตตา เป็นขวัญ และกำลังใจอย่างสูงยิ่งแก่พระสังฆาธิการ และพระภิกษุที่ได้รับพระบัญชาในครั้งนี้

บัดนี้ พระสังฆาธิการและพระภิกษุที่ได้รับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช ทั้ง 18 รูป ได้พร้อมกัน ณ พระอุโบสถแล้ว เกล้ากระผม ขอประทานอนุญาตให้ นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อ่านพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสพระอารามหลวง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง จบแล้ว ขอกราบอาราธนาเจ้าประคุณสมเด็จฯ โปรดมอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชแก่พระสังฆาธิการและพระภิกษุที่เข้ารับตามลำดับ ต่อจากนั้น ขอได้โปรดเมตตาประทานโอวาท เพื่อเป็นแนวปฏิบัติและเพื่อความเป็นสิริมงคลสืบไป

จากนั้น นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ อ่านพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสพระอารามหลวง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ตามลำดับดังนี้

1. พระธรรมสิงหบุราจารย์ ฉายา ฐิตธมฺโม อายุ 85 พรรษา 66 วัดอัมพวัน อำเภอพรหมบุรี จังหวัดสิงห์บุรี ที่ปรึกษาเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี ดำรงตำแหน่ง ที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3
2. พระครูวิสุทธิปัญญากร ฉายา ปญฺญาสาโร วัดท่าไม้เหนือ อำเภอพิชัย จังหวัดอุตรดิตถ์ รองเจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์ ดำรงตำแหน่ง เจ้าคณะจังหวัดอุตรดิตถ์
3. พระวิมลสุตาภรณ์ ฉายา สุธีโร วัดพิกุลทอง อำเภอท่าช้าง จังหวัดสิงห์บุรี เจ้าคณะอำเภอค่ายบางระจัน ดำรงตำแหน่ง รองเจ้าคณะจังหวัดสิงห์บุรี
4.พระครูปริยัติวราภรณ์ ฉายา สิริธโร วัดธัญญวารี อำเภอดอนเจดีย์ จังหวัดสุพรรณบุรี เจ้าคณะอำเภอดอนเจดีย์ ดำรงตำแหน่ง รองเจ้าคณะจังหวัดสุพรรณบุรี
5. พระครูพิมลธรรมนิเทศ ฉายา ติกฺขวีโร วัดทุ่ง อำเภออากาศอำนวย จังหวัดสกลนคร เจ้าคณะอำเภอพรรณานิคม ดำรงตำแหน่ง รองเจ้าคณะจังหวัดสกลนคร
6. พระครูศรีปริยัตยาลังการ ฉายา อาจารสุโภ วัดแจ้งแสงอรุณ อำเภอเมืองสกลนคร จังหวัดสกลนคร เจ้าคณะอำเภอกุสุมาลย์ ดำรงตำแหน่ง เจ้าอาวาสวัดแจ้งแสงอรุณ
7. พระมหาปกรณ์ ฉายา ฐานุตฺตโม วัดพนัญเชิง ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพนัญเชิง อำเภอพระนครศรีอยุธยา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา
8. พระมหาสุข ฉายา สุมงฺคโล วัดมณีสถิตกปิฏฐาราม ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดมณีสถิตกปิฏฐาราม อำเภอเมืองอุทัยธานี จังหวัดอุทัยธานี
9. พระมหาประสพ ฉายา สิริมงฺคโล วัดโปรดเกศเชษฐาราม ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโปรดเกศเชษฐาราม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
10. พระมหาบรรพต ฉายา ปญฺญาวุฑฺโฒ วัดโปรดเกศเชษฐาราม ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโปรดเกศเชษฐาราม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
11. พระมหาธัมมชาติ ฉายา สุเมโธ วัดโปรดเกศเชษฐาราม ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโปรดเกศเชษฐาราม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
12. พระครูสมุห์ ธีรเชษฐ์ ฉายา ฐานวโร วัดโปรดเกศเชษฐาราม ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดโปรดเกศเชษฐาราม อำเภอพระประแดง จังหวัดสมุทรปราการ
13. พระครูปลัด ณรงค์ ฉายา ฐิตวฑฺฒโน วัดเจ็ดยอด ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดเจ็ดยอด อำเภอเมืองเชียงใหม่ จังหวัดเชียงใหม่
14. พระสมุห์ เสาร์คำ ฉายา สุภภาโส วัดศรีโสดา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา จังหวัดเชียงใหม่
15. พระปลัด สมชาติ ฉายา สิริชาโต วัดศรีโสดา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา จังหวัดเชียงใหม่
16. พระมหาอังคาร ฉายา ญาณเมธี วัดศรีโสดา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา จังหวัดเชียงใหม่
17. พระครูปลัด โอรส ฉายา วชิรเมธี วัดศรีโสดา ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดศรีโสดา จังหวัดเชียงใหม่
18. พระครูวิจิตรสรคุณ ฉายา ธมฺมถาวโร วัดพระบาทมิ่งเมือง ดำรงตำแหน่ง ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดพระบาทมิ่งเมือง อำเภอเมืองแพร่ จังหวัดแพร่

ในการนี้ สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช มอบพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราช แต่งตั้งที่ปรึกษาเจ้าคณะภาค 3 เจ้าคณะจังหวัด รองเจ้าคณะจังหวัด เจ้าอาวาสพระอารามหลวง และผู้ช่วยเจ้าอาวาสพระอารามหลวง ตามลำดับ และกล่าวประทานโอวาท พอสังเขปดังนี้ ขอฝากธรรมะแก่ผู้เข้ารับพระบัญชาสมเด็จพระสังฆราชเพื่อเป็นแนวทางแห่งการปฏิบัติ ได้แก่

 

1.สีลสามัญญตา  ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยศีล คือ ความเป็นผู้มีศีลเรียบร้อย เป็นผู้มีปกติประพฤติปฏิบัติตนให้สง่างาม

2.ทิฏฐิสามัญญตา ความเป็นผู้ถึงพร้อมด้วยเห็น คือ ความเป็นผู้มีความเห็นร่วมกัน

3.จงรักษาความสามัคคี อันว่าความสามัคคีนั้น เป็นประการสำคัญของมนุษย์เรา ไม่ว่าชุมชนวัด หรือชุมชนบ้าน ถ้าชุมชนใด มีความสามัคคี ชุมชนนั้น ก็ย่อมมีความสุข ในหน่วยงานข้าราชการก็เช่นเดียวกัน หน่วยงานข้าราชการใด มีความสามัคคีกัน ให้ความเคารพนับถือกัน รักกัน หน่วยงานข้าราชการนั้น ก็ย่อมมีความร่มเย็นเป็นสุข

 

พระสงฆ์อนุโมทนา เป็นอันเสร็จพิธี
 

 

 

 

ที่มา : สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ
19
กรกฎาคม 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264