เกรียน !

 

มหาไพรวัลย์-สำนักพุทธฯเชียงใหม่

ดาหน้าออกมาต้านส้วมพระพุทธเจ้าวัดพระบาทยั้งหวีด

 

 

เฮ้อหนอ..พวกโง่แต่อวดฉลาด สมัยนี้มันเยอะเต็มบ้านเต็มเมืองไปหมด แต่เต็มอย่างไรก็ไม่น่าหนักใจเท่ากับคนที่มีตำแหน่งเป็นถึง "ผอ.สำนักพุทธฯจังหวัดเชียงใหม่" กลับโง่ ไม่รู้กำพืดบรรพบุรุษของตนเอง แยกไม่ออกแม้กระทั่งคำว่า "ตำนาน" กับ "พระไตรปิฎก" เลยเอาพระไตรปิฎกไปทับกับตำนาน แบบว่า เขาว่า "กบ" แต่ตัวเองเห็นเป็น "อึ่งอ่าง" เขาว่า "ควาย" แต่ตัวเองเห็นเป็น "วัว" อีหรอบนี้แหละ และคงไม่รู้จัก "ตำนานพระเจ้าเลียบโลก" ซึ่งนักปราชญ์แต่โบราณของอีสานและลานนาท่านสร้างขึ้นไว้ เพื่อสืบสานอายุพระพุทธศาสนา เมื่อพระพุทธศาสนาแผ่ไปถึงแดนดินถิ่นใด มีการสร้างศาสนสถานสำคัญขึ้น ก็จึงได้แต่งตำนานผ่าน "พุทธพยากรณ์" ว่า "พระพุทธเจ้า หมายถึงพระพุทธศาสนา ได้เสด็จมาถึงดินแดนแถบนี้" ตำนานพวกนี้มีมาตั้งแต่ครั้งโบราณกาลนับพันปี ทั้งที่ ศรีลังกา พม่า ลาว ไทย ไปจนถึงกัมพูชา สุดขอบทะเลโน่น แม้แต่ "มหาวงศ์พงศาวดารศรีลังกา" ซึ่งปัจจุบันสากลถือว่าเป็น "หนังสือประวัติศาสตร์" ก็เริ่มต้นจาก "ตำนาน" ถ้าเอาพุทธประวัติในพระไตรปิฎกหรืออรรถกถามาจับ มันก็เป็นของปลอมทั้งหมด ตั้งแต่ รอยพระพุทธบาทบนเขาสุมนกูฎในศรีลังกา พระมหาเจดีย์ชเวดากองของพม่า หรือแม้แต่พระพุทธบาทจังหวัดสระบุรี นี่คือภูมิปัญญาของชนชาตินั้นๆ ต่างยุคต่างสมัย ไม่รู้จริงแล้วสะเออะแสดงความเห็นงี่เง่าออกมาชี้นำชาวบ้านผ่านสื่อ มหาไพรวัลย์ นั่นก็เหมือนกัน เป็นเณรนาคหลวง เรียนรู้แค่ตำราไม่กี่เล่ม ทำอวดเก่ง อ้าปากอ้างพระไตรปิฎกกับอรรถกถา แถมหยามหมิ่นวัดอื่นๆ ว่าหากินกับสิ่งศักดิ์สิทธิ์ หารู้ไม่ว่าไอ้ที่ตัวเองมีกินอยู่ทุกวันนี้ก็เพราะ "หลวงพ่อเหลือ" วัดสร้อยทอง นั่นมันอยู่ในพระไตรปิฎกเล่มไหน ลองไปถามท่านเจ้าอาวาสดูสิ ทำอย่างนี้เสียชื่อสำนักเรียนบาลีดีเด่นของกรุงเทพฯหมดเลย ถ้าหลวงพ่อเหลือไม่ศักดิ์สิทธิ์ แล้วต่อไปจะเอาข้าวที่ไหนกิน !

 

 

 

 

 

คู่เกรียนตกส้วม

 

ซ้าย : นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.สำนักพุทธฯ จังหวัดเชียงใหม่ ชาวราชบุรี ไปทำงานศาสนาที่เชียงใหม่ ตำแหน่งใหญ่ถึง ผอ.สำนักพุทธประจำจังหวัดเชียงใหม่ แต่ไม่รู้เรื่องเมืองเชียงใหม่ ออกมาให้สัมภาษณ์สะเปะสะปะ หาว่าไม่มีส้วมพระพุทธเจ้าในพุทธประวัติ ทั้งๆ ที่ไม่มีใครอ้างพุทธประวัติเลยซักคน เข้าตำรา "ไปไหนมาสามวาสองศอก" แบบนี้เขาเรียกว่า เข้าเมืองตาหลิ่ว แต่ไม่หลิ่วตาตาม เลยตกส้วมเหม็นทั้งเนื้อทั้งตัว

 

ขวา : พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ ป.ธ.9 (ขณะเป็นสามเณร) วัดสร้อยทอง เขตบางซื่อ กรุงเทพฯ ชาวจังหวัดจันทบุรี รู้ตามหลักสูตรนักธรรมบาลี ก็คิดว่าตัวเองรู้ทุกอย่างในโลกแล้ว แสดงความคิดเห็นเกียวกับตำนานต่างบ้านต่างเมืองเหมือนคนตาบอดคลำช้าง ยิ่งที่อ้างว่า "พระพุทธบาทสระบุรีเป็นของจริง" ก็ยิ่งแสดงให้เห็นถึงภูมิปัญญาว่าล้ำเลิศเพียงใด มหาไพรวัลย์ช่วยอ้างหน่อยสิ ว่ารอยพระพุทธบาทสระบุรีอยู่ในอรรถกถาเล่มใด คิดจะสอนญาติโยมให้ข้ามสมมุติ แต่ตัวเองไม่รู้จักสิ่งสมมุติ เห็นแล้วก็น่าสงสารครูบาอาจารย์ ดีใจที่มันได้เป็น "นาคหลวง" แต่สุดท้ายกลายเป็น "ตลกหลวง"

 

 

 

 

 

ส้วมพระพุทธเจ้า

วัดพระบาทยั้งหวีด อำเภอสันป่าตอง จังหวัดเชียงใหม่

 

 

 

อ้างเป็นส้วมพระพุทธเจ้า-วัดเปิดโชว์ สำนักพุทธรุดดู ชี้เข้าใจไปเอง

ตะลึง "ส้วมพระพุทธเจ้า" วัดที่เชียงใหม่เปิดโชว์ อ้างเป็นสถานที่ทรงพระบังคน หรือ ถ่ายอุจจาระของพระพุทธเจ้า มีตำนานระบุเคยเสด็จมาที่วัด ประทานรอยพระบาท ทรงพระบังคน เป็นที่สักการบูชาของชาวบ้าน ให้ตักดื่มกินได้ เป็นสิริมงคล ผอ.สำนักพุทธฯ เชียงใหม่ ชี้ เจ้าอาวาสเข้าใจผิดไปเอง ส่งเจ้าหน้าที่รุดตรวจสอบและปรับความเข้าใจแล้ว ยืนยันไม่มีในพุทธประวัติ จี้วัดถอดป้ายออก ขณะที่พระมหาไพรวัลย์ พระชื่อดังร่วมยันไม่มี สงสัยแต่งเรื่องขึ้นหวังเชิญชวนคนเข้าวัด

เมื่อวันที่ 15 ก.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งว่าที่
วัดพระบาทยั้งหวีด หมู่ 3 ต.มะขุนหวาน อ.สันป่าตอง จ.เชียงใหม่ นอกจากจะมีรอยพระพุทธบาทให้พุทธศาสนิกชนกราบไหว้ สักการะแล้ว ยังมี "ส้วมพระพุทธเจ้า" สถานที่ทรงพระบังคน หรือสถานที่ขับถ่ายอุจจาระ ของพระพุทธเจ้าอีกด้วย จึงเดินทางไปตรวจสอบที่วัดดังกล่าว พบชาวบ้านกราบไหว้พระพุทธบาท 2 รอย ภายในบริเวณวิหารของวัด และใกล้กันมีหลุมสี่เหลี่ยมมีฝาครอบปิดเปิดได้ มีป้ายเขียนกำกับไว้ว่า สถานที่ถ่ายพระบังคน (ถ่ายอุจจาระ) ของพระพุทธเจ้า

จากการสอบถาม
พระสงกรานต์ จารุวณฺโณ อายุ 37 ปี เจ้าอาวาสวัดพระบาทยั้งหวีด อ้างว่า ตามตำนาน พระพุทธเจ้าได้เสด็จพุทธดำเนินมายังวัดแห่งนี้ แล้วประทานรอยพระบาทไว้ และทรงพระบังคน หรืออุจจาระไว้ด้วย ในขณะนั้นมีพญานาคนามสะสัญชัยผุดออกมาพร้อมบ่อน้ำ ถวายกระบวยทองคำแด่พระพุทธเจ้าสำหรับสรงพระวรกาย ก็มีรูปปั้นพญานาคไว้บริเวณข้างบ่อน้ำศักดิ์สิทธิ์ ในเวลาต่อมา ส่วนพื้นที่ส้วมแม้จะอยู่ในฤดูแล้ง ก็จะมีน้ำไหลอุดมสมบูรณ์ตลอด ในสมัยก่อนหากไม่มีน้ำเพียงพอต่อการทำไร่ทำนา ชาวบ้านก็จะมาขอพรที่ส้วมพระพุทธเจ้าแห่งนี้

ส่วนพระวีระ ปสนฺโน อายุ 63 ปี พระลูกวัด กล่าวว่าวัดพระบาทยั้งหวีดเป็นวัดเก่าแก่ มีพระภิกษุสงฆ์ 2 รูป คือ เจ้าอาวาส และอาตมา แต่แปลกที่ชาวบ้านในละแวกนี้ไม่ค่อยเข้าวัด ก่อนหน้านี้ทางวัดก่อสร้งหอระฆัง หอธรรม และซุ้มประตูวัด โดยเฉพาะหอระฆังใช้งบประมาณ 1,199,999 บาท สร้างไปได้กว่าครึ่งแต่ก็ต้องหยุด เพราะเงินหมด ต้องหาเงินให้ได้ 600,000 บาท เพื่อก่อสร้างหอระฆังให้แล้วเสร็จ ทางวัดไม่รู้จะไปหาเงินที่ไหน

พระวีระกล่าวต่อว่า สำหรับส้วมพระพุทธเจ้านั้น เจ้าอาวาสและคณะกรรมการวัดประชุมปรึกษากัน เพื่อหาจุดเด่นของวัด กระทั่งมาพบว่าที่ในวิหารมีส้วมพระพุทธเจ้า จึงทำป้ายกำกับไว้ ต่อมามีผู้มีจิตศรัทธาจากกรุงเทพฯ มาทำบุญที่วัด ทางเจ้าอาวาสชี้ให้ดูรอยพระพุทธบาท และส้วมพระพุทธเจ้า คณะจากกรุงเทพฯ ถ่ายภาพและนำไปเผยแพร่ทางสังคมออนไลน์ เพื่อเชิญชวนให้พุทธศาสนิกชนมาร่วมทำบุญกับทางวัด

"น้ำในที่ขับพระบังคนของพระพุทธเจ้า ทางวัดอนุญาตให้ประชาชนที่ศรัทธาตักน้ำในส้วมเอาไปดื่มกินได้ ถือว่าเป็นสิริมงคล เพราะน้ำเชื่อมต่อกับบ่อน้ำทิพย์พญานาค อาตมาทดลองดื่มน้ำขับถ่ายพระบังคนของพระพุทธเจ้าแล้ว รู้สึกสดชื่น เหมือนได้บุญ ได้รับพรอันประเสริฐจากพระพุทธเจ้าโดยตรง" พระวีระกล่าวและว่าบริเวณที่ทรงพระบังคนของพระพุทธเจ้า เมื่อก่อนเป็นดิน ทางวัดจึงงตบแต่งภูมิทัศน์ ทำฝาปิดเปิด เขียนป้ายกำกับไว้ให้ทราบว่าเป็นอะไร ประชาชนสามารถตักน้ำไปดื่มได้ ทางวัดไม่ห้าม

จากการสอบถามไปยัง
นายณรงค์ ทรงอารมณ์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.เชียงใหม่ เกี่ยวกับส้วมพระพุทธเจ้าที่วัดพระบาทยั้งหวีด ได้รับคำชี้แจงจากนายณรงค์ว่า เป็นการเข้าใจผิดของเจ้าอาวาสวัด ทางสำนักงานพระพุทธศาสนา จ.เชียงใหม่ จะส่งเจ้าหน้าที่ไปตรวจสอบที่วัด และจะขอพูดคุยกับเจ้าอาวาสวัดอีกครั้ง เพราะเป็นการเข้าใจผิด เนื่องจากเรื่องนี้ไม่มีในพุทธประวัติแต่อย่างใด อยากขอร้องเจ้าอาวาสถอดป้ายออกจากหลุมที่อ้างว่าเป็นส้วมพระพุทธเจ้า และจากการตรวจสอบทราบว่า เจ้าอาวาสไปได้รับข้อมูลผิดๆ มาจากผู้เฒ่าผู้แก่ และทำป้ายมาติดไว้ ซึ่งไม่ถูกต้อง บ่อน้ำทิพย์พญานาค หรือรอยพระพุทธบาท ยังพออนุโลม แต่ส้วมของพระพุทธเจ้านั้น ไม่มีจริงๆ

"ในความ เป็นจริงของคนสมัยโบราณ หากปวดท้องต้องการขับถ่ายก็จะไปในป่า หรือไม่ก็แหล่งน้ำ ไม่มีห้องน้ำ หรือห้องส้วม และจุดที่เจ้าอาวาสบอกว่าเป็นจุดที่ทรงพระบังคนนั้น ก็ไม่ถูกต้อง ไปอยู่ในวิหาร ก็เข้าใจผิดกันเรื่อยมา ทางสำนักพระพุทธศาสนาจะส่งเจ้าหน้าที่ไปพูดคุยอธิบายให้กับเจ้าอาวาสวัด และให้เอาป้ายออก" ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนา จ.เชียงใหม่ กล่าว

พระมหาไพรวัลย์ วรวณฺโณ พระลูกวัดสร้อยทอง กทม. พระสงฆ์หัวก้าวหน้ารุ่นใหม่ชื่อดังในสังคมออนไลน์ ร่วมกล่าวแสดงความเห็นเกี่ยวกับส้วมพระพุทธเจ้าว่า ตามหลักคำสอนของศาสนาพุทธมีเพียงพูดถึงคำว่าส้วม หรือวัจจกุฎี แต่ไม่ได้มีการบัญญัติ หรือพูดถึงสถานที่ขับถ่ายของพระพุทธเจ้า อย่างไรก็ตาม ส้วมไม่ใช่สถานที่ที่ควรแก่การกราบไหว้บูชาแต่อย่างใด อีกทั้งในประเทศไทยก็ไม่เคยปรากฏว่าเคยมีส้วมพระพุทธเจ้า เรื่องที่เกิดขึ้นคิดว่าน่าจะเป็นการแต่งเรื่องขึ้นมาเพื่อเชิญชวนให้พุทธ ศาสนิกชนเข้าวัดมากขึ้นเท่านั้น

พระมหาไพรวัลย์ กล่าวต่อว่า นอกจากนี้ยังไม่มีหลักฐานในอรรถกถาว่า มีรอยพระพุทธบาท หรือพระพุทธเจ้าเสด็จพุทธดำเนินมายังพื้นที่ตรงนั้น
ที่ประเทศไทยมีเพียงแห่งเดียว คือ อ.พระพุทธบาท จ.สระบุรี ที่น่าจะเป็นรอยพระพุทธบาทของพระพุทธเจ้า เรื่องที่เกิดขึ้นสะท้อนให้เห็นว่าพระใช้วัตถุสิ่งของและสิ่งศักดิ์สิทธิ์ดึงดูดคนเข้าหา อีกทั้งบรรดาญาติโยมก็ชอบและเชื่อเรื่องนี้ ทั้งที่เป็นการกระทำที่ผิดวัตถุประสงค์ของหลักศาสนา ไม่ช่วยให้เข้าถึงศาสนาได้อย่างแท้จริง การจะดึงคนเข้าสู่ศาสนาต้องใช้ธรรมะที่เป็นเหตุเป็นผล และไตร่ตรองด้วยสติปัญญาเท่านั้น

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะเดียวกัน พระมหาไพรวัลย์ยังโพสต์ข้อความในเฟซบุ๊กต่อกรณีดังกล่าวด้วย โดยระบุว่า "แค่รอยพระบาทนี่ก็เกลื่อนกลาดพอแล้ว ไม่รู้อันไหนจริงอันไหนปลอม หลอกโยมเขามั่วไปหมด นี่ยังมีส้วมพระพุทธเจ้าอีกเหรอ รู้ดีขนาดนั้นเชียว หรือถ้าบอกว่าของจริงนี่ จะให้พากันไปกราบส้วมใช่ไหม สนุกแหละงานนี้ หลวงพ่อเอ๊ย ปัญญาล้วนล้วน"

 

 

ที่มา : ข่าวสด
16
กรกฎาคม 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264