รูปแรกของไทย !
 

สังฆราชศรีลังกาตั้งอุปัชฌาย์ภิกษุณี
ระบุ
"ปีหน้า" บวชได้เอง

มหาเถรว่าไง ?

 

ภิกษุณีธัมมนันทา
(ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์)
หัวหน้าภิกษุณีแห่งวัตรทรงธรรมกัลยาณี นครปฐม

อ้างว่าได้รับการแต่งตั้งจากพระมหินทวังสะ มหาสังฆนายก แห่งนิกายอมรปุระ ประเทศศรีลังกา ให้เป็นปวัตตินีรูปแรกในประเทศไทย

 


 

29 พฤศจิกายน 57

 

นิมนต์ พระมหินทวังสะ สังฆนายกแห่งนิกายอมรปุระ ศรีลังกา เดินทางมาเป็นพระอุปัชฌาย์ ทำการอุปสมบทภิกษุณีขึ้นเป็นครั้งแรกบนแผ่นดินไทย โดยที่มหาเถรสมาคมและสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ไม่มีใครได้กลิ่น เพิ่งจะมาโวยวายก็อีตอนเขากลายเป็นภิกษุณีไปเต็มตัวแล้ว เป็นผลงานสุดยอดแห่งความชุ่ยของคณะสงฆ์ไทยในรอบสองพันปี

 

 

 

รับตราตั้งพระอุปัชฌาย์

 

ในงานอุปสมบทภิกษุณีที่อารามทิพยสถาน เกาะยอ จังหวัดสงขลา วันที่ 29 พ.ย. ที่ผ่านมา มีการมอบตราตั้ง "ปวัตตินี" หรือพระอุปัชฌาย์ ฝ่ายภิกษุณี ให้แก่ ภิกษุณีธัมมนันทา แห่งวัตรทรงธรรมกัลยาณี เป็นรูปแรก เนื่องเพราะมีคุณสมบัติตามพระวินัย บวชครบ 12 ปีแล้ว ฟังแล้วก็ "อึ้ง" แทนสมเด็จวัดปากน้ำ เพราะไม่รู้ว่าใครเป็นสังฆราชเมืองไทยกันแน่ ?

 

 

 

ถูกหรือเถื่อน เถื่อนหรือถูก ?

 

การรับตราตั้ง "พระปวัตตินี" จากพระมหินทวังสะ สังฆราชแห่งนิกายอมรปุระ ประเทศศรีลังกา ของภิกษุณีธัมมนันทานั้น เกิดคำถามขึ้นว่า ถูกต้องตามพระธรรมวินัยและตามกฎหมายของคณะสงฆ์ไทยหรือไม่ ?

 

ถ้าถูก : ก็แสดงว่า ต่อไป ภิกษุณีธัมมนันทา สามารถให้การบรรพชาอุปสมบทแก่สามเณรีและภิกษุณีในประเทศไทยได้เต็มรูปแบบ โดยมิต้องได้รับการรับรองจากคณะสงฆ์ไทยหรือจากรัฐบาลไทยใดๆ ทั้งสิ้น นึกอยากจะบวชให้ใครก็บวช นึกอยากจะออกหนังสือสุทธิ (เทียบเท่ากับบัตรประชาชน) ให้แก่ใครก็ออกได้ ไม่ผิดกฎหมาย ไม่มีใครกล่าวโทษ นี่ก็เท่ากับว่าสามารถแข็งเมือง ตั้งตัวเป็น "สมเด็จพระสังฆราชฝ่ายภิกษุณี" ได้เอง โดยไม่ต้องมีพระบรมราชโองการ เพราะไม่มีบัญญัติไว้ในพระราชบัญญัติคณะสงฆ์เรื่องภิกษุณี ดังนั้น เจ้าหน้าที่ไทยจึงไม่สามารถเอาผิดได้ ส่วนพระธรรมวินัยนั้นก็สุดแต่ใครจะตีความ เพราะธรรมกายก็ตีความไปอย่างหนึ่ง (วัดปากน้ำการันตีว่าถูกต้อง) คึกฤทธิ์-วัดนาป่าพง ก็ตีความไปอย่างหนึ่ง (วัดปากน้ำก็การันตีว่าถูกต้อง) วันนี้เกิดกรณีภิกษุณีซ้อนขึ้นมาอีก ก็ไม่ทราบว่าทางวัดปากน้ำจะการันตีว่า "ถูกต้องคร๊าบ" อีกหรือไม่ ? ปล่อยไก่ตัวแรกได้ ตัวที่ 2-3-4 ก็หนีออกเล้าเป็นที่สนุกสนาน เบิกบานโรงเรียนวัดปากน้ำเขาล่ะ เล่นการเมืองกับเล่นการศาสนาควบคู่กัน มันก็เป็นฉันนี้แหละ เอวัง

 

ถ้าผิด :  ก็แสดงว่า เป็นลัทธิเถื่อน ถึงจะอ้างว่า "ถูกต้องตามหลักพระธรรมวินัย และได้รับการรับรองจากคณะสงฆ์นิกายอมรปุระแห่งศรีลังกาแล้ว" ดังนี้ก็ตาม ก็ต้องมีการดำเนินการด้านกฎหมายให้กระจ่าง มิเช่นนั้นการปกครองคณะสงฆ์ไทยจะล่มสลาย เพราะขนาดพระผู้ชายยังต้องได้รับแต่งตั้งเป็นพระอุปัชฌาย์จากสมเด็จพระสังฆราช จึงจะสามารถให้การบรรพชาอุปสมบทได้ แต่นี่ภิกษุณีเล่นไปเอาคำสั่งจากพระสังฆราชศรีลังกามาบวชในไทย มันก็เหมือนเมืองไทยไม่มีขื่อไม่มีแป ใครนึกอยากจะให้ใครที่ไหนในโลกตั้งเป็นอะไร แล้วก็มาเผยแพร่ในเมืองไทย เหมือนกันว่าไทยเป็นเมืองขึ้นของศรีลังกา ถามว่า จะปล่อยไปได้อย่างไร ?

 

 

 



 

กฎหมายวินิจฉัยไม่ยาก แต่ปฏิบัติตามยาก !

 

ปัญหาข้อที่ว่า การบวชภิกษุณีในประเทศไทย โดยที่คณะสงฆ์ไทย และรัฐบาลไทย มิได้รับรอง (แถมยังห้ามอีกต่างหาก) นั้น เป็นอันรู้กันได้ง่ายว่า ผิดกฎหมาย แต่การบังคับให้เป็นไปตามกฎหมายนั้น ยากมาก เพราะเหมือนกับว่า นอกจากคณะสงฆ์ไทยจะไม่สนับสนุนสตรีให้เป็นภิกษุณีแล้ว ยังกลั่นแกล้งและถึงกับทำลายภิกษุณีที่สู้อุตส่าห์ไปสืบพระศาสนามาจากต่างประเทศ มองทางไหนก็ได้ไม่คุ้มเสีย แต่จะปล่อยไปก็เหมือนประเทศไทยไร้ขื่อไร้แป

 

 



ธัมมนันทาภิกษุณี She ไม่ธรรมดา

 

 

"หัวหน้าภิกษุณี" ในประเทศไทยวันนี้ ถ้าจะพูดว่า คือ "ภิกษุณีธัมมนันทา" ก็คงไม่ผิดนัก เพราะเธอเป็นภิกษุณีรูปแรกที่ไปบวชมาจากต่างประเทศ และทิพยสถานภิกษุณีอารามเกาะยอ จังหวัดสงขลา ก็แตกหน่อออกไปจาก "วัตรทรงธรรมกัลยาณี" ของภิกษุณีธัมมนันทา จะว่าเป็นสาขาก็คงไม่ผิด

ภิกษุณีธัมมนันทา หรืออดีต รองศาสตราจารย์ ดร.ฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์ นั้น นับว่าไม่ธรรมดา เพราะมีดีกรีเป็น ดร. และรองศาสตราจารย์จากมหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ ก่อนจะมาบวช ชีวิตจึงผ่านงานวิชาการการสอนวิชาพระพุทธศาสนามาอย่างโชกโชน แทบว่าบรรดาพระอาจารย์ในมหาวิทยาลัยสงฆ์ทั้งสองแห่ง ล้วนแต่เคยเป็นศิษย์ของ ดร.ฉัตรสุมาลย์ มาแล้วเกินครึ่ง คอนเน็กชั่นหรือสายสัมพันธ์ทั้งในและต่างประเทศของภิกษุณีฉัตรสุมาลย์จึงกว้างไกล เมื่อแนบอิงกับ "สิทธิมนุษยชน" และ "มวลชนคนอยากเป็นภิกษุณี" ก็ยิ่งทำให้ปราการภิกษุณี "แข็งปั๋ง" จนยากที่มหาเถรสมาคมจะทำอะไรได้ !

 

 

 




 

 

รู้แล้วฝืนทำ มิใช่ทำเพราะไม่รู้

 

 

ปัญหาว่าด้วยสถานะภิกษุณีในประเทศไทยเวลานี้ มิใช่ว่า "ภิกษุณีฉัตรสุมาลย์" จะไม่รู้ เพราะคนเป็นถึงระดับครูบาอาจารย์ จะว่าไม่รู้กฎหมายนั้นฟังไม่ขึ้น แต่ถึงกระนั้น หล่อนก็ยัง "ฝืนทำ" ทั้งๆ ที่รู้ว่า "มันผิดกฎหมาย" แต่เธอก็เลือกที่จะ "ทำผิดก่อนแล้วค่อยขอแก้ไข" มิใช่ "การแก้ไขให้ถูกแล้วจึงค่อยทำ" เพราะเธออาจจะเชื่อว่า ขืนรอให้มีการรับรองสถานะของภิกษุณีแล้วค่อยขอบวช รับรองว่าให้ตายก็ไม่ได้บวช แม่ชีวรมัย กบิลสิงห์ มารดาของหล่อน ซึ่งรอจนตาย นับเป็นตัวอย่างดีที่สุดที่หล่อนมี ดังนั้น เรื่องอะไรจะรอ วันนี้ ภิกษุณีฉัตรสุมาลย์ก็สมหวังแล้ว ได้เป็นภิกษุณีสมใจ ส่วนเรื่องกฎหมายไทยนั้น ก็รอเวลา "ง้างผิดให้ถูก" เพราะกฎหมายมิใช่ปรากการสำคัญ ถ้าหากว่ามีมวลชนสนับสนุนมากพอ ก็ไม่ยาก

 

 

 

 

Your Turn

 

พูดเป็นภาษาอังกฤษว่า "ยัวร์เทิร์น" แปลว่า ถึงตาของมหาเถรสมาคมแล้ว เวลานี้ ปัญหาภิกษุณี นำมาถวายโดยคณะอุบาสิกา มีหัวหน้านามว่า "ภิกษุณีฉัตรสุมาลย์ กบิลสิงห์" ทายาทธรรมรุ่นที่ 2 รองจากคุณแม่วรมัย ได้นำมาประเคณถึงวัดปากน้ำแล้ว จะแก้ไขอย่างไรก็ต้องรีบ มิเช่นนั้นก็อาจจะสายเกินไป เพราะปัจจุบันนี้ มีสาขาสำนักภิกษุณีกระจายไปทุกภาคของประเทศไทยแล้ว ที่สำคัญก็คือว่า ผู้ขอเข้ารับการบรรพชาเป็นสามเณรี-ภิกษุณีนั้น มีจำนวนมากกว่า ผู้ขอบวชพระภิกษุ-สามเณร เสียด้วยซี นี่แหละ รู้แล้วจะหนาว

 

 

 

 

เจ้าบ้านที่มัวแต่หลับไหล กับ แขกที่ไม่ได้รับเชิญ

โบราณว่า ขึ้นเรือนตอนเจ้าของบ้านหลับ ลักไม่ลักก็เป็นขโมย

 

แต่ขโมยระดับพระสังฆราชนั้น ถือว่าเป็นขโมยกิตติมศักดิ์นะฮะ มันยิ่งกว่านางงามชิงมงกุฏกลางเวทีเสียอีก รู้ไปถึงไหนก็อายไปถึงนั่น ว่าเดี๋ยวนี้พระระดับ "สังฆราช" ท่านทำงานพระศาสนากันแบบนี้แล้วหรือ เถรวาทด้วยกันแท้ๆ

 

 

ล้วงลูกข้ามวัด VS ล้วงลูกข้ามประเทศ

 

เปิดยุทธการล้วงลูกซูเปอร์คลาสสิก เมื่อสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ ปฏิบัติการ "ล้วงลูก" สั้งตั้งตำแหน่งต่างๆ ในวัดสระเกศ เสมือนเป็นเจ้าอาวาสวัดสระเกศเสียเอง แถมยังยึดอำนาจในตำแหน่ง "ประธานสำนักงานกำกับดูแลพระธรรมทูตไปต่างประเทศ" ของเจ้าคุณเสนาะอีกด้วย แต่เหนือฟ้าก็ยังมีฟ้า ปรากฏว่า ในปลายเดือนพฤศจิกายน ที่ผ่านมา สมเด็จพระสังฆราช มหินทวังสะ แห่งนิกายอมรปุระ ประเทศศรีลังกา ได้เปิดปฏิบัติการ "ล้วงลูกข้ามประเทศ" เดินทางมาเป็นประธานงานบวชภิกษุณีขึ้นในราชอาณาจักรไทย ภายใต้การบริหารของสมเด็จพระมหารัชมรังคลาจารย์ เป็นครั้งแรก จ้าคุณเสนาะต้องยอม "นิ่งเป็นใบ้" ในตอนที่ถูกล้วงลูกวัดสระเกศ ฉันใด สมเด็จวัดปากน้ำก็ "พูดไม่ออก" ในกรณีถูกลักไก่บวชภิกษุณี ฉันนั้น

 

 

 

ยิ้มก็เห็นแก้ม แย้มก็เห็นไรฟัน

 

พนม ศรศิลป์ เข้ารับตำแหน่ง "ผอ.สำนักพุทธฯ" ได้ไม่กี่วัน ก็งานเข้า ทีแรกก็กะจะใช้ยุทธการ "ปิดปากทำงาน" โดยการตั้งโฆษกให้เป็นโทรโข่งพูดแทนตัวเอง เพราะเห็นว่ายิ่งพูดก็ยิ่งเสีย เหมือนนายนพรัตน์ ผอ.เก่า แต่ยิ่งทำก็ยิ่งผิดฝาผิดตัว เพราะที่ควรทำก็ไม่ทำ แต่ที่ไม่ควรทำกลับทำ ดังคำกล่าวที่ว่า "เขาให้ไปทำอย่างหนึ่ง แต่ไพล่ไปทำอีกอย่างหนึ่ง" ยังนึกไม่ออกเลยว่า หนทางข้างหน้าบนตำแหน่ง "ผอ.สำนักพุทธฯ" ของนายพนมนั้น จะลงเอยเช่นไร ?


 

"ไปงานธรรมกายผิดตรงไหน ??"

 

เปิดสุดยอดคำถามแห่งปีของ นายพนม ศรศิลป์ ผอ.สำนักพุทธฯ ตอนนั้นทำสำอางค์ ถูกพาดพิงนิดหน่อยก็ร้อนตัว ตะโกนถามว่า "ผมไปร่วมงานวัดพระธรรมกายมันผิดตรงไหน" วันนี้ มีกรณีบวชภิกษุณีข้ามประเทศ ไม่คิดจะถามบ้างหรือไร ว่าผิดตรงไหน อะไร ยังไง และใครเป็นผู้รับผิดชอบ ? ตอบตามสากลนิยมก็ต้องบอกว่า ถ้าเป็นอารยะประเทศนั้น ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ คือตัวนายพนม ศรศิลป์ ต้องประกาศลาออก เพื่อแสดงความรับผิดชอบต่อกรณีดังกล่าวแล้ว แต่แหม จริยธรรมเลิศล้ำเลยเชียวล่ะ ทำมึน ไม่รู้ไม่ชี้ เหมือนกับว่าการบวชภิกษุณีเป็นการบวชหน้าไฟ บวชประเดี๋ยวประด๋าวก็สึก ยังงั้นแหละ ย่าทำเป็น "แกล้งโง่" นะนายพนมนะ งานนี้แหละจะบันทึกประวัติศาสตร์ของคุณไปชั่วลูกชั่วหลาน ไม่ต่างจากนายนพรัตน์ อดีตเจ้านายของคุณหรอก จะบอกให้

 

 

 



 

ปีหน้า ภิกษุณีธัมมนันทา ประกาศนั่งอุปัชฌาย์ บวชเอง

 

 

ที่เราบอกว่า มหาเถรสมาคมจะนิ่งนอนใจไม่ได้ นั้น ก็มิใช่อื่นใด เนื่องมาจากภิกษุณีธัมมนันทา ให้สัมภาษณ์หนังสือพิมพ์ไทยรัฐว่า "ปี พ.ศ.2558" สามารถบวชภิกษุณีได้เอง เพราะจะมีอายุพรรษาครบ 12 ปี และในวันที่ 29 พ.ย. 57 ที่ผ่านมา ภิกษุณีธัมมนันทาก็ไปรับใบแต่งตั้งพระอุปัชฌาย์จากพระมหินทวังสะ สังฆราชแห่งนิกายอมรปุระ ณ ทิพยอารามภิกษุณี เกาะยอ จังหวัดสงขลา นั่นแสดงว่า ภิกษุณีธัมมนันทามีคุณสมบัติพร้อมแล้ว สำหรับการทำพิธีบรรพชาอุปสมบท ให้แก่สตรีในประเทศไทย

 

แต่จะถูกกฎหมายหรือผิดกฎหมายไทยประการใดนั้น ก็อยู่ที่มหาเถรสมาคมแล้วล่ะ เพราะว่า เป็นการละเมิดอำนาจของมหาเถรสมาคมโดยตรง เราจึงกล่าวได้แต่เพียงว่า "your turn" ถึงเวลาของท่านแล้ว !

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
14 ธันวาคม 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264