ล้อมคอก !

 

มหาเถรคำราม "ห้ามบวชภิกษุณี" ในเขตประเทศไทย

แต่ที่บวชกันไปแล้วนั้น ยังไม่รู้ว่าจะทำอย่างไร

สงสัยจะยกให้เป็น "อาทิกัมม์" ไม่เอาผิดผู้ทำเป็นคนแรก

 

 

อา..เขาบวชกันเอิกเกริกไปตั้ง 6 รุ่นแล้วล่ะครับท่าน รุ่นที่ 7 กำลังจะตามมา ถามว่าพวกท่านไปเข้าฌานอยู่ที่ไหน มาห้ามอะไรเอาในตอนนี้ อีตอนเขายัง "ไม่บวช" ทำไมไม่ห้าม พอเขา "บวชแล้ว" เพิ่งจะห้าม มันก็เหมือนห้ามลูกสาวออกบ้านตอนเสียตัวแล้วนะซี ทำงานแบบนี้มันจะปกครองบ้านเมืองได้ยังไง ถามพระสงฆ์ในจังหวัดสงขลาดูสิครับท่าน ว่าใครบ้างที่ไปผูกพัทธสีมาให้บรรดาแม่ชีได้บวชภิกษุณีน่ะ เขาออกข่าวกันไปทั่วโลก แต่มหาเถรสมาคมไม่มีใครรู้เรื่องเลย เป็นไปได้ไง ตะทีตำแหน่งไหนว่าง กรรมการมหาเถรท่านจะ "ตรัสรู้" ทันทีโดยไม่ต้องมีใครบอก และรีบยัดคนของตัวเองเข้าไปไม่รีรอ เพราะว่า "ตำแหน่ง" ต้องเอาไว้ก่อน ส่วนการงานนั้นเอาไว้ "ทีหลัง" ดูอัจฉริยภาพของพระไทยเอาไว้ก็แล้วกัน มันน่ารัก

 

เอ้า ! ไหนๆ วัดปากน้ำก็มี "กรรมการมหาเถร" มากมายถึง 3 รูป เจ้าคณะพระสังฆาธิการก็แทบจะล้นวัด คุมทั้งอำนาจทางการปกครองและอำนาจทางการศึกษา แบบว่าวัดปากน้ำเป็นศูนย์รวมอำนาจของประเทศไทยไปแล้ว ก็ขอนิมนต์ "ผู้มีอำนาจวัดปากน้ำ" ได้แก้ไขปัญหาของประเทศไทยให้ราบรื่นนะครับ เพราะเวลามี "ตำแหน่งและสมณศักดิ์ว่าง" พระวัดปากน้ำก็อ้าง "มีคุณสมบัติมากกว่าใคร" คว้าเอาพุงปลาไปกินหมด วัดอื่นๆ ได้กินแค่ "ขี้ปลา" วันวาน "เจ้าคุณสุชาติ" ก็ฟาดไป 2 ตำแหน่ง ดังนั้น วันนี้ ก็อยากจะเห็น "สุดยอดคนเก่ง" แห่งสำนักวัดปากน้ำ ได้ใช้ "สติปัญญาและอำนาจวาสนา" แก้ไขปัญหาพระศาสนา จะเอาวัดพระธรรมกายมาร่วมด้วยช่วยกันก็ยิ่งดีครับ เห็นวัดพระธรรมกาย "กระเหี้ยนกระหือรือ" อยากจะทำงานพระศาสนามาก ถึงขนาดอาสา "ตักบาตรช่วยชาติ" มานานหลายสิบปี โดยไม่มีใครขอร้อง วันนี้มี "คำขอ" จากพระสงฆ์ไทยทั่วประเทศแล้ว ช่วยยกโขยงลงไปจับ "ภิกษุณีในโครงการเฉลิมพระเกียรติ" ที่สงขลา ถอดผ้าเหลืองให้ที ไหนๆ เมืองไทยก็กลายเป็น "ลัทธิธรรมกาย" ครองเมืองไปแล้ว จัดธุดงค์ธรรมชัยให้ "พระธรรมกิตติวงศ์" เป็นหัวหน้า ยกกองทัพธุดงค์เหยียบดาวโรย ลงไปปิดล้อมวัดภิกษุณีที่ภูเก็ตเลยสิครับท่านธัมมชโย รับรองว่า "สังฆราชศรีลังกา" ก็มาไม่ได้ นะ จัดวันคุ้มครองโลกมาหลายปี ช่วยจัด "วันคุ้มครองประเทศไทย" ให้ดูเป็นบุญตาซักทีเหอะ ก้าๆ หน่อย

 

 

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์
เจ้าของตำนาน
"วัวหายล้อมคอก" ของคณะสงฆ์ไทย

 

 

 

 

สามผู้มีอำนาจแห่งวัดปากน้ำ

 

กลาง : สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ (ช่วง วรปุญฺโญ ป.ธ.9) ผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าอาวาสวัดปากน้ำ

ซ้าย : พระวิสุทธิวงศาจารย์ (วิเชียร อโนมคุโณ ป.ธ.9) เจ้าคณะภาค 7 กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ

ขวา : พระพรหมโมลี (สุชาติ ธมฺมรตโน ป.ธ.9) เลขานุการผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช เจ้าคณะภาค 5 แม่กองบาลีสนามหลวง กรรมการมหาเถรสมาคม ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดปากน้ำ

 

 

 


 

วัดปากน้ำ
ศูนย์รวมอำนาจแห่งคณะสงฆ์ไทย

 

 

 

 

พระมหินทวังสะ
สังฆราชแห่งนิกายอมรปุระ ประเทศศรีลังกา

ถูกหมายหัวจากคณะสงฆ์ไทยไม่ให้เข้าประเทศ

 

 

 

ภิกษุณีธัมมทีปา (ณัฐทิพย์ ตนุพันธ์)
หัวหน้าภิกษุณีแห่งอารามทิพยสถานธรรม เกาะยอ สงขลา

 

 

ผู้มีปัญหาว่าด้วยสถานะของนักบวชคนล่าสุด เพราะนอกจากจะ "ลักไก่" บวชภิกษุณีโดยมิได้รับอนุญาตจากมหาเถรสมาคมแล้ว ยังทำอุกอาจ "ตบหน้าคณะสงฆ์ไทย" โดยการนิมนต์พระสังฆราชนิกายอมรปุระ (พม่า) แห่งศรีลังกา บินมาเป็นอุปัชฌาย์บวชให้ จึงได้สถานะ "นักบวชเถื่อน" เป็นรายล่าสุด แถมพระอุปัชฌาย์ก็จะถูกเตือน "มิให้มาทำพิธีผิดกฎหมายไทย" เป็นครั้งที่ 2 ถ้าขืนมาอีก รับรองว่า "ถูกทางการไทยเพิกถอนวีซ่า" เมื่อนั้นล่ะ จะขายขี้หน้าไปทั่วโลก อยากจะหัวหมอก็ลองดู แล้วจะรู้ว่า "สวรรค์มีจริง" แต่งานนี้ "ชีศันสนีย์ เสถียรสุต" ลอยลำ เพราะเธอฉลาด เล่นเกาะผ้าเหลืองพระสงฆ์ไทยเอาไว้ก่อน รอให้พวกร้อนวิชาเขาลองของก่อน ถ้าพวกแรก "เป็นพระถูก" ศันสนีย์ก็จะเอาอย่างบ้าง แต่ถ้า "เป็นพระเถื่อน" งานนี้ศันสนีย์ถอนสายบัว ประกาศตัว "เดี้ยนไม่ยุ่งฮ่ะ"

 

 

 

 

 

รุ่นที่ 7 Coming soon ...

 

 

 

มหาเถรสมาคมห้ามบวชภิกษุณีในประเทศไทย

 

วันนี้ (11 ธ.ค.) ที่อาคารสมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม พระพรหมเมธี กรรมการและโฆษกมหาเถรสมาคม (มส.) กล่าวภายหลังประชุม มส. ว่า จากการที่พระศรีลังกามาบวชภิกษุณีในประเทศไทย จำนวน 47 คน ณ ทิพยสถานธรรมภิกษุณีอาราม ต.เกาะยอ อ.เมืองสงขลา จ.สงขลา เมื่อเร็วๆ นี้นั้น ที่ประชุม มส. ได้มีการหารือกรณีดังกล่าวแล้ว และได้มีมติให้คณะสงฆ์ทั่วประเทศ ปฏิบัติตามประกาศของกรมหลวงชินวรสิริวัฒน์ เรื่องห้ามพระเณรไม่ให้บวชหญิงเป็นบรรพชิต พ.ศ.2471 โดยห้ามมิให้พระภิกษุสามเณรทุกนิกายบวชผู้หญิงเป็นภิกษุณี เป็นสิกขมานา เป็นสามเณรี ด้วยเหตุผลที่ว่า นางภิกษุณีหมดสาบสูญขาดเชื้อสายมานานแล้ว

 

พระพรหมเมธี กล่าวต่อไปว่า แต่เดิมข้อบัญญัติในภิกขุนีขันธกะแห่งวินัยปิฎก ในพระไตรปิฎก กำหนดไว้ว่า ผู้หญิงทั่วไปที่อายุยังไม่ครบ 20 ปี สามารถเข้ารับบรรพชาเป็นสามเณรี และเมื่ออายุได้ 18 ปี ให้บวชเป็นสิขมานาผู้รักษาศีล 6 ข้อ ซึ่งจะขาดไม่ได้แม้แต่ข้อเดียวเป็นเวลา 2 ปี จนมีอายุครบ 20 ปี จึงจะสามารถอุปสมบทเป็นภิกษุณีจากอุภโตสงฆ์ คือ คณะสงฆ์ 2 ฝ่าย ได้แก่ ภิกษุณี และภิกษุสงฆ์เถรวาท แต่เมื่อปัจจุบันภิกษุณีในพระพุทธศาสนาเถรวาทได้ขาดสูญไปแล้ว การบรรพชาสามเณรีและการอุปสมบทภิกษุณีโดยภิกษุสงฆ์เถรวาทเพียงฝ่ายเดียวจึงเป็นเรื่องที่เป็นไปไม่ได้

 

กรรมการและโฆษก มส. กล่าวอีกว่า ภิกษุณีสงฆ์ก็ได้ขาดสูญไปจากประเทศศรีลังกาแล้วเช่นกัน ตั้งแต่รัชสมัยของพระเจ้าวิชัยพาหุ  ซึ่งในปัจจุบันคณะสงฆ์และรัฐบาลศรีลังกาก็ไม่ได้รับรองสถานภาพของภิกษุณีในศรีลังกา ด้วยเหตุผลที่ว่าภิกษุณีสงฆ์เถรวาทได้ขาดสูญไปนานแล้ว การนำภิกษุและภิกษุณีสงฆ์มหายานจากเกาหลีและไต้หวันมาร่วมอุปสมบทแก่ภิกษุณีเถรวาทที่อินเดีย ย่อมทำให้สังฆกรรมนั้นบกพร่อง ไม่เป็นไปตามพระวินัยกำหนด   ทั้งนี้มหาเถรสมาคมยังได้มอบหมายให้ พศ. ประสานกับกระทรวงการต่างประเทศ ในการที่จะออกประกาศให้พระสงฆ์จากต่างประเทศ ที่จะมาจัดพิธีบรรพชาอุปสมบทในประเทศไทย ต้องแจ้งให้มหาเถรสมาคมรับทราบ และได้รับหนังสืออนุญาตเป็นลายลักษณ์อักษรก่อน เพื่อป้องกันเหตุการณ์เหมือนที่เกิดขึ้นที่จังหวัดสงขลาอีก

 

"เราไม่ได้ห้ามไม่ให้ภิกษุณีอยู่ในประเทศไทย แต่มหาเถรสมาคมห้ามภิกษุบวชภิกษุณีในประเทศไทย เพราะตามประวัติศาสตร์ถือว่าภิกษุณีเถรวาทหมดไปจากประเทศไทยแล้ว และที่มีการกล่าวอ้างว่า มีพระมหินทวังสะ เจ้าอาวาสวัดทีปทุตมาราม แห่งนิกายอมรปุระ  ประเทศศรีลังกา มาเป็นประธานบวชภิกษุณีในประเทศไทย ก็เป็นการกระทำที่ขัดต่อประกาศดังกล่าว อย่างไรก็ตาม ทราบว่า ในเร็วๆ นี้จะมีการบวชภิกษุณีอีก จึงมอบหมายให้ พศ. ติดตามและดำเนินการตามประกาศดังกล่าวต่อไป" โฆษกมหาเถรสมาคม กล่าว

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์
11 ธันวาคม 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264