หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

"อยู่ด้วยกันไม่ได้"

 

 

 

 

 

 

หลักการสำหรับการอยู่ร่วมกันของพระสงฆ์ในหมู่คณะหรือนิกายเดียวกันนั้น ท่าน ให้ยึดหลัก 2 ประการ คือ

 

1. สีลสามัญญตา มีศีล (ความประพฤติ) เสมอกัน

 

2. ทิฏฐิสามัญญตา มีทิฐิ (ทัศนะ-ความคิดเห็น) ตรงกัน หากว่ามีความประพฤติไม่เสมอกัน หรือมีทัศนะไม่ตรงกัน ก็ไม่สามารถอยู่ร่วมกันได้

 

กรณี พระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล วัดนาป่าพง อำเภอลำลูกกา จังหวัดปทุมธานี พร้อมด้วยคณะสงฆ์ได้พร้อมใจกันตัดลัดพระปาติโมกข์ จาก 227 ข้อ เหลือเพียง 150 ข้อ และคัดกรองเนื้อหาในพระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐและฉบับหลวง เลือกเอาเฉพาะที่ตนเองเชื่อว่าเป็นพระพุทธพจน์ ไปทำเป็นพระไตรปิฎกฉบับใหม่ ใช้ชื่อว่า ฉบับพุทธวจน นั้น เป็นหลักฐานยืนยันว่า พระคึกฤทธิ์มีศีลไม่เสมอด้วยพระสงฆ์ไทย และมีทิฐิแตกต่างจากพระสงฆ์ไทยส่วนใหญ่

 

เมื่อคณะสงฆ์วัดหนองป่าพงได้รับทราบ จึงเรียกพระคึกฤทธิ์ไปตักเตือนและขอให้พระคึกฤทธิ์เปลี่ยนความเห็นให้สอดคล้องกับคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ โดยการสวดพระปาติโมกข์เหมือนเดิม แต่พระคึกฤทธิ์กลับไม่เห็นแก่หมู่คณะ หนำซ้ำยังเดินหน้าจัดทำพระไตรปิฎกฉบับใหม่ขึ้นมา อาจหาญถึงขั้นยกตนข่มท่าน ว่าพระไตรปิฎกที่คณะสงฆ์ไทย คือฉบับสยามรัฐและฉบับหลวงนั้น ไม่บริสุทธิ์ มีบริสุทธิ์เพียงเพียงฉบับเดียว คือ ฉบับพุทธวจน ที่ตนเองสร้างขึ้นมาใหม่ คณะสงฆ์วัดหนองป่าพง เห็นว่าพฤติกรรมของพระคึกฤทธิ์นั้นเป็นการกระด้างกระเดื่อง อวดดื้อถือรั้น ไม่เห็นครูบาอาจารย์แลเพื่อนสหธรรมิกอยู่ในสายตา จึงได้ลงมติ "ขับไล่" พระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล และพระสงฆ์วัดนาป่าพง ออกจากความเป็นสาขา ในวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2533

 

นับจากวันที่ 17 มิถุนายน พ.ศ.2533 มาจนถึงวันนี้ (17 สิงหาคม พ.ศ.2557) เป็นเวลาเกือบๆ 4 ปี ที่คณะสงฆ์ไทยทั่วประเทศให้โอกาสแก่พระคึกฤทธิ์ในการกลับใจ ประพฤติตัวประพฤติตนให้เหมือนกับหมู่สงฆ์ทั่วไทย แต่พระคึกฤทธิ์กลับมิสำนึก หนำซ้ำยังรุกเข้ากระทำการเผยแพร่ลัทธิใหม่ของตนไปทั่วประเทศ ทั้งๆ ที่ตัวเองก็เกิดมาจากคณะสงฆ์ไทย ไม่ช่วยแก้ไขปัญหาภายในไม่พอ ยังออกไปตั้งตัวเป็นเอกเทศ แถมเหยียบย่ำพระสงฆ์ไทยส่วนใหญ่ให้เสียหาย แสดงให้เห็นว่า พระคึกฤทธิ์ขาดความเคารพในหมู่สงฆ์ เป็นคนเนรคุณ เป็นโจรปล้นเอาทรัพย์สินทางปัญญาของคณะสงฆ์ไทยไปใช้ โดยทำหีบห่อขึ้นใหม่ให้คนไทยเห็นว่าเป็นผลงานของตนเอง

 

เมื่อเป็นเช่นนี้ คณะสงฆ์วัดไทยลาสเวกัส จึงเห็นว่า ไม่สามารถจะอยู่ร่วมกับพระคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล และคณะสงฆ์วัดนาป่าพงได้อีกต่อไป เพราะเราสวดพระปาติโมกข์ 227 ข้อ และใช้พระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐและฉบับหลวงเป็นหลักในการประพฤติปฏิบัติและศึกษาพระธรรมวินัย ส่วนพระคึกฤทธิ์และคณะพระวัดนาป่าพงนั้นได้หันไปสวดและใช้พระไตรปิฎกเป็นของตนเอง

 

เรา-คณะสงฆ์วัดไทยลาสเวกัส รู้สึกเสียใจที่จะต้องประกาศให้พุทธศาสนิกชนชาวไทยได้รับทราบว่า ไม่สามารถจะอยู่ร่วมกับพระคึกฤทธิ์และพระสงฆ์วัดนาป่าพงได้ ทั้งนี้มิใช่เพราะเราทำผิดแปลกอะไร แต่เพราะพระคึกฤทธิ์ทำผิดแปลกออกไปเอง ทั้งนี้ คณะพระสงฆ์วัดหนองป่าพง อันเป็นต้นสังกัดก็เคยทำเป็นแบบอย่างมาแล้ว

ในวันที่ 20 สิงหาคม ศกนี้ จะมีการประชุมมหาเถรสมาคม เพื่อพิจารณาข้อหาของพระคึกฤทธิ์และคณะสงฆ์วัดนาป่าพง ไม่ว่ามติมหาเถรสมาคมจะออกมาเช่นไร หากว่าพระคึกฤทธิ์ไม่ยินยอมกลับมาสวดพระปาติโมกข์ 227 ข้อตามเดิม และไม่เลิกล้มโครงการสร้างพระไตรปิฎก ฉบับพุทธวจน เรา-คณะสงฆ์วัดไทยลาสเวกัส ก็ขอประกาศแยกนิกาย ไม่นับพระคึกฤทธิ์เป็นพระสงฆ์นิกายเดียวกัน อีกต่อไป

 

 

 

 

วัดไทยลาสเวกัส สหรัฐอเมริกา

17 สิงหาคม 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264