กลืนน้ำลาย !

 

คึกฤทธิ์อ้อมแอ้ม

"ยอมสวดเหมียนเดิม"

เพื่อ..ความสามัคคีของหมู่สงฆ์

 

 

ถุย..มันออกเดินสายทำลายคณะสงฆ์ไทยไปทั่วโลก สร้างตัวเองเป็นฮีโร่ ทำการเผาบ้านเผาเมืองด้วยวาทะ "พุทธวจน" ขนาดครูบาอาจารย์สายหลวงพ่อชาเมตตาว่ากล่าวตักเตือนยังไม่ยอม วันนี้เห็นทีจะโดนไสหัวออกนอกคณะสงฆ์ไทยเหมือนโพธิรักษ์ กลัวตายกว่ารักพุทธวจน จึงจะยอมทำตาม สันดานแบบนี้นะหรือจะมาสอนพุทธวจนะบริสุทธิ์

 

 

 

 

 

วันนั้น..เรายึดในพุทธวจนบริสุทธิ์ ปฏิบัติตามโดยเคร่งครัด ไม่ผิดเพี้ยนแม้แต่ตัวเดียว ไม่ว่าใครแม้แต่คณะสงฆ์วัดหนองป่าพงก็ห้ามไม่ได้ เราจะเป็นผู้กู้พระพุทธศาสนากลับคืนมา อย่าห้ามเรา

 

วันนี้..เรายอมปฏิบัติตามคณะสงฆ์ เพื่อเห็นแก่ความสามัคคี

 

เมื่อคนทำลายความสามัคคี อ้างความสามัคคีเพื่อเอาตัวรอด ก็เป็นยอดนักการเมืองในคราบผ้าเหลือง หลักการที่ถ่มน้ำลายใส่หัวโยมมาตลอดเวลา ก็เลยกลายเป็นหลักกูไป เฮ้อ เสียดาย คึกฤทธิ์ตายเสียแล้ว ตายก่อนเกิดด้วยซ้ำไป ที่น่าสงสารก็เยาวชนที่ถูกมอมเมาไปท่องพุทธวจนะ จะไปทางไหนต่อ ในเมื่อพระอาจารย์หันหัวเรือกลับแล้ว

 

 

 

"พระคึกฤทธิ์" เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง แจงไม่เคยตัดศีลเหลือ 150 ข้อ แต่รักษาศีล 2,000 ข้อ

 

วันที่ 19 สิงหาคม ที่วัดนาป่าพง จ.ปทุมธานี พระอาจารย์คึกฤทธิ์ โสตถิผโล เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง ตอบคำถาม หลังมีผู้ร้องเรียนว่าวัดถือศีลเพียง 150 ข้อว่า ทางวัดไม่เคยตัดศีลเหลือ 150 ข้อ แต่พระพุทธเจ้าบัญญัติไว้ 150 ข้อ นอกนั้นอีก 77 ข้อ พระสาวกเป็นผู้บัญญัติซึ่งเป็นข้อมารยาทเพื่อให้คนเกิดความเลื่อมใสขึ้น เช่น อย่าฉันเลียบาตร อย่าเดินแกว่งแขน อย่าส่งเสียงดังเมื่อเข้าที่ชุมชน อย่านั่งที่ลับกับสตรี เป็นต้น จึงเป็นที่เข้าใจผิด

 

"อาตมาแปลกใจที่ไม่มีใครพูดถึงว่าศีลหายไป 2000 ข้อ (ในหมวดอภิสมาจาริกสิกขา) แต่พูดว่าไม่ครบ 227 ข้อ ทางวัดนาป่าพงสวดปาติโมกข์เพียง 150 ข้อ (สิกขาบท) ตามพระพุทธเจ้าบัญญัติ ตามพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ ฉบับมหาจุฬาฯ มหามกุฏฯ หรือฉบับพุทธทาสภิกขุ ก็เขียนไว้อย่างนั้น แต่ที่นี่รักษา 2400 กว่าข้อ ซึ่งประกอบด้วยปาฏิโมกข์ 150 ข้อ และอภิสมาจาริกสิกขาหรือศีลเพื่อมารยาทให้เกิดความเลื่อมใสอีก 1940 ข้อ" พระอาจารย์คึกฤทธิ์กล่าว

 

ผู้สื่อข่าวถามเพิ่มเติมว่า เป็นเพราะวัดนาป่าพงไม่ได้สวดปาฏิโมกข์ 227 ข้อ จึงทำให้ถูกตัดออกจากการเป็นวัดหนองป่าพงของหลวงพ่อชาหรือไม่ พระอาจารย์คึกฤทธิ์ตอบว่า วัดเข้าสาขาวัดหนองป่าพงด้วยความเลื่อมใส แต่เขาให้ออกมาเพราะสวดไม่เหมือนกัน ซึ่งหากทางคณะสงฆ์ส่วนใหญ่เห็นแบบนั้น อาตมาจึงออกมาเป็นวัดเดี่ยวเหมือนวัดทั่วไป

 

พระอาจารย์คึกฤทธิ์ยังกล่าวอีกว่า หากคณะสงฆ์ส่วนใหญ่ของไทยยืนยันจะให้สวด 227 ข้อตามประเพณี ซึ่งไม่ตรงกับที่พระพุทธเจ้าบญัญัติไว้ (2000 กว่าข้อ) ก็จะทำตามเพื่อให้เกิดความสามัคคี

 

นอกจากนี้พระอาจารย์ยังกล่าวตอบคำถามความสงสัยเรื่องพระไตรปิฎกฉบับพุทธวจนที่บิดเบือนฉบับจริงหรือไม่ว่า ฉบับวัดนาป่าพงมาจากพระไตรปิฎกตั้งแต่รัชกาลที่ 1 ซึ่งยืมและลอกมาจากลาวและรามัญ ซึ่งใช้ภาษาขอมทั้งหมด หลังพระนครศรีอยุธยาถูกเผาพระไตรปิฎกไทยเสียหายหมด ต่อมาในสมัยรัชกาลที่ 5 จึงนำมาแปลเป็นภาษาไทย มีชื่อว่าพระไตรปิฎกฉบับสยามรัฐ ฉบับนี้ถูกแปลไปในหลายๆ ฉบับ หลายเวอร์ชั่นตามแต่สำนักนั้น อาทิ พระไตรปิฎก ชุดพระธรรมโฆษ ซึ่งใช้เวลากว่า 22 ปี ซึ่งพุทธวจนจึงพยายามทำตำราเพื่อรวบรวมคำศาสดาของที่นี้เอง โดยอิงจากพระไตรปิฎก ฉบับสยามรัฐ

 

"ฉบับพุทธวจนะจึงไม่มีคำพูดของพระอาจารย์เลย เพียงแต่ตีพิมพ์ตามที่พระพุทธเจ้ากล่าวไว้ อย่างเช่น พระไตรปิฎกฉบับจริงเล่าว่ามีดอกบัวเพียง 3 เหล่า แต่ความเข้าใจคนทั่วไปมี 4 เหล่า เราจะเชื่อใคร จึงเป็นที่มาให้รวบรวมคำพระพุทธเจ้าหรือ พุทธวจนะ นั้นเอง" พระอาจารย์คึกฤทธิ์กล่าว และขอเสนอตั้ง "ศูนย์อารักขาตถาคตภาษิตา" เพื่อไว้ปกป้องคำที่พระพุทธเจ้าตรัสไว้แท้จริงสืบต่อไป

 

ผู้สื่อข่าวรายงานต่อว่าหลังจากคณะสื่อมวลชนกลับกลุ่มศิษย์วัดนาป่าพงภายใต้ชื่อมูลนิธิพุทธวจนจะไปมอบหนังสือร้องเรียนแก่สำนักพระพุทธศาสนาเพื่อให้ตรวจสอบผู้ร้องเรียนว่าทางวัดรับพระวินัยเพียง150ข้อซึ่งขณะนี้ตรวจสอบชื่อและที่อยู่แต่ไม่มีหลักฐานว่ามีบุคคลนั้นจริงช่วงบ่ายจึงไปยื่นเรื่องให้ตรวจสอบหาความจริงเพราะถือว่าไม่ยุติธรรมที่ใครจะกล่าวหาก็ได้รวมทั้งยังสร้างภาระแก่คณะสงฆ์

 

 

 

ข่าว : มติชน
20 สิงหาคม 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264