เข้ามหาเถร !

พศ.ชงคดีคึกฤทธิ์ตัดพระปาติโมกข์เข้ามหาเถร

อ้างมีผู้ร้องเรียนผ่านศูนย์ฮอตไลน์

 

 

เฮ้อหนอ เรื่องตอหลดตอแหลนี่ไม่มีใครเกินนายนพรัตน์เลย ถามทีเถอะ คุณไม่รู้จริงๆ หรือ ว่ามหาเถรสมาคมได้รับแจ้งเรื่องนี้จากวัดหนองป่าพงตั้งแต่ปี 2553 แล้ว แล้วถามว่า ตอนนั้นมหาเถรสมาคมทำอะไรบ้าง ? ขนาดวัดหนองป่าพงแจ้งเรื่องแล้วยังไม่รู้สึกรู้สา แล้วนี่อ้างว่า "มีคนแจ้งผ่านศูนย์ฮอตไลน์" มันก็ยิ่งกว่าลมพัดลมเพอีกสิ นี่ไงที่บอกว่า ผอ.สำนักพุทธฯคนนี้ ไม่มีความรู้ความเข้าใจในการทำงานพระศาสนาเลย มหาเถรสมาคมก็เช่นกัน ดูเหมือนจะไม่มีกรรมการที่ชำนาญในพระธรรมวินัยเสียแล้ว มีก็แต่ชำนาญด้านสมณศักดิ์ เช่นวันก่อน มีข่าวโผสมณศักดิ์บัญชีพิเศษ 12 สิงหา ออกมา เจ้าคุณเสนาะกับเจ้าคุณสุชิน ก็ออกมาประสานเสียงรู้ไปหมดทุกอย่าง อ้างได้เป็นคุ้งเป็นแคว แต่พอเรื่องพระธรรมวินัยกลับปิดประตูกุฏิเงียบกริบ เจ้าคณะใหญ่หนต่างๆ ก็ออกเดินสายแจกป้าย "หมู่บ้านศีล 5" ขณะที่ปัญหาพระศาสนาร้อนระอุ ให้มันได้อย่างนี้ซี่ พระเดชพระคุ๊ณ !

 

 

 

 

 

หลักฐานที่ไม่น่าเชื่อถือของมหาเถรสมาคม
ต้องรอรับจากศูนย์ฮอตไลน์ของสำนักพุทธฯเท่านั้น

 

 

 

 

พุทธวจนะจากพระโอษฐ์

"พระไทยสามแสนรูป สวดปาติโมกข์เกินพุทธบัญญัติ สอนพระไตรปิฎกก็ไม่ถูก มีอาตมาสอนถูกอยู่คนเดียว เชิญญาติโยมมาฟังพุทธวจนะบริสุทธิ์จากปากของอาตมารูเดียวเท่านั้น นอกนั้นมิใช่พุทธวจนะ"

 

 

 

 

กูแน่ !

แน่จริงทำไมไม่ตั้งนิกายใหม่ ?

ประกาศแยกตัวออกไปเลย เหมือนโพธิรักษ์

แล้วจะคอยดูว่าแน่แค่ไหน

 

 

 


 

 

แล้วถามว่า พวกพระที่วิ่งไปซูเอี๋ยคึกฤทธิ์พวกนี้ล่ะ

จะปูนบำเหน็จอย่างไร ตั้งเป็นเจ้าคุณทั้งแก๊งค์เลยดีไหม ?

 

 

 

ชงมหาเถรฯ สอบ พระคึกฤทธิ์ วัดนาป่าพง ยุบศีลพระจาก 227 ข้อเหลือ 150 ข้อ

 

 

วันนี้ (17 ส.ค. 57) นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) กล่าวว่า การประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) ในวันที่ 20 ส.ค.นี้ พศ.จะนำเรื่องร้องเรียนเกี่ยวกับพระอธิการคึกฤทธิ์ โสตฺถิผโล หรือ พระอาจารย์คึกฤทธิ์ เจ้าอาวาสวัดนาป่าพง จังหวัดปทุมธานี เข้าหารือ เนื่องจากช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมามีพุทธศาสนิกชนร้องเรียนเข้ามายังศูนย์ฮอตไลน์ของ พศ. และร้องเรียนไปยังคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ว่า พระอธิการคึกฤทธิ์ มีการตัดศีลปาฏิโมกข์ของพระสงฆ์ตามพระธรรมวินัยที่กำหนดไว้ 227 ข้อ เหลือเพียง 150 ข้อ เท่านั้น ซึ่งกรณีนี้ได้ส่งผลให้วัดนาป่าพงถูกตัดออกจากการเป็นวัดสาขาของวัดหนองป่าพง จังหวัดอุบลราชธานี ไปเมื่อปี 2553

 

นายนพรัตน์ กล่าวต่อไปว่า หลังจากที่ได้รับร้องเรียน พศ.ได้แจ้งไปยังสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัด (พศจ.) ปทุมธานี เพื่อประสานเจ้าคณะอำเภอลำลูกกา ให้ลงพื้นที่ตรวจสอบในทันที และล่าสุดได้รับรายงานว่า ได้ลงพื้นที่เมื่อวันที่ 13 ส.ค. ที่ผ่านมา และได้เข้าพบพระอธิการคึกฤทธิ์เพื่อสอบถามเกี่ยวกับเรื่องดังกล่าว ซึ่งพระอธิการคึกฤทธิ์ก็ยอมรับว่ามีการตัดศีลของพระสงฆ์เหลือเพียง 150 ข้อจริง แต่ยืนยันว่าเป็นการยึดคำสอนตามพระไตรปิฎก ไม่ได้แก้ไขอะไร อย่างไรก็ตามเนื่องจากเรื่องนี้เกี่ยวข้องกับศีลของพระสงฆ์ จึงจำเป็นต้องนำเข้าหารือในที่ประชุมมส. เพื่อขอให้ตั้งพระเถระชั้นผู้ใหญ่หรือพระสงฆ์ที่มีความรู้ความสามารถขึ้นมาพิจารณากรณีของพระอธิการคึกฤทธิ์ว่ามีความผิดหรือไม่อย่างไร

 

ในอดีตก็เคยเกิดกรณีที่คล้ายกันนี้มาแล้ว เช่น กรณีของสำนักสันติอโศก ซึ่งทางมหาเถรสมาคมได้มีการพิจารณาแล้วมีมติปกาสนียกรรม ซึ่งหมายความว่าตัดออกจากคณะสงฆ์ไทย และคณะสงฆ์ไทยไม่ให้การยอมรับ ส่วนกรณีของวัดนาป่าพงจะมีการดำเนินการอย่างไร ต้องอยู่ที่ผลการพิจารณาของที่ประชุมมหาเถรสมาคมต่อไป ผอ.พศ.กล่าว     

 

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า สำหรับคำชี้แจงของพระอธิการคึกฤทธิ์ ต่อเจ้าคณะอำเภอลำลูกกา และ พศจ.ปทุมธานี เมื่อวันที่ 13 ส.ค.นั้น พระอธิการคึกฤทธิ์ชี้แจงว่า ได้แยกส่วนคำแต่งใหม่กับคำพระพุทธเจ้าในพระไตรปิฏกออกจากกัน เพราะไปเจอพระสูตรที่พระพุทธเจ้าตรัสว่า ไม่ให้ต่อเติมแต่งคำใหม่ของพระองค์ จึงอยากให้ชาวพุทธได้รู้ว่า ความจริงที่พระพุทธเจ้าตรัสสอนล้วนๆ นั้น เป็นอย่างไร โดยไม่มีอรรถกถา คือคำขยายความ หรือคำแต่งใหม่ของสาวกเข้าไปปนเหมือนพระไตรปิฏกที่ใช้กันอยู่ และไม่ได้มีอยู่เล่มเดียวทั้งหมด จะมี 33 เล่ม ตามพระไตรปิฏกฉบับสยามรัฐ ที่ใช้กันมาตั้งแต่รัชกาลที่ 5 ซึ่งไม่ได้มีการดัดแปลงใดๆ

 

 

 

 

เจ้าคุณพิมพ์พูดดี

"ตัดพระวินัยออก ก็เท่ากับตัดรากแก้วพระศาสนา"

 

 

 

 

 

พระธรรมคุณาภรณ์
(พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.7)
เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา รองเจ้าคณะภาค 7

 

 

ด้าน พระธรรมคุณาภรณ์  (พิมพ์ ญาณวีโร ป.ธ.7)  เจ้าอาวาสวัดปทุมคงคา รองเจ้าคณะภาค 7 กล่าวว่า พระพุทธองค์ได้บัญญัติพระธรรมวินัยไว้ 227 ข้อ ซึ่งหลังจากปรินิพพานแล้วเหล่าสาวกจะคงไว้หรือจะตัดให้เหมาะสมก็ได้ แต่ในส่วนฝ่ายเถรวาทนั้น ยึดแบบดั้งเดิมที่พระพุทธองค์ทรงบัญญัติพระธรรมวินัยไว้ 227ข้อโดยไม่มีใครไปตัดออก โดยพระธรรมวินัยแบ่งออกเป็น 2 ส่วน คือ พุทธบัญญัติ หมายถึง ข้อห้ามที่พระพุทธองค์ทรงตั้งขึ้น เพื่อป้องกันความประพฤติเสียหาย และวางโทษแก่ภิกษุผู้ล่วงละเมิดด้วยปรับอาบัติหนักและเบาตามโทษที่ได้กระทำผิด ส่วนอภิสมาจาร คือ ขนบธรรมเนียมที่ทรงแต่งตั้งขึ้น เพื่อชักนำความประพฤติของภิกษุสงฆ์ให้ดีงาม เช่น เวลายืนไม่ให้แสดงธรรม ไม่ให้หัวเราะเสียงดัง ฉันข้าวไม่ให้พูด เป็นต้น เมื่อรวมพุทธบัญญัติกับอภิสมาจารเข้าด้วยกัน จะเรียกว่า พระธรรมวินัย หากมีการตัดส่วนใดส่วนหนึ่งออกไป พระธรรมวินัยก็จะไม่มีความสมบูรณ์ อย่างไรก็ตาม การที่มีความเข้าใจผิดไปตัดอภิสมาจารออกให้เหลือเพียงพุทธบัญญัติ 150 ข้อ ถือว่า ไม่เหมาะสม เพราะเวลาสวดปาฏิโมกข์พระสงฆ์ก็จะสวด 227 ข้อถึงจะมีความสมบูรณ์ ถือเป็นรากแก้วของพระพุทธศาสนา

 

 

 

ที่มา : เดลินิวส์
18 สิงหาคม 2557

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

 

WWW.ALITTLEBUDDHA.COM WAT THAI LAS VEGAS 2920 MCLEOD DRIVE LAS VEGAS NEVADA 89121  U.S.A.  PHONE. 702-384-2264