พระฆ่าพระ !

ความเห็นไม่ตรงกันเรื่องบัวขาวแหกค่ายขึ้นชก

สุดท้ายตีหัวกันตาย

 

 

 

ไทยไฟต์-ไทยสู้ไทย

ไม่ใช่ไทยสู้รัสเซีย

 

 

สลด ! พระฆ่าพระ สาเหตุเถียงกันเรื่อง "บัวขาว" ฉีกสัญญาจากค่าย

 

วันที่ 18 เม.ย.55 เวลา 08.45 น. พ.ต.ท.ภาสพงศ์  ศรีเมือง สารวัตรเวร สภ.เมืองศรีสะเกษ ได้รับแจ้งมีพระถูกฆาตกรรมเสียชีวิตที่วัดเจียงอีศรีมงคลวราราม วัดเจ้าคณะจังหวัด อำเภอเมือง จังหวัดศรีสะเกษ จึงรายงานให้ พ.ต.อ.อัยรัช ชินประยูร ผกก.สภ.เมืองทราบ พร้อมนิมนต์ พระราชกิตติรังสี เจ้าคณะจังหวัดศรีสะเกษ ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ

 

ที่เกิดเหตุบริเวณกุฏิใต้วิหารพระนอน พบศพ พระวิรัตน์ เพชรนอก หรือ พระวิรัตน์ จิตะธัมโม อายุ 66 ปี อดีตทหารยศพันเอก บ้านเดิมอยู่เลขที่ 161/209 หมู่ 1 ต.ลำผักกูด อ.ธัญบุรี จ.ปทุมธานี  นอนเสียชีวิตอยู่บนพื้นในกุฏิ สภาพเลือดไหลออกมาทางปาก และบนศีรษะพบบาดแผลขนาดกว้างคล้ายเป็นรอยแผลถูกขวดหรือของแข็งตี  รอบๆกุฏิพบรอยเลือด และเศษแก้ว หรือ เศษขวดที่แตกกระจายอยู่รอบๆ

 

ตรวจสอบหลักฐานยังที่เกิดเหตุ พบจีวรเปื้อนเลือด สอบถามทราบว่า เป็นจีวรของพระอภิรักษ์ โพธิ์งาม บ้านเดิมอยู่เลขที่ 12 ต.กล้วยกว้าง อ.ห้วยทับทัน จ.ศรีสะเกษ จึงนำตัวมาสอบสวน แต่ให้การวกวนไปมา ตรวจตามร่างกายพบบริเวณเล็บมีคราบเลือดติดอยู่ ที่กกหูมีบาดแผลเป็นรอยเล็บข่วน ซึ่งคาดว่าน่าจะเกิดจากการต่อสู้กัน

 

หลังสอบสวนนานหลายชั่วโมง พระอภิรักษ์จึงให้การภาคเสธ รับว่าร่วมทำร้ายแต่ไม่ได้หมายที่จะเอาชีวิต เป็นเพียงการทะเลาะวิวาทกันตามปกติ ซึ่งเกิดขึ้นบ่อยๆ ตามประสาพระไม่ถูกกัน

 

โดยเหตุเกิดจากขณะเมื่อคืนพระรวม 3 รูป นั่งชมการชกของ "บัวขาว" ในศึก "ไทยไฟท์" ด้วยกัน แต่เกิดถกเถียงกันเรื่อง "บัวขาว" ในการมาชก เพราะไม่ได้รับอนุญาตจากต้นสังกัด เป็นการฉีกสัญญาค่าย ป.ประมุข แต่ความคิดเห็นไม่ตรงกัน จึงทำให้เกิดอารมณ์ คว้าท่อนเหล็กแป๊บตี ไปที่ศรีษะครั้งเดียว ก่อนเดินทางจากไป ทั้งนี้ไม่ทราบว่าเสียชีวิต ส่วนเหล็กได้โยนทิ้งไปกับกองขยะ ซึ่งรถเทศบาลมาขนไปแล้ว

 

หลังสอบสวน เจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวพระอภิรักษ์ไปทำการสึก เพื่อดำเนินคดีในข้อหาฆ่าบุคคลอื่นโดยเจตนา พร้อมกับสอบพยานเพิ่มอีก 2 ปาก เพราะพระอภิรักษ์ซัดทอดว่าร่วมกันรุมทำร้าย ซึ่งพระอีก 2 รูปยังให้การปฎิเสธและยังไม่ยอมสึก อยู่ระหว่างการสอบสวน

 

 

ที่มา : คมชัดลึก
19 เมษายน 2555


 


ผิด..แต่ไม่ร้ายแรง
!

 

การท่องเที่ยวไทยประกาศ

กรณีบัวขาว "แหกค่าย" ขึ้นชก

แต่..ต้องรอให้เจ้าทุกข์แจ้งความ

 

 

 

 

เหอะ ทำเพื่อชาติ มันก็ต้องผิดบ้างนะ

เพราะเคยมีการทำสงครามเพื่อชาติมาแล้ว

เรื่องแค่นี้จิ๊บๆ

 

 

 

 

 

บัวขาวชูพระบรมฉายาลักษณ์ในหลวงก่อนขึ้นชก
ทั้งๆ ที่รู้อยู่ว่า ตนเองขึ้นชกผิดกฎหมายมวย แต่ฝืนทำ

 

 

อา..ทำดีเพื่อชาติ ถึงจะผิดกฎหมาย แต่ใครไหนจะกล้าแจ้งความ ขืนแจ้งก็เจอข้อหา "ไม่รักชาติ" อุ๊ย เคยได้ยินจากเวทีไหนเนี่ย นะ ทำดีเพื่อชาติ ก็ต้องมีผู้เสียสละบ้าง เพราะผม (บัวขาว) ขึ้นชกก็เหนื่อยกว่าผู้ชมล่างเวทีเสียอีก

 

 

 


 

นี่ก็เอา "ชาติ-ศาสนา" บังหน้า

ทำดีเพื่อชาติ-ศาสนา กฎ กติกา มารยาท ไม่จำเป็นต้องมี น่าที่จะนำประเทศชาติไปสู่อารยธรรม กลับนำไปสู่บ้านป่าเมืองเถื่อน นี่ท่านราชบัณฑิตทำเป็นตัวอย่างเองเลยนะเนี่ย วันหลังบัวขาวต้องไปฝากตัวเป็นศิษย์วัดราชโอรสเสียแล้ว

 

 

มันก็อีหรอบเดียวกับตักบาตรล้านรูปนั่นแหละ อ้างพระสงฆ์ทั้งแผ่นดิน สุดท้ายก็กลายเป็นชื่อ "ธัมมชโย" คนเดียว จนป่านนี้ยังไม่มีเจ้าทุกข์คนไหนไปแจ้งความเลย ขนาดสำนักพุทธฯก็ยังเงียบ สงสัยอมสากกะเบือทั้งสำนักแล้วกระมัง ตะทีข่าวพระตุ๊ดเณรแต๋วละพ่อแหวทันควันเชียว !

 

 



 

 

THE BEST - ไฟต์เยี่ยมที่สุดของบัวขาว

 

ตอนอยู่กับ ป.ประมุข ชกฟอร์มไม่เอาอ่าวเลย พอแหกค่าย พ่อกลับชกดีเหมือนผีเข้า แบบนี้น่าฟ้องไหมล่ะ หุหุ


 

 

กกท. ระบุ ผู้จัดไทยไฟต์ และ บัวขาว ทำผิดพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 หลังขึ้นเวทีที่พัทยา หากมีเจ้าทุกข์ร้องเรียน คณะกรรมการกีฬามวยจะดำเนินการสอบสวนทันที...

 

หลังจาก บัวขาว ป.ประมุข ยอดนักชกชื่อดัง ฝืนขึ้นชกในศึกไทยไฟต์ ที่แหลมบาลีฮาย เมืองพัทยา จ.ชลบุรี เมื่อวันอังคารที่ผ่านมา ท่ามกลางปัญหาคาราคาซังมานานกับหัวหน้าค่าย ป.ประมุข ถึงขนาดจะมีการฟ้องร้องกัน โดยในนัดดังกล่าว บัวขาว ชนะน็อก รัสเท็ม ชารีปอฟ จากรัสเซีย ในยกที่ 2 ท่ามกลางความสะใจของแฟนมวยทั่วประเทศ โดยเจ้าตัวกล่าวหลังจากนั้นว่า ตนทำเพื่อชื่อเสียงของประเทศ แม้รู้ว่าวันรุ่งขึ้นต้องติดคุกก็ยอมนั้น           

ล่าสุด นายสกล วรรณพงษ์ รองผู้ว่าการการกีฬาแห่งประเทศไทย (กกท.) ฝ่ายกีฬาอาชีพและสิทธิประโยชน์ เปิดเผยวันที่ 18 เม.ย. ว่า เรื่องนี้ทั้งผู้จัดและนักชกทำผิดพระราชบัญญัติกีฬามวย พ.ศ.2542 ซึ่งเดิมที ผู้จัดส่งหนังสือมาขออนุญาต กกท. จัดรายการดังกล่าว โดยที่มีบัวขาวขึ้นชก แต่ทางค่าย ป.ประมุข ได้แย้งเข้ามาว่าไม่ยินยอม กกท. จึงได้แจ้งไปทางผู้จัดว่าไม่สามารถทำได้ ซึ่งผู้จัดได้ส่งหนังสือมาอีกฉบับ ยืนยันว่าจะไม่มีบัวขาวชก ทาง กกท. จึงอนุญาตให้ชกได้ และเมื่อค่าย ป.ประมุขทราบเช่นนั้น ก็ไม่ได้ติดใจอะไรแล้ว
           

แต่ปรากฏว่าเมื่อถึงวันชก มีบัวขาวที่ผู้จัดระบุว่าเป็นนักชกสำรองขึ้นเวที ก็ถือว่าเป็นการทำผิด พ.ร.บ. เนื่องจากเจ้าของค่าย ป.ประมุข ไม่ยินยอม โดย พ.ร.บ.กีฬามวย ข้อ 39 ระบุว่า หากมีการฝ่าฝืนไม่ปฏิบัติตามบทบัญญัติแห่ง พ.ร.บ.นี้ ให้นายทะเบียนมีอำนาจเพิกถอนทะเบียนเป็นการชั่วคราว หรือสั่งพักใช้ใบอนุญาตได้ โดยมีกำหนดระยะเวลาที่เห็นสมควร แต่ไม่เกินครั้งละ 6 เดือน
  ซึ่งผู้ที่ถูกเพิกถอนใบอนุญาต จะกระทำการใดๆ ตามที่ได้รับจดทะเบียน หรือได้รับอนุญาตในระหว่างนั้นไม่ได้ ขณะที่บัวขาว ในฐานะนักชกที่ค่ายไม่อนุญาตให้ใช้ ป.ประมุข ขึ้นชก ก็ถือว่าฝ่าฝืน พ.ร.บ.มวย ในส่วนของระเบียบคณะกรรมการกีฬามวย ว่าด้วยการสังกัดและย้ายสังกัดค่ายมวย พ.ศ.2544 ข้อ 10 เมื่อเข้าสังกัดค่ายมวยตามระเบียบนี้แล้ว นักมวยมีหน้าที่ต้องปฏิบัติตามกฎระเบียบของค่ายมวยที่ตนสังกัดอยู่ และจรรยาบรรณของนักมวยโดยเคร่งครัด และตกลงมอบให้หัวหน้าค่ายมวยมีอำนาจในการกำหนดแผนการฝึกซ้อม รวมถึงการฝึกซ้อมเพื่อเตรียมการแข่งขัน การเสนอชื่อเข้าร่วมการแข่งขัน การตกลงกำหนดเงินรางวัลในการแข่งขันร่วมกับผู้จัดรายการแข่งขัน และการทวงถามการโต้แย้งสิทธิ์ต่างๆ แทนนักมวย รวมไปถึงข้อ 11 นักมวยที่สังกัดค่ายมวย จะต้องเข้าแข่งขันในนามของค่ายมวยที่ตนสังกัด และใช้ชื่อแข่งขันตามที่กำหนดในสัญญาเท่านั้น กรณีที่นักมวยจะเข้าแข่งขันในนามอื่น เช่น ในนามผู้แทนชาติไทย หรือหน่วยงาน หรือการกุศลในพิธีสำคัญเป็นครั้งคราว ให้กระทำได้โดยความยินยอมเป็นลายลักษณ์อักษรจากหัวหน้าค่ายมวยเท่านั้น ทั้งนี้ ในกรณีของนักมวยที่ฝ่าฝืน ก็มีบทลงโทษในลักษณะเดียวกับผู้จัดคือ มีทั้งใบเหลือง ยึดใบอนุญาตการชกชั่วคราว 6 เดือน และใบแดง ยึดแบบไม่มีกำหนด

"อย่างไรก็ตาม ในกรณีที่เกิดขึ้น ตามกฎหมายกีฬามวยระบุว่า จะต้องมีเจ้าทุกข์เข้ามาร้องเรียนก่อน คณะกรรมการกีฬามวยจึงจะดำเนินการได้ ซึ่งหากมีการร้องเรียนเข้ามาเมื่อไหร่ เราก็จะเดินหน้าสอบสวนเรื่องนี้ตามกระบวนการทันที ที่สำคัญคงต้องดูในเรื่องของสัญญา ทั้งผู้จัดกับนักมวย และค่ายมวยกับนักมวยว่าเป็นอย่างไร โดยอย่างที่ทราบ เรื่องนี้หากทำผิด จะมีการยึดใบอนุญาต ไม่ได้เป็นคดีอาญา จึงไม่ได้มีโทษถึงติดคุกอย่างที่เข้าใจกัน ไม่เหมือนกรณีล้มมวยที่หากผิดจริง จะถูกจำคุกถึง 5 ปี" นายสกลกล่าว
 

 

 

ที่มา : ไทยรัฐ ภาพ : ผู้จัดการ
19 เมษายน 2555

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264