สิ้นหลวงพ่อทองยอด !

 

สุดยอดพระธรรมทูตไทยสายต่างประเทศ

 

 

 

 

 

พระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.9)
เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย-เนปาล

 

 

 

ข่าวจากโรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพฯ แจ้งว่า พระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.9 Ph.D.) เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย ได้ถึงแก่มรณภาพลงแล้วอย่างสงบ ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ เมื่อเวลา 09.00 น. เช้าวันที่ 28 พฤษภาคม พ.ศ.2554 สิริอายุ 83 ปี พรรษา 63 ศิษยานุศิษย์นำสรีระสังขารบำเพ็ญกุศลที่วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

 

พระเทพโพธิวิเทศนั้น มีนามเดิมว่า ทองยอด นามสกุล บุณยเนตร เกิดเมื่อวันที่ 10 พฤษภาคม พุทธศักราช 2471 บิดามารดาชื่อว่า นายไวย นางถมยา บุณยเนตร เป็นชาวบ้านพิตเพียน ตำบลพิตเพียน อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา

 

อายุ 15 ปี ได้รับการบรรพชาเมื่อวันที่ 13 เดือนกรกฎาคม พ.ศ.2486 ที่วัดกุฎีทอง ตำบลพิตเพียน อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา มีพระครูประจักษ์สุตคุณ วัดอุโลม ตำบลมหาราช อำเภอมหาราช จังหวัดพระนครศรีอยุธยา เป็นพระอุปัชฌาย์ สามารถศึกษาพระปริยัติธรรมได้รวดเร็ว ใช้เวลา 3 ปี ก็สอบได้นักธรรมชั้นเอก ในปี พ.ศ.2489 ในนามสำนักเรียนวัดกุฎีทอง จากนั้นจึงได้ย้ายเข้ามาศึกษาต่อในกรุงเทพมหานคร สังกัดวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์

 

อายุ 20 ปี ได้รับการอุปสมบทเป็นพระภิกษุ ณ พัทธสีมาวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ กรุงเทพมหานคร มีพระธรรมปัญญาบดี (สวัสดิ์ กิตฺติสาโร ป.ธ.5) เป็นพระอุปัชฌาย์ พระเทพเมธี (ปลื้ม อุตฺตโร ป.ธ.5) เป็นพระกรรมวาจาจารย์ พระธรรมราชานุวัตร (ทองคำ ธมฺมทฺธโช ป.ธ.9) เป็นพระอนุสาวนาจารย์ ได้ฉายา ภูริปาโล

 

พ.ศ.2499 รัฐบาลไทยโดยการเชื้อเชิญของรัฐบาลอินเดีย ได้ก่อสร้างวัดไทยพุทธคยาขึ้นมา ณ ตำบลพุทธคยา รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย เพื่อถวายเป็นพุทธบูชาเนื่องในโอกาสครบรอบ 25 พุทธศตวรรษ โดยรัฐบาลและคณะสงฆ์ไทยได้จัดส่งพระธรรมทูตชุดแรกไปปฏิบัติศาสนกิจ มีพระธรรมธีรราชมหามุนี (ธีร์ ปุณฺณโก ป.ธ.9) วัดจักรวรรดิราชาวาส เป็นหัวหน้า (ต่อมาได้รับการสถาปนาขึ้นเป็นสมเด็จพระธีรญาณมุนี) พร้อมด้วยพระธรรมทูตอีก 4 รูป ได้แก่ 1.พระครูประสิทธิพุทธิศาสน์ (บุญศรี) วัดพันตอง อำเภอเมือง จังหวัดเชียงใหม่ (ภายหลังได้เป็นพระโพธิรังษี ตำแหน่งรองเจ้าคณะจังหวัดเชียงใหม่) 2.พระครูวิบูลธรรมศาสน์ (สังวาล) วัดกระโดงทอง อำเภอเสนา จังหวัดพระนครศรีอยุธยา 3.พระมหาเกียรติ สุกิตฺติ ป.ธ.7 วัดจักรวรรดิราชาวาส (ภายหลังได้เป็นพระราชธรรมมุนี) และ 4.พระมหาชวินทร์ อจฺจาทโร ป.ธ.7 วัดเบญจมบพิตรดุสิตวนาราม (ภายหลังได้เป็นพระอุดรคณาธิการ และได้ลาสิกขาไปเป็นนายชวินทร์ สระคำ) คณะพระรรมทูตชุดแรกเดินทางออกจากประเทศไทยในวันที่ 20 พฤษภาคม พ.ศ.2502

 

พ.ศ.2502 พระมหาทองยอด สามารถสอบได้เปรียญธรรม 9 ประโยค อันถือว่าเป็นสุดยอดการศึกษาของคณะสงฆ์ไทย จากนั้นได้เดินทางไปศึกษาต่อที่มหาวิทยาลัยวิศวภารตี (สันตินิเกตัน) รัฐเวสต์เบงกอล ประเทศอินเดีย ระยะนั้นก็เดินทางมานมัสการพระศรีมหาโพธิ์และพำนักอยู่ที่วัดไทยพุทธคยา เริ่มช่วยเหลืองานพระธรรมทูตอย่างไม่เป็นทางการ ในพิธีอุปสมบทของจอมพล ป.พิบูลสงคราม อดีตนายกรัฐมนตรี ที่วัดไทยพุทธคยา เมื่อวันที่ 3 สิงหาคม พ.ศ.2503 นั้น มีชื่อพระมหาทองยอด พระนักศึกษาจากเมืองกัลกัตตา มาร่วมเป็นพระอันดับด้วย

 

คณะพระธรรมทูตไทยชุดแรก ปฏิบัติศาสนกิจถึง พ.ศ.2506 ก็เดินทางกลับประเทศไทย คณะสงฆ์ไทยได้แต่งตั้งพระธรรมทูตที่ 2 ไปปฏิบัติหน้าที่แทน มีพระเทพวิสุทธิโมลี (บุญเลิศ ทตฺตสุทฺธิ ป.ธ.8) วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์ เป็นหัวหน้า (ภายหลังได้เป็นพระสุเมธาธิบดี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร)  พร้อมด้วยพระธรรมทูตอีก 4 รูป ได้แก่ 1.พระมหาเกษม อํสุการี ป.ธ.7 (ภายหลังได้เป็นพระราชวิริยาภรณ์) 2.พระภิกษุสีลานันทะ (พระวง สีลานนฺโท) 3.พระสงัด ปริสุทฺโธ หรือพระภิกษุวิเวกานันทะ และ 4.พระมหาพีร์ สุชาโต ป.ธ.5 (ภายหลังได้เป็นพระธรรมสุธี เจ้าอาวาสวัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฎิ์และเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร) โดยพระธรรมทูตชุดที่ 2 ได้เดินทางจากเมืองไทยในวันที่ 4 กรกฎาคม พ.ศ.2506 และในฐานะที่พระมหาทองยอด เป็นพระภิกษุจากวัดมหาธาตุ จึงมีความคุ้นเคยในวัดไทยพุทธคยามากยิ่งขึ้น เรียกได้ว่าเข้าสังกัดวัดพุทธคยามาตั้งแต่นั้น แต่ในช่วงนั้นพระมหาทองยอดยังศึกษาอยู่ที่มหาวิทยาลัยนวนาลันทา เมืองนาลันทา รัฐพิหาร ซึ่งที่นั่นวัดไทยพุทธคยาได้สร้างสาขาชื่อว่าวัดไทยนาลันทา ในปี พ.ศ.2517 มีเจ้าอาวาสปกครองนับตั้งแต่

 

1.พระมหานคร เขมปาลี ป.ธ.6 Ph.D. (พ.ศ.2515-2518) ภายหลังเป็นพระราชรัตนโมลี อดีตอธิการบดีมหาจุฬาลงกรณราชวิทยาลัย หรือ มจร.

 

2.พระสงัด ปริสุทฺโธ หรือหลวงพ่อวิเวกานันทะ Ph.D. (พ.ศ.2518-2519) ภายหลังได้ลาออกและเดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา ตำแหน่งสุดท้ายเป็นเจ้าอาวาสวัดพุทธิ ชิโน่ ฮิลส์ รัฐแคลิฟอร์เนีย

 

3.พระมหาวันดี กนฺตสีโล (วงษาเคน) ป.ธ.6 Ph.D. วัดยานนาวา กรุงเทพมหานคร ภายหลังได้ลาออกและเดินทางมาปฏิบัติศาสนกิจในประเทศสหรัฐอเมริกา ปัจจุบันเป็นเจ้าอาวาสวัดพรหมจริยการาม เมืองเฟรสโน่ รัฐแคลิฟอร์เนีย

 

หลวงพ่อวันดีดำรงตำแหน่งอยู่ถึง พ.ศ.2523 ก็ลาออก เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยาในสมัยนั้นจึงแต่งตั้งให้พระมหาทองยอด ภูริวิปุโล ดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไทยนาลันทา เป็นรูปที่ 4

 

พ.ศ.2526 พระมหาทองยอด ภูริปาโล สำเร็จการศึกษาระดับปริญญาเอก สาขาปรัชญา จากมหาวิทยาลัยมคธ รัฐพิหาร ประเทศอินเดีย

 

ต่อมาในปี พ.ศ.2531 พระสุเมธาธิบดี (บุญเลิศ ทตฺตสุทฺธิ ป.ธ.8 Ph.D.) หัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย ได้รับการแต่งตั้งให้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะกรุงเทพมหานคร จึงต้องลาออกจากตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยาและหัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย และคณะสงฆ์ได้แต่งตั้งให้พระมหาทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.9 Ph.D. เจ้าอาวาสวัดไทยนาลันทา ให้ย้ายมาดำรงตำแหน่งเจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา และดำรงตำแหน่งหัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย

 

พ.ศ.2533 พระมหาทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.9 ได้รับพระมหากรุณาธิคุณโปรดฯแต่งตั้งเป็นพระราชาคณะชั้นสามัญในราชทินนาม พระศรีสุธรรมมุนี

พ.ศ.2539 พระศรีสุธรรมมุนี (ทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.9) ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะชั้นราช ในราชทินนาม พระราชโพธิวิเทศ

พ.ศ.2548 พระราชโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.9) ได้รับพระราชทานเลื่อนสมณศักดิ์ขึ้นเป็นพระราชาคณะชั้นเทพ ในราชทินนาม พระเทพโพธิวิเทศ

 

 

 

พระเทพโพธิวิเทศ หรือหลวงพ่อทองยอดนั้น เป็นพระนักศึกษาพัฒนาตนเองจนเป็นบัณฑิตผู้คงแก่เรียน เขียนตำราเกี่ยวกับพระพุทธศาสนาในดินแดนพุทธภูมิไว้มากมายหลายเล่ม เคยนำเสด็จสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา สยามบรมราชกุมารี เมื่อครั้งเสด็จนมัสการสังเวชนียสถานในอินเดีย ระหว่างวันที่ 13-14 มีนาคม พ.ศ.2530

 

กล่าวทางด้านวัตรปฏิบัติ พระสงฆ์และพุทธศาสนิกชนในอินเดียจะรับทราบกันเป็นอย่างดีว่า หลวงพ่อทองยอดนั้นท่านมีสีลาจารวัตรงดงาม เคร่งครัดในพระธรรมวินัย จนใครๆ ได้ยินกิตติศัพท์ก็ต้องยำเกรง

 

ภายใต้การนำของพระเทพโพธิวิเทศ ปัจจุบันวัดไทยพุทธคยามีสาขาอยู่ทั่วอินเดียและเนปาล ได้แก่ วัดไทยนาลันทา วัดไทยกุสินาราเฉลิมราชย์ วัดไทยลุมพินี ประเทศเนปาล วัดไทยสิริราชคฤห์ รัฐพิหาร วัดไทยเวสาลี รัฐพิหาร

 

ด้วยปณิธานมุ่งมั่นทำงานอุทิศชีวิตเพื่อพระพุทธศาสนาในอินเดียซึ่งเป็นแดนเกิดของพระพุทธศาสนา พระเทพโพธิวิเทศจึงไม่เคยกลับมาจำพรรษาในประเทศไทยเลย ตลอดเวลากว่า 50 ปีในอินเดีย โดยท่านตั้งใจไว้ว่าจะขอตายในอินแดนพุทธภูมิ

 

 

 

 

ในปลายเดือนมกราคม พ.ศ.2554 หลวงพ่อพระเทพโพธิวิเทศอาพาธด้วยโรคชรา ศิษยานุศิษย์จึงขอนิมนต์ให้มาพักรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพมหานคร โดยพำนักอยู่ที่ตึกวชิรญาณ ชั้น 4 ห้อง 407 โดยท่านคิดว่าคงจะมาพักรักษาตัวเพียงชั่วคราว อาการทุเลาลงแล้วคงจะได้กลับอินเดีย เพราะหัวใจท่านอยู่ที่อินเดีย

 

งานประชุมพระธรรมทูตสายต่างประเทศที่อินเดีย ระหว่างวันที่ 24 กุมภาพันธ์ ถึง 5 มีนาคม พ.ศ.2554 ที่ผ่านมา โดยเปิดงานที่วัดไทยพุทธคยา ไฮไลต์ของงานนี้ก็คือ การถวายเกียติบัตรพระธรรมทูตดีเด่นเป็นรูปแรกแก่พระเทพโพธิวิเทศ เจ้าอาวาสวัดไทยพุทธคยา และหัวหน้าพระธรรมทูตไทยสายอินเดีย ทุกคนหวังว่าหลวงพ่อทองยอดจะหายป่วยกลับไปรับแขกทัน แต่สุดท้ายท่านก็ไปไม่ได้

 

พระเทพโพธิวิเทศ (ทองยอด ภูริปาโล ป.ธ.9) ถึงแก่มรณภาพอย่างสงบ เมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 28 พฤษภาคม พุทธศักราช 2554 ที่โรงพยาบาลจุฬาลงกรณ์ กรุงเทพมหานคร สิริอายุ 83 พรรษา 63 ทิ้งงานพระธรรมทูตไทยในอินเดียอันยิ่งใหญ่และท้าทายให้พระธรรมทูตชุดใหม่ ชุดที่ 4 ได้สืบสานต่อไป

 

 

คณะสงฆ์ วัดไทยลาสเวกัส ขอกราบนมัสการและขอไว้อาลัยมา ณ โอกาสนี้

 

 

 

ะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม รายงาน
28 พฤษภาคม 2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264