หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ครั้งที่ 5

กรณีตั้งพระโสภณปริยัติเวทีเป็นเจ้าคณะภาค 1

 

 

"อย่าให้พระสงฆ์สามเณรผิดหวัง"

 

 

 

 

สมเด็จพระพุฒาจารย์ (อุปเสณมหาเถร)
ประธานคณะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช

 


 

ล่วงมาเป็นเวลา 1 เดือน กับ 4 วันแล้ว กับการที่มหาเถรสมาคม โดยการเสนอของพระพรหมโมลี เจ้าคณะใหญ่หนกลาง ได้ลงมติให้พระโสภณปริยัติเวที (สายชล ฐานวุฑฺโฒ ป.ธ.9) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม อายุเพียง 45 ปี ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 ท่ามกลางเสียงคัดค้านของพระสงฆ์สามเณรทั่วราชอาณาจักรและทั่วโลก และท่ามกลางบรรยากาศการเลือกตั้งทั่วไปของประเทศไทย ซึ่งกำหนดไว้ในวันที่ 3 กรกฎาคม พ.ศ.2554 มีการโฆษณาประชาสัมพันธ์แข่งขันกันทางด้านนโยบายของพรรคการเมืองต่างๆ สัญญาว่าจะทำสิ่งนั้นสิ่งนี้ให้แก่ประชาชน "ถ้าเลือกคนของพรรคเข้าไปเป็น ส.ส." แม้ว่าคำสัญญาบางอย่างจะค่อนข้างเลื่อนลอย แต่ประชาชนคนไทยก็ยังมีหวัง ดีกว่าไม่หวังอะไรเลย การเลือกตั้งแม้จะมิใช่ระบบดีที่สุดในโลก แต่ก็ได้รับการยอมรับว่าดีมากกว่าระบบอื่นๆ เช่นระบบเผด็จการทหารเป็นต้น

 

พระภิกษุสามเณรไทยนั้น ก็เป็นคนไทยนี่เอง เข้ามาบวชศึกษาเล่าเรียนเพื่อสืบทอดพระพุทธศาสนา เรียกว่าเป็นศาสนทายาท บางคนอาจจะเบื่อผ้าเหลืองก็ลาสิกขาออกไปประกอบสัมมาอาชีพ แต่ก็ยังถือว่าตัวเองเป็นพุทธศาสนิกชน แม้ว่าจะต้องทำหลายหน้าที่ รวมทั้งหน้าที่พลเมืองดีในการไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎร เป็นต้น ดังนั้น พระภิกษุสามเณรไทยก็ย่อมจะได้รับทราบ ได้สัมผัส กลิ่นอายของประชาธิปไตยอยู่ใกล้ตัว แท้ที่จริงแล้ว การเลือกตั้งก็คือกระบวนการแสวงหาผู้นำ เพราะประเทศชาติศาสนาย่อมต้องมีผู้นำ การแสวงหาด้วยวิธีการ "รับสมัคร-ลงคะแนนเลือก" ถือว่าเป็นการมีส่วนร่วมของผู้คนทุกระดับ "ผู้นำ" จึงเป็นคำตอบในระดับ "สุดยอด" ของทุกประเทศชาติศาสนา

 

แต่ในระบบการปกครองของคณะสงฆ์ไทยที่มีการแต่งตั้งจากพระผู้ใหญ่ผู้กุมอำนาจสูงสุด เช่นกรณีการแต่งตั้งเจ้าคณะภาคต่างๆ ที่กฎมหาเถรสมาคมให้อำนาจแก่เจ้าคณะใหญ่เป็นผู้มีอำนาจพิจารณาเสนอแต่งตั้งต่อมหาเถรสมาคมแต่เพียงคนเดียว ทั้งนี้เพราะเชื่อว่าพระมหาเถระระดับเจ้าคณะใหญ่นั้นเป็นผู้มีวิจารณญาณ มองเห็นงานพระศาสนาว่าต้องการคนเช่นใด รวมทั้งตระหนักถึงระเบียบประเพณีที่บรรพบุรุษเคยประพฤติปฏิบัติมา ย่อมจะไม่ละเลยบริบทต่างๆ ในทางสังคมสงฆ์ ก่อนจะพิจารณาคัดเลือกพระภิกษุผู้เห็นสมควรดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาคส่งถวายรายงานขอความเห็นชอบต่อมหาเถรสมาคม

 

อดีตที่ผ่านมา พระมหาเถระผู้ดำรงตำแหน่งเจ้าคณะใหญ่ ได้ใช้วิจารณญาณอย่างเหมาะสม จึงทำให้ไม่เกิดแรงกระเพื่อมต่อคำสั่งแต่งตั้งเจ้าคณะภาค แม้ว่าพระภิกษุสามเณรจะมิได้เลือกตั้ง แต่ถ้าหากว่าพระผู้ใหญ่ทำการคัดเลือกอย่างเป็นธรรมแล้ว พระสงฆ์สามเณรทุกรูปทุกองค์ก็ยอมรับ ไม่มีปฏิกิริยาใดๆ ขอเพียงให้เหมาะสมและเป็นธรรมเท่านั้น ไม่ต้องหว่านอามิสสินจ้าง พระสงฆ์ไทยก็ซ้องสาธุการแล้ว

 

แต่ในครั้งนี้ เมื่อมีมติมหาเถรสมาคม วันที่ 20 เมษายน พ.ศ.2554 แต่งตั้งให้พระโสภณปริยัติเวที (สายชล ฐานวุฑฺโฒ ป.ธ.9) ผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงคราม พระราชาคณะชั้นสามัญ รองเจ้าคณะภาค 1 ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 ก็เกิดปฏิกิริยาจากพระภิกษุสามเณรทั่วประเทศว่าไม่เห็นด้วย ตามเหตุและผลที่ เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ได้นำเสนอมาหมดแล้ว

 

ระยะเวลาที่ผ่านมา เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ทำหน้าที่สื่อสะท้อนเสียงไปยังสมเด็จพระพุฒาจารย์ ในฐานะประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ให้ได้รับทราบถึงความต้องการของพระภิกษุสามเณรในสังฆมณฑล ว่าเขาต้องการพระมีคุณสมบัติเช่นใดมาเป็นผู้ปกครองพวกเขา กล่าวให้ชัดก็คือ พระโสภณปริยัติเวทีไม่มีคุณสมบัติเพียงพอสำหรับการดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 ในเวลานี้ และในประเทศไทยเรานี้ก็มีพระเถระ-พระมหาเถระ อีกมากมายที่มีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งดังกล่าว ถามว่าเหตุใดพระพรหมโมลีก็ดี มหาเถรสมาคมก็ดี ไม่ยอมพิจารณาท่านเหล่านั้น

 

เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม ไม่อยากจะเกี่ยวข้องกับเรื่องนี้เลย แต่ไม่เกี่ยวไม่ได้ เพราะเป็นเรื่องของประเทศชาติพระศาสนา จะปล่อยให้อยู่ในมือของคณะกรรมการมหาเถรสมาคมเพียงไม่กี่รูปนั้นถือว่าอันตราย เพราะบ่อยครั้งมีข้อผิดพลาดบกพร่องจากการทำงานของมหาเถรสมาคมเอง มิต้องนับถึงพระพรหมโมลีเพียงรูปเดียวเลย

 

แต่เราก็ยังเชื่อว่า คณะกรรมการมหาเถรสมาคม ภายใต้การนำของสมเด็จพระพุฒาจารย์ ยังคงเป็นพระมหาเถระผู้ทรงคุณวุฒิ มีสติสัมปชัญญะเพียงพอ แม้ว่าจะอยู่เบื้องบนก็ยินดีที่จะฟังเสียงเบื้องล่าง ไม่ถือทิฐิมานะเมื่อมีเสียงท้วงติง ไม่ดันทุรังจนถอยไม่ได้

 

สาเหตุที่เราเชื่อเช่นนั้นก็เพราะว่า กรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูปนั้นเป็นพระ แถมยังเป็นพระเถระด้วย ท่านย่อมจะมีความเมตตากรุณาต่อพระภิกษุสามเณรในสังฆมณฑล เมื่อพระภิกษุสามเณรต้องการเช่นไร ท่านย่อมจะรับฟังและอำนวยให้ตามสมควรแก่เหตุและปัจจัย แม้ว่าจะต้องเสียบ้าง ท่านก็ยินดีที่จะเสียสละ เพราะท่านมาทำงานในตำแหน่งเหล่านี้เพื่อรับใช้พระพุทธศาสนา มิใช่เพื่อแสวงหาอามิสสินจ้างเหมือนนักการเมืองแต่อย่างใด

 

ในวันนี้ พระสงฆ์สามเณรทั่วประเทศไทยยังคงรอคอย รอฟังคำตอบจากทางมหาเถรสมาคม ว่าจะเมตตาพิจารณาทบทวนมติที่ได้แต่งตั้งพระโสภณปริยัติเวทีไปแล้ว ด้วยการโยกย้ายพระโสภณปริยัติเวทีไปดำรงตำแหน่งอื่น รวมทั้งพระศรีศาสนวงศ์ด้วย แล้วพิจารณาสรรหาพระเถระที่มีความเหมาะสมกับตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 ให้เข้ามาบริหารกิจการคณะสงฆ์ต่อไป

 

ส่วนในอนาคตนั้น ถ้าพระโสภณปริยัติเวทีและพระศรีศาสนวงศ์ มีอายุพรรษามากขึ้นกว่านี้ และมีสมณศักดิ์เหมาะสมกับตำแหน่ง ถ้าหากมหาเถรสมาคมจะพิจารณาแต่งตั้งให้กลับมาดำรงตำแหน่งเจ้าคณะและรองเจ้าคณะภาค 1 อีก เราก็จะไม่คัดค้านเลย จะแสดงมุทิตาจิตยินดีด้วยซ้ำ

 

จึงขอกราบเรียนไปยัง สมเด็จพระพุฒาจารย์ อีกครั้งว่า "อย่าให้พระสงฆ์สามเณรผิดหวัง"

 

 

 

อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม

24 พฤษภาคม 2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264