บังคับเรียนบาลี !

 

มติมหาเถรให้ รร.ปริยัติสามัญปฏิบัติตาม

หุหุ ถามว่าถ้าไม่ทำตามล่ะ จะมีความผิดอะไรไม่ทราบ

 

ขนาดขอร้องยังไม่อยากเรียน แล้วนี่เล่นบังคับจะไหวเหรอครับ อย่างกรณีบ้านเมืองที่ออกกฎหมายบังคับให้เรียนจบ ม.3 หรือ 9 ปี นั้นทำได้ เพราะเป็นการศึกษาขั้นพื้นฐาน และชาวบ้านก็ไม่มีทางเลี่ยงหลีกหนี แต่นี่พระเณรซึ่งสมัครใจบวช แต่บางรูปอาจจะไม่สมัครใจเรียน ถ้าเราบังคับ-แต่เขาไม่ยินยอม แล้วถ้าเราไปลงโทษเขา เขาก็สึกออกไป ก็จบกัน คนบวชก็ยิ่งหายากเสียด้วย พอบวชแล้วกลับโดนบังคับให้เรียนบาลีซ้ำอีก แล้วทีนี้จะมีใครอยากบวช เพราะก่อนบวชต้องขานนาคเพิ่มเติมว่าด้วยเรื่องเรียนบาลีนี่อีก เฮ้อ ไม่รู้ว่าเป็นมติช่วยเสริมหรือซ้ำเติมบาลีกันแน่

 

 

 

หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ

 

"โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษา" ชื่อก็บอกอยู่ในตัวแล้วว่าเป็นโรงเรียนสอนวิชาการทางโลกสำหรับพระภิกษุสามเณร วัตถุประสงค์ของการตั้งก็คือ เพื่อให้พระเณรไทยในสมัยนั้นมีทางเลือก เพราะก่อนหน้านั้นมีเฉพาะโรงเรียนบาลีกับโรงเรียนนักธรรม มีมัธยมบ้างก็น้อยนิด เช่น โรงเรียนธรรมราชศึกษา วัดพระสิงห์ เชียงใหม่ โรงเรียนเมธีวุฒิกร วัดพระธาตุหริภุญไชย ลำพูน เป็นต้น แต่กระแสการเรียนทางโลกของพระเณรกำลังมาแรง จนกระทั่งว่ามีการแอบถ่ายบัตรประชาชนไปเรียนมหาวิทยาลัยในทางโลก 

 

เพื่อป้องกันสมองไหล จึงได้คิดตั้งโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญศึกษาขึ้นมา เป็นทางเลือกใหม่ให้แก่พระเณรที่ไม่ประสงค์จะเรียนบาลี ตอนนั้นสถิตินักเรียนบาลียังดีอยู่ เพราะพระเณรยังอยากเป็นมหา ก็เลยไม่ได้คิดกันว่ามันจะกลายเป็นตัวทำลายบาลีในวันนี้

 

พอถึงวันนี้ วันที่บาลีขายไม่ออก เพราะพระเณรอยากเป็นด๊อกเตอร์มากกว่ามหา อย่างจบ ป.ธ.9 ออกมานั้น มีเงินเดือนแค่ 3500 บาท แถมยังเป็นเจ้าคุณยากกว่าพระครูปลัดของสมเด็จ-รองสมเด็จเสียอีก แต่ถ้าจบด๊อกเตอร์แล้วได้เป็นหมื่นขึ้น ค่าตัวต่างกันเห็นๆ แล้วเรื่องอะไรจะไปเรียนเอาประโยคเก้าให้หนักสมอง เผลอๆ จะจบยากกว่าด๊อกเตอร์เสียอีก ดูแต่แม่ชีทศพรสิ ไม่เรียนบาลี-นักธรรมเลย เอาแต่ดูกรรมแก้กรรมก็ได้เป็นด๊อกเตอร์กิตติมศักดิ์ของ มจร. ไปอย่างสง่างามแล้ว

 

ก็น่าที่ทางฝ่ายผู้บริหารของบาลี (แม่กองบาลีและกองงานบาลีสนามหลวง) จะได้คิดแก้ไขหาวิธีการทำให้บาลีได้รับความนิยมสนใจจากพระเณร เพราะฝ่ายบาลีก็ดี ฝ่ายนักธรรมก็ดี ล้วนแต่มีแม่กองเป็นผู้บริหารสูงสุด แยกอำนาจกันชัดเจน ไม่เกี่ยวข้องกันและกัน ซึ่งก่อนหน้านี้ก็มีข่าวออกมาแล้วว่า ทางฝ่ายแม่กองบาลียินดีจะปรับเปลี่ยนหลักสูตรวิชาภาษาบาลีให้มีวิชาการทางโลกเข้าไปเสริม แต่ช่วงนี้คงจะกำลังร่างหลักสูตรกันอยู่

 

แต่จู่ๆ ก็มีข่าวว่ามีมติมหาเถร รับหลักการที่ทางฝ่ายโรงเรียนพระปริยัติสามัญแผนกสามัญศึกษาจะนำเอาวิชาภาษาบาลีมาเป็นวิชาหลักในแผนกสามัญศึกษา ซึ่งมองแค่ชื่อก็ดูออกแล้วว่าผิดหลักการอย่างแรง

 

คำถามจึงมีว่า ทางแผนกบาลีเรียกร้องให้ทางฝ่ายปริยัติสามัญให้บรรจุหลักสูตรบาลีเป็นวิชาบังคับ หรือว่าทางฝ่ายปริยัติสามัญคิดขึ้นมาเอง เพราะเห็นว่ามีคนนิยมเรียนบาลีเยอะ เลยอยากจะได้วิชาบาลีมาไว้ในภาคสามัญศึกษาบ้าง ?

 

คิดแค่นี้ก็จะเห็นว่าผิดฝาผิดตัวแล้ว ไม่รู้ว่าผู้บริหารการศึกษาของคณะสงฆ์ในแต่ละสายนั้นท่านคิดยังไง ทำไมมันมั่วไปหมด เพราะถ้าเรียนบาลีก็เท่ากับเรียนจบสามัญ (ทั้งด้านความรู้และวุฒิบัตร) และถ้าเรียนสามัญก็เท่ากับเรียนจบบาลี (ทั้งด้านความรู้และวุฒิบัตร) ก็ถามว่าแล้วจะตั้งไปทำไมให้หลายโรงเรียน หลายชื่อ หลายครูบาอาจารย์ ทำนองหลอกนักเรียน เพราะเรียนอะไรก็ไม่ต่างกัน และคอยดูต่อไปนะ ถ้าบังคับให้นักเรียนต้องเรียนบาลีในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญด้วย โรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญนั่นแหละ จะไม่มีนักเรียนเหมือนโรงเรียนบาลีที่ขาดนักเรียนปัจจุบัน อยากตายไวๆ ก็ลองดูซี เพราะที่พระเณรเขาเข้าโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญก็เพื่อ "หนีบาลี" ซึ่งเรียนยาก แต่นี่เล่นเอาผีบาลีตามมาหลอกหลอนถึงในโรงเรียนพระปริยัติธรรมแผนกสามัญ ผู้บริหารนั่นแหละจะเป็นไข้หัวโกร๋นกันทั้งบาง เพราะนักเรียนหนีหมด

 

และที่สำคัญก็คือ จะมีผู้บริหารไปทำไมให้หลายตำแหน่ง ยุบโละแม่กองธรรม-แม่กองบาลี และคณะกรรมการแผนกพระปริยัติธรรมสายสามัญศึกษา ให้เหลือเพียงหน่วยงานเดียวไม่ได้เหรอ เพราะทุกวันนี้เห็นมีแต่ตำแหน่ง แต่การงานด้านการศึกษาไม่พัฒนาอะไรเลย ที่คิดๆ ก็ขัดกับหลักการของตนเองเสียอีก เฮ้อ เห็นการทำงานของพวกท่านแล้วก็พูดได้คำเดียวว่า  เสียดายงบประมาณ

 

 

 

 

 

 

 

 

 

นายนพรัตน์ เบญจวัฒนานันท์ ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) เปิดเผยว่า เมื่อเร็ว ๆ นี้ ที่ประชุมมหาเถรสมาคม (มส.) มีมติเห็นชอบตามข้อเสนอของคณะกรรมการการศึกษาพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา ในการนำหลักสูตรการศึกษาบาลี เข้ามาสอนในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา โดยให้เริ่มตั้งแต่ปีการศึกษา 2554 นี้เป็นต้นไป สำหรับสัดส่วนในการเพิ่มการสอนบาลี ในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา จะแบ่งเป็นการสอนในระดับมัธยมศึกษาตอนต้น กำหนดให้มีการเรียนบาลี 120 ชั่วโมง ระดับมัธยมศึกษาตอนปลาย กำหนดให้มีการเรียนบาลี 480 ชั่วโมง

สาเหตุที่ มส.ต้องมีมติให้เพิ่มการเรียนการสอนบาลี ในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา เพราะปัจจุบันถึงแม้โรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษา บางแห่งจะมีการสอนบาลีอยู่บ้างแล้ว แต่จำนวนชั่วโมงในการเรียนก็ถือว่าน้อยมาก ขณะที่บางโรงเรียนก็ไม่ได้มีการเรียนการสอนบาลีเลย ทำให้พระภิกษุสงฆ์ และสามเณร ในบางโรงเรียนอ่านและเขียนภาษาบาลีไม่ได้ ผอ.พศ.กล่าวและว่า ทั้งนี้การดำเนินการดังกล่าวจะทดลองก่อนเป็นระยะเวลา 1 ปี และจะมีการประเมินผลการดำเนินงานจากผลการสอบของนักเรียน

นายนพรัตน์ กล่าวด้วยว่า หลังจากทดลองสอนบาลีในโรงเรียนพระปริยัติธรรม แผนกสามัญศึกษาแล้ว ตนจะหารือกับสำนักงานคณะกรรมการการศึกษาขั้นพื้นฐาน (สพฐ.) กระทรวงศึกษาธิการ (ศธ.) เพื่อหาแนวทางในการปรับระบบการศึกษาของคณะสงฆ์เป็น 3 สาย ในลักษณะเดียวกับการศึกษาสายสามัญ ที่มีการแบ่งเป็นสายการศึกษา เป็นสายวิทย์ สายศิลป์ โดยในการศึกษาของสงฆ์ จะแบ่งเป็น 1. การศึกษาบาลีอย่างเดียว  2. การศึกษาบาลีบวกการศึกษาสามัญ โดยเน้นที่การศึกษาด้านบาลีมากกว่า  และ 3. การศึกษาสามัญบวกบาลี โดยเน้นการศึกษาสามัญมากกว่า แต่จะต้องมีการเรียนบาลีควบคู่ไปด้วย ซึ่งแนวทางดังกล่าวเพื่อให้ผู้ที่เข้ามาบวชเรียนต้องการจะเป็นพระสงฆ์สืบทอดพระพุทธศาสนาต่อไป ไม่ใช่เข้ามาเรียนเพื่อให้ได้วุฒิการศึกษาแล้วนำไปศึกษาต่อในทางโลก.

 

 

ข่าว : เดลินิวส์
9 พฤษภาคม 2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264