ห่วงห้องเรียนบาลีมีไม่พอ

 

เร่งตั้งสำนักเรียนพระปริยัติธรรมชั้นสูง (ป.ธ.7-8-9) ทั่วประเทศ แก้ปัญหาพระเณรบาลีแออัดอยู่ในกรุงเทพฯ นำร่องแล้วที่นครปฐม สระบุรี และอุตรดิตถ์

 

อ้..เอาไงกันแน่ฮะ รู้สึกว่าเลขาฯแม่กองบาลีจะสับสนเหลือเกิน วันก่อนบอกว่าาดแคลนนักเรียนบาลีไม่มีคนเรียน แต่วันนี้เจ้าคุณสุชาติมามาดใหม่ออกไอเดียว่า "นักเรียนล้นห้อง ต้องกระจายห้องเรียนออกไปอยู่ทั่วประเทศไทย" และข้อมูลที่บอกกับนักข่าวว่า "ทั่วประเทศมีสำนักเรียนบาลีถึง 2,000 แห่ง" นั้น ไม่ทราบว่าเอาสถิติมากจากไหน เพราะประเทศไทยมีแค่ 77 จังหวัด ยังมีสำนักเรียนไม่ครบทุกจังหวัดเลย

 

ในอดีตนั้น ที่ท่านให้นักเรียนบาลีชั้นสูง (ป.ธ.7-8-9) เข้ามาเรียนร่วมกันที่วัดสามพระยา-กรุงเทพฯ นั้น ก็เพราะมีกุสโลบายว่า อยากให้นักเรียนได้ศึกษาในสถาบันเดียวกัน เมื่อจบออกไปแล้ว เจริญเติบโตในหน้าที่การงาน เป็นพระสังฆาธิการ ก็จะสามารถทำงานประสานกันได้ เพราะคุ้นเคยกันมาก่อน อีกทั้งมีครูบาอาจารย์เป็นผู้บริหารในมหาเถรสมาคม กิจการพระศาสนาก็จะรื่นไหล ไม่ต้องสะดุดเหมือนต่างคนต่างทำ

 

แต่วันนี้ เลขาฯแม่กองบาลีกลับออกนโยบายใหม่ "กระจายศูนย์เรียนบาลีชั้นสูงไปต่างจังหวัด" โดยอ้างว่า "ห้องเรียนวัดสามพระยาแออัด ไม่สามารถรับรองนักเรียนบาลีชั้นสูงจากทั่วประเทศได้" จริงหรือไม่ก็ต้องถามพระพรหมดิลก เจ้าอาวาสวัดสามพระยา ว่าไม่มีปัญญาจัดห้องเรียนให้นักเรียนบาลีแล้วหรือ ทำให้แม่กองฯต้องย้ายห้องเรียนออกไปอยู่ต่างจังหวัด เพราะปีหนึ่งๆ มีนักเรียนบาลีชั้นสูงจริงๆ ไม่เกิน 300 รูป (รวมทั้ง ป.ธ.7-8-9) ถ้าวัดสามพระยาบอกว่าห้องเรียนมีเหลือเฟือ แบบนี้ก็ต้องถามเลขาฯแม่กองบาลีอีกครั้ง ว่ากระจายห้องเรียนออกไปเพื่ออะไร มันไม่เป็นการทำลายวัตถุประสงค์ของครูบาอาจารย์ในอดีตหรือ ? หรือว่ามีนัยยะทางการเมืองแอบแฝง ?

 

สรุปคำถามง่ายๆ แค่ว่า "เรียนร่วมดีกว่าเรียนแยก หรือเรียนแยกดีกว่าเรียนร่วม" ถ้าตอบได้ก็แก้ปัญหาได้ แต่ถ้าตอบไม่ได้ สิ่งที่กำลังทำอยู่ก็เหมือนแก้ปัญหาไม่ถูกจุด แถมยังทำลายนโยบายของมหาเถรสมาคมอีกด้วย

 

 

 

 

ห่วงพระ-เณรห่างภาษาบาลี เร่งตั้งศูนย์เรียน-สอนทุกจังหวัด

สมเด็จพระมหารัชมังคลาจารย์ แม่กองบาลีสนามหลวง กล่าวสัมโมทนียกถาในการอบรมครูสอนบาลี ณ วัดปากน้ำภาษีเจริญ กรุงเทพฯ ว่า การเรียนบาลีเปรียบเสมือนต้นไม้ เหมือนรากฐานสำคัญของการเรียนรู้หลักธรรมในพระพุทธศาสนา เป็นพื้นฐานที่พระจะต้องศึกษา ตามหลักที่เรียกว่า ปริยัติ ปฏิบัติ ปฏิเวธ ซึ่งปริยัติก็คือ การศึกษาพระบาลีการเรียนรู้หลักคำสอนของสมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้า แต่ทุกวันนี้ พระส่วนใหญ่ชอบการขยายสาขา ไม่สนใจลำต้น ก็คือ การศึกษาบาลี หากเป็นเช่นนี้ ต่อไป ต้นไม้ก็คงต้องตาย กิ่งก้านสาขาก็คงอยู่ไม่ได้เช่นกัน พระพุทธศาสนาก็จะอยู่ไม่ได้เช่นกันหากพระไม่รู้บาลี ดังนั้น การส่งเสริมให้พระ-เณร ได้ศึกษาบาลีจึงเป็นสิ่งสำคัญเป็นรากฐานในการสืบทอดพระพุทธศาสนาให้อยู่ไปได้ เพราะเมื่อพระเข้าใจคำสอน ก็สามารถปฏิบัติได้ถูกต้อง ปฏิเวธก็จะเกิดผล ก็คือนิพพาน อย่างไรก็ตาม อาตมาอยากให้พระสงฆ์ สามเณร ของเราเหมือนประเทศเนปาล ที่พระ-เณร สามารถพูดบาลีกันได้ หากเราทำได้ครึ่งของเขาเชื่อว่า พระพุทธศาสนาซึ่งเปรียบเสมือนต้นไม้ใหญ่คงแผ่กิ่งก้านสาขาไปได้มากกว่านี้

พระธรรมปัญญาภรณ์ เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวง กล่าวว่า ขณะนี้มีสำนักเรียนบาลีทั่วประเทศมีไม่เกิน 2,000 สำนัก ซึ่งทางกองบาลีสนามหลวง พยายามที่จะจัดตั้งศูนย์การเรียนบาลีให้มีครบทุกจังหวัด โดยเฉพาะการสอนบาลีตั้งแต่เปรียญธรรมประโยค 6-9 เนื่องจากในส่วนภูมิภาคไม่ค่อยมีสอนกันและจะต้องมาเรียนที่กรุงเทพฯ เท่านั้น ซึ่งตอนนี้มีนำร่องอยู่ 3 แห่ง ได้แก่ ภาค 2 วัดพระพุทธบาท สระบุรี ภาค 5 วัดคลองโพธิ์ อุตรดิตถ์ และภาค 14 วัดพระปฐมเจดีย์ นครปฐม ทั้งนี้ หากมีการตั้งศูนย์ได้ครบทุกจังหวัดก็จะบรรเทาความแออัดการเรียนบาลีประโยค 6-9 ในวัดกรุงเทพฯ อาทิ วัดสามพระยา วัดปากน้ำภาษีเจริญ วัดชนะสงคราม

"การเรียนการสอนบาลีประโยคสูง สมัยก่อนจะมีสอนเพียงวัดเดียว คือ วัดสามพระยา เรียกว่าโรงเรียนการคณะสงฆ์ พระจากต่างจังหวัดจะต้องมาเรียนที่วัดนี้ก็จะทำให้แออัดไม่เพียงพอต่อความต้องการ เมื่อการศึกษาเจริญขึ้น ก็จะมีสอนตามวัดใหญ่ก็ยังไม่เพียงพอ หากเรากระจายให้มีศูนย์ตามจังหวัดต่างๆ ก็จะเป็นประโยชน์กับพระในส่วนภูมิภาคที่ไม่ต้องเข้ามาเรียนในกรุงเทพฯ จะทำให้ประหยัดค่าใช้จ่ายต่างๆ และจะทำให้การสอนบาลีประโยคสูงมีเพิ่มขึ้นอย่างทั่วถึงด้วย" เลขานุการแม่กองบาลีสนามหลวงกล่าว

 

ข่าว : ข่าวสด
4 กรกฎาคม
2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264