ไล่ไทยพุทธพ้นสามจังหวัดชายแดนใต้

เป้าหมาย "แยกดินแดน" ไปเป็นอิสลาม

 

 

 


 

หน่วยข่าวความมั่นคงเผยไทยพุทธ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ เตรียมอพยพออกจากพื้นที่ ผวากลุ่มก่อความไม่สงบเพิ่มระดับความโหดเหี้ยม ระบุมีกองทุนไล่ซื้อกิจการ-ทรัพย์สินในเขตเมือง เสนอจัดพื้นที่ให้ไทยพุทธอยู่รวมกลุ่มลดการอพยพ ส่งกำลังเฝ้าระวัง 60 ชุมชนไทยพุทธหลังชาวบ้านเสียขวัญตกเป็นเป้า สั่งเข้มฐาน 3 จังหวัดใต้สกัดแผนโจรเล็งเป้าสัญลักษณ์

 

(6 ก.พ.) จากเหตุการณ์กลุ่มก่อความไม่สงบสังหารไทยพุทธในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ต่อเนื่องในช่วงนี้ ล่าสุดเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงยอมรับส่งผลไทยพุทธมีการอพยพออกจากพื้นที่ เนื่องจากกลัวอันตรายถึงชีวิต

 

"พื้นที่รอบนอกที่อยู่ท่ามกลางชาวไทยมุสลิมทั้ง 3 จังหวัดตอนนี้ มีการอพยพออกจากพื้นที่กันแล้ว บางส่วนก็เข้ามาอาศัยกับญาติในเมือง อีกส่วนก็ออกจากพื้นที่ไปเลย เพราะสภาพที่เป็นอยู่ตอนนี้มันน่ากลัว เจ้าหน้าที่เองก็ไม่สามารถรับประกันความปลอดภัยให้ได้ 100 เปอร์เซ็นต์ที่สำคัญการไล่ไทยพุทธออกจากพื้นที่ด้วยวิธีการต่างๆเป็น 1 ใน เป้าหมายของการแบ่งแยกดินแดน "แหล่งข่าว  กล่าวและว่า

 

การออกมาให้ข้อมูลแบบนี้แน่นอนว่า ถูกตั้งข้อสังเกตว่า ซ้ำเติมปัญหา สร้างความหวาดกลัวให้กับไทยพุทธ และเพิ่มความหวาดระแวงระหว่างประชาชน 2 ศาสนิก  แต่บางครั้งการพูดความจริงแม้ว่าจะถูกตำหนิบ้างก็ต้องยอม เพื่อสังคมภายนอกได้รับรู้สภาพที่แท้จริง สำหรับคนไทยพุทธที่อยู่ในพื้นที่ ซึ่งเป็นชนกลุ่มน้อย

 

"การไล่ยิงไทยพุทธในช่วงนี้ เริ่มตั้งแต่เจ้าของสวนปาล์มที่ จ.นราธิวาส ที่สภาพศพก้มลงกราบเพื่อขอชีวิต ชัดเจนว่า เป้าหมายคือการไล่ไทยพุทธออกจากพื้นที่ เพราะมีการวางระเบิดมาแล้ว 3-4 ครั้ง และมีนายหน้าติดต่อเพื่อขอซื้อที่ดินของผู้ตาย  รวมถึง 4 ศพ พ่อ แม่ ลูก ที่ อ.รือเสาะ มีการนำศพไปทิ้งที่ จ.ยะลา ก็เป็นเรื่องที่ดินเช่นกัน"

 

การไล่ไทยพุทธออกมานอกพื้นที่มีหลายวิธี 1.หากเป็นไทยพุทธในเมือง ถ้าหากมีการขายบ้าน ทรัพย์สิน จะมีไทยมุสลิมมาซื้อทันที และซื้อด้วยเงินสด 2.หากเป็นไทยพุทธที่เป็นชาวสวน อยู่นอกเมือง จะใช้ 2 วิธี 1.การขอซื้อ พร้อมกับการขู่ ทั้งวางระเบิด ลอบยิง 2.เข้ายึดพื้นที่ โดยไล่เจ้าของที่เป็นไทยพุทธออกไป

 

"เจ้าของบริษัทขายรถยนต์แห่งหนึ่ง ถามลูกค้าที่เป็นไทยมุสลิมที่นำเงินสดมาซื้อรถยนต์ว่า มีสวนยางมากจัง เขาตอบว่า ของตัวเองมีไม่มากหรอก แต่ไปกรีดของคนอื่นที่เจ้าของเขาไม่เอาแล้วนั้นมีมากกว่า"

 

แหล่งข่าวยังกล่าวอีกว่า การเข้าซื้อกิจการ หรือทรัพย์สินของไทยพุทธในพื้นที่ของไทยมุสลิมใน 3 จังหวัด จะใช้เงินจากกองทุน ที่มีการบริหารในรูปแบบกรรมการฯ ซึ่งมีเงินจำนวนมาก  และสามารถซื้อได้ในราคาที่ไม่สูง  เนื่องจากเจ้าของตัดใจขายทิ้ง เพื่ออพยพ  แต่สำหรับในเขตเมืองบางแห่งมีการรวมตัวกันของไทยพุทธไม่ยอมขาย

 

สำหรับแนวทางในการช่วยเหลือและหยุดยั้งการอพยพของไทยพุทธในพื้นที่ 3 จังหวัด รัฐบาลควรจะต้องจัดพื้นที่ จะเรียกว่านิคมหรืออะไรก็แล้วแต่โดยให้ไทยพุทธไปอยู่รวมกัน  แล้วมีการจัดเจ้าหน้าที่เข้าไปดูแล  ซึ่งหากดำเนินการแบบนี้จะช่วยให้การอพยพออกจากพื้นที่ของไทยพุทธลดลงได้

 

"ตอนนี้มีคนเขาบอกว่าไม่มีการอพยพของไทยพุทธใน 3 จังหวัด เพราะดูจากทะเบียนราษฎร์แล้ว ยังไม่มีการย้ายออก แต่ในความเป็นจริง ชื่อยังไม่มีการแจ้งย้ายออก แต่ตัวไม่อยู่นานแล้ว จึงอยากให้ยอมรับความจริงว่า การอพยพของไทยพุทธจาก 3 จังหวัดมีอย่างต่อเนื่อง และเพิ่มขึ้น"  แหล่งข่าว ระบุ

 

ส่งกำลังเฝ้าระวัง 60 ชุมชนไทยพุทธ

 

พล.ต.ต.พิเชษฐ์ ปิติเศรษฐพันธ์ ผบก.ภ.จ.ปัตตานี เปิดเผยว่า สถานการณ์ความรุนแรงที่เกิดขึ้นในพื้นที่จังหวัดปัตตานีอย่างต่อเนื่อง ทำให้ประชาชนบางส่วนรู้สึกไม่ปลอดภัยในสถานการณ์ที่เกิดขึ้นรายวัน โดยเฉพาะชุมชนชาวไทยพุทธที่ตกเป็นเป้าหมายในการสร้างความรุนแรง ล่าสุดได้มีการประสานงานร่วมกับเจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงเพื่อหารือเกี่ยวกับมาตรการสร้างขวัญกำลังใจให้กับชาวบ้านอย่างเร่งด่วน

 

โดยเฉพาะการเข้าไปดูแลความปลอดภัยเพิ่มเติมเพื่อสร้างความมั่นใจให้กับชุมชนไทยพุทธในพื้นที่ทั้ง 12 อำเภอจังหวัดปัตตานี ซึ่งมีอยู่ประมาณ 60 ชุมชน ซึ่งล่าสุดได้จัดเจ้าหน้าที่ส่วนหนึ่งทั้งเจ้าหน้าที่ในเครื่องแบบและนอกเครื่องแบบเข้าไปร่วมกับชาวบ้านและแหล่งข่าวในพื้นที่เพื่อออกหาข่าวและความเคลื่อนไหวของกลุ่มขบวนการผู้ก่อเหตุความไม่สงบอย่างต่อเนื่อง

 

"ขณะนี้กองกำลัง 3 ฝ่ายได้มีการวางแผนยุทธศาสตร์การป้องกันและดูแลความปลอดภัยแล้วในระดับพื้นที่อย่างเข้มงวด โดยเฉพาะการเข้าไปร่วมกับกองกำลังภาคประชาชนของแต่ละพื้นที่ในการตั้งฐานปฏิบัติการ หรือ ตั้งด่านตรวจและด่านสกัดตามเส้นทางสายหลักและรองในพื้นที่ชุมชนเสี่ยงภัย รวมถึงการเพิ่มความระมัดระวังในการจัดเวรยามเพื่อตรวจสอบบุคคที่เดินทางเข้า-ออกหมู่บ้านอย่างละเอียดตลอด24 ชั่วโมงเป็นการป้องปรามและเฝ้าระวังเหตุที่อาจจะเกิดขึ้น" พล.ต.ต.พิเชษฐ์ กล่าว

 อย่างไรก็ตามสำหรับความคืบหน้าในการติดตามกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุความรุนแรงในช่วงที่ผ่านมา ล่าสุดเจ้าหน้าที่สามารถติดตามและแกะรอยกลุ่มคนร้ายที่ลงมือก่อเหตุได้แล้วจนนำไปสู่การเตรียมออกหมายจับคนร้ายเพิ่มเติมอีกประมาณ 2 ราย ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างการรวบรวมหลักฐานเพื่อพิจารณาขออนุมัติหมายจับจากศาลจังหวัดปัตตานีต่อไป

 

สั่งเข้มฐาน 3 จังหวัดใต้สกัดแผนโจรเล็งเป้าสัญลักษณ์

 

พ.อ.บรรพูต พูลเพียร โฆษก กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า เปิดเผยว่า ขณะนี้ได้พบความเคลื่อนไหวของคนร้ายมีความพยายามสร้างสถานการณ์ความรุนแรงทุกรูปแบบเพื่อโหนกระแสความรุนแรงอย่างต่อเนื่อง โดยเฉพาะเป้าหมายที่มีผลกระทบต่อความรู้สึกและความเชื่อมั่นของภาคประชาชนที่มีต่อหน่วยงานรัฐทั้งเป้าหมายบุคคลและเชิงสัญลักษณ์ ซึ่งล่าสุดเหตุการณ์กลุ่มคนร้ายลอบปาระเบิดใส่ สภ.ราตาปันยัง จ.ปัตตานี ขณะที่เจ้าหน้าที่เข้าแถวเคารพธงชาติ น่าจะเป็นส่วนหนึ่งของแผนการสร้างความรุนแรงเชิงสัญลักษณ์โดยพุ่งเป้าสถานที่ราชการต่างๆเพื่อหวังลดความน่าเชื่อถือของเจ้าหน้าที่และสร้างความรุนแรงให้เกิดอย่างต่อเนื่อง

 

ล่าสุด กอ.รมน.ภาค 4 ส่วนหน้า ได้มีการประสานแจ้งให้เจ้าหน้าที่ฝ่ายความมั่นคงทุกพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ทั้งในส่วนของทหาร ตำรวจและกองกำลังภาคประชาชนให้เพิ่มความระมัดระวังในการตรวจสอบและเฝ้าระวังสถานที่เป็นกรณีพิเศษเพื่อป้องกันการลอบสร้างสถานการณ์ในช่วงนี้ โดยเฉพาะในส่วนของหน่วยปฎิบัติการทหารที่เบื้องต้นได้แจ้งประสานให้ผู้บังคับการหน่วยเฉพาะกิจทุกพื้นที่เร่งจัดระเบียบและปรับแผนมาตรการดูแลฐานปฎิบัติการต่างๆทั้งฐานปฎิบัติการหลักและฐานปฎิบัติการย่อยอย่างเต็มที่เพื่อความไม่ประมาท

 

"ตลอดสัปดาห์ที่ผ่านมาคนร้ายพยายามสร้างกระแสความขัดแย้งในกลุ่มประชาชนที่นับถือต่างศาสนาเพื่อแยกความสามัคคีในระดับชุมชนฐานราก ทำให้เกิดเหตุการณ์ลักษณะการมุ่งทำร้ายชาวบ้านที่เป็นกลุ่มชาวไทยพุทธอย่างชัดเจน โดยทั้งหมดล้วนเป็นแผนการสำคัญที่กลุ่มขบวนการต้องการให้เกิดรูปแบบสงครามศาสนาโดยใช้อารมณ์และความรู้สึกของประชาชนเป็นเครื่องมือเบื้องต้นทุกฝ่สยในพื้นที่ได้ร่วมกันทำความเข้าใจและชี้แจงประชาชนไม่ให้ตกหลุมพรางที่คนร้ายวางแผนเอาไว้ กระทั่งขณะนี้กลุ่มคนร้ายได้หันมาใช้รูปแบบการโจมตีสถานที่เชิงสัญลักษณ์เพื่อหวังดิตเครดิตเจ้าหน้าที่รัฐ" พ.อ.บรรพต กล่าว

 

พระเกจิดังภาคใต้ขอบิณฑบาตชีวิตพระและผู้บริสุทธิ์

 

พระครูสุวัฒนาภรณ์ หรือพระอาจารย์ ภัตร อริโย เจ้าอาวาสวัดนาทวี (ฉายาพระสามตา)และคณะสงฆ์ในพื้นที่ จังหวัดสงขลา ก็ได้มีความทุกข์ใจและเป็นห่วงเป็นอย่างมาก ที่พระสงฆ์ และประชาชนรวมถึงเจ้าหน้าที่ทุกภาคส่วนที่อยู่ในพื้นที่ 3 จังหวัดชายแดนภาคใต้ ต้องถูกกลุ่มผู้ก่อความไม่สงบเข่นฆ่าล้มตายรายวัน ดังนั้นพระอาจารย์ ภัทร อริโย จึงต้องออกมาขอบิณฑบาตชีวิตของพระและประชาชนในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ ขอให้กลุ่มผู้ที่ก่อความไม่สงบ ขอให้หยุดการกระทำ และจงละเว้นการเข่นฆ่ารายวัน ซึ่งยังมีวิธีอื่นที่สามารถใช้แก้ปัญหาได้ไม่ต้องมาเข่นฆ่าเอาชีวิตกัน เพื่อเป็นการสร้างความสงบและสันติสุขให้เกิดขึ้นแก่แผ่นดินไทยอีกด้วย

 

 

ข่าว : คมชัดลึก
7 กุมภาพันธ์ 2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264