อาการ "พ่อคูณ" ยังน่าเป็นห่วง

ฉันอาหารไม่ได้-ไข้แทรก

แพทย์ตัดสินใจเจาะท้องให้อาหารแทนสายยาง

 

 

 

หลวงพ่อคูณทรุด ปอดติดเชื้อ

 

 

หลวงพ่อคูณสำลักอาหาร ติดเชื้อในปอด แพทย์ศิริราชแนะเจาะหน้าท้องให้อาหารเหลวทางสายยาง พร้อมเดินทางไปรักษาให้ที่ รพ.มหาราช ขณะที่แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อเผยความเสี่ยงน้อย แต่รอฉันทามติจากผู้ใหญ่และคณะลูกศิษย์ว่าจะให้ไปรักษาที่ศิริราชหรือไม่

 

30 ส.ค.54 ความคืบหน้าอาการอาพาธของพระเทพวิทยาคม หรือหลวงพ่อคูณ ปริสุทโธ เจ้าอาวาสวัดบ้านไร่ อ.ด่านขุนทด จ.นครราชสีมา ซึ่งพักรักษาอาการอาพาธวัณโรคปอด อยู่ที่ห้องผู้ป่วยพิเศษ วีไอพี 9821 อาคารเฉลิมพระเกียรติ ชั้น 8 โรงพยาบาลมหาราชนครราชสีมา ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม ที่ผ่านมา จนถึงขณะนี้เป็นระยะเวลาเกือบ 4 เดือน และเมื่อวันที่ 17 สิงหาคม ที่ผ่านมา แพทย์ได้ถอดสายยางให้อาหารเหลวออก เนื่องจากหลวงพ่อคูณฉันภัตตาหารเองได้มากขึ้นและอาการโดยรวมก็ดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง ส่งผลให้น้ำหนักตัวของหลวงพ่อคูณอยู่ที่ 44 กิโลกรัม

 

ล่าสุด วันที่ 30 สิงหาคม นพ.พินิศจัย นาคพันธุ์ แพทย์ผู้เชี่ยวชาญด้านหลอดเลือดและหัวใจ แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณ พร้อมคณะแพทย์ได้ตรวจร่างกายหลวงพ่อคูณ หลังมีอาการสำลักอาหาร เกิดอาการปอดติดเชื้อ ไม่สามารถฉันอาหารได้เอง ทำให้น้ำหนักตัวลดลงเหลือ 40 กิโลกรัม การตรวจใช้เวลาประมาณครึ่งชั่วโมง ก่อนอนุญาตให้ผู้สื่อข่าวบันทึกภาพ และถ่ายภาพอยู่หน้าห้องกระจก โดยหลวงพ่อคูณนั่งก้มหน้าตลอดเวลา แต่รับรู้และตอบสนองได้ดี ขยับมือ เท้าได้ ลุกยืนได้ แต่ก็ต้องมีลูกศิษย์คอยพยุง

 

นพ.พินิศจัยกล่าวว่า คณะแพทย์ได้ให้ยาปฏิชีวนะทางหลอดเลือดดำ รักษาภาวะปอดบวมจากการสำลัก อาการดีขึ้นอย่างต่อเนื่อง และเมื่อวันที่ 28 สิงหาคม ได้หยุดยาฆ่าเชื้อที่ให้ทางหลอดเลือดดำแล้ว สำหรับสาเหตุที่เกิดขึ้นเพราะหลวงพ่ออายุมาก เคยมีปัญหาเส้นเลือดสมองตีบ และเส้นเลือดสมองแตกที่รุนแรงมากต้องผ่าตัดเมื่อ 7 ปีก่อน ทำให้กลไกการกลืนผิดปกติ มีอาการลำลักได้ง่ายขึ้น

 

แพทย์ประจำตัวหลวงพ่อคูณกล่าวอีกว่า ตั้งแต่หลวงพ่อคูณอยู่ที่ รพ.มหาราช ตั้งแต่วันที่ 4 พฤษภาคม เป็นต้นมา มีปัญหาปอดบวมจากการสำลัก 3 รอบแล้ว คณะแพทย์ และลูกศิษย์รวมทั้งผู้ใหญ่ที่ดูแลหลวงพ่อคูณ และทางโรงพยาบาล ต่างเห็นพ้องต้องกันว่า คงจะต้องให้อาหารทางสายยางผ่านทางหน้าท้อง เพราะหลังถอดสายยางทางจมูกออกทำให้หลวงพ่อเกิดปัญหาฉันได้น้อย ฉันยาได้ไม่ครบ

 

"เมื่อวันที่ 19 สิงหาคม คณะแพทย์ รพ.ศิริราช ได้มาดูอาการก่อนกลับไปปรึกษากันที่ รพ.ศิริราช และให้คำตอบมาว่า คงจะต้องให้อาหารทางสายยางผ่านทางหน้าท้อง ส่วนการที่จะทำตรงนี้ รพ.มหาราช ก็ทำได้อยู่ แต่ว่า รพ.ศิริราช แสดงเจตจำนงว่าจะขึ้นมาทำให้ที่ รพ.มหาราช โดยนำคณะแพทย์ รพ.ศิริราช มาทำให้ แต่ขณะนี้ยังมีความเห็นไม่ตรงกันในหมู่ลูกศิษย์ รวมทั้งผู้ใหญ่ในบ้านเมืองว่า อยากจะให้หลวงพ่อคูณเข้าไปทำที่ รพ.ศิริราช กทม. เลยต้องรอคำตอบ แต่ความจริง รพ.ศิริราช ให้คำตอบมาแล้วว่าน่าจะเป็นการให้อาหารทางสายยางผ่านทางหน้าท้องในระยะยาว และยินดีที่จะขึ้นมาช่วยทำให้ที่นี่ แต่ต้องรอให้ทุกคนปรึกษาหาข้อสรุปก่อน" นพ.พินิศจัยกล่าว

 

นพ.พินิศจัย กล่าวด้วยว่า การเจาะหน้าท้องมีความเสี่ยงไม่มาก แต่กับหลวงพ่อคูณต้องระมัดระวังเป็นพิเศษ แม้ไม่ใช่เรื่องเร่งด่วน แต่ก็ไม่ควรจะช้า เพราะการให้อาหารผ่านจมูกเสี่ยงต่อผลข้างเคียงของไซนัสอักเสบ และสร้างความรำคาญให้ผู้ป่วย ส่วนอาการหรือสภาพ ณ วันนี้ถือว่าหลวงพ่อคูณดีขึ้น วัณโรคดีขึ้นชัดเจน น้ำในช่องปอด วัณโรคในปอดด้านซ้ายก็หายไปเกือบหมด น้ำหนักขึ้นมา 5 กิโลครึ่ง จาก 35 กิโลกรัม ตอนนี้ 40 กิโลกรัม ส่วนโอกาสจะคืนสภาพกลับมาฉันอาหารเหมือนเดิมหรือเดินไปไหนมาไหนสะดวกนั้น คงเป็นไปไม่ได้ หลวงพ่อคูณฉันได้น้อยลงเรื่อยๆ ตามอายุ ส่วนเรื่องเดินไปไหนมาไหนต้องเดินระยะสั้นและมีคนคอยพยุงตลอดเวลา

 

 

ภาพ : ข่าวสด ข่าว : คมชัดลึก
31 สิงหาคม 2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264