สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดา

เสด็จบำเพ็ญกุศล "สัตมวาร" เจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ

 

 






 

 

"พระเทพ' เสด็จฯ สัตมวารครบ 7 วัน

 

พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จฯบำเพ็ญพระราช กุศลทักษิณานุปทาน สัตมวารครบ 7 วัน พระศพสมเด็จ พระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง สำนักพระราชวังแจกภาพโปสต์การ์ดที่ระลึก ประวัติเจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ แก่ผู้มาร่วมถวายความอาลัยและสักการะพระศพจนกว่าจะเสร็จสิ้นพระราชพิธี  ส่วนหนังสือที่ระลึกในงานสัตมวาร 7 วัน การประดิษฐานพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง จะแจกจ่ายให้ผู้มาร่วมงานในวันที่ 3 ส.ค. เผยงบสร้างพระเมรุและอาคารประกอบพระเมรุรวมกว่า 200 ล้านบาท ใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน 10 เดือน

เหล่าพสกนิกรไทยทั่วแผ่นดินยังร่วมถวายความอาลัยต่อการสิ้นพระชนม์ของสมเด็จพระเจ้าพระภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี โดยพระราช พิธีบำเพ็ญกุศลพระศพ พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรง พระกรุณาโปรดเกล้าฯ ให้จัดขึ้นอย่างสมพระเกียรติ และดำเนินต่อเนื่องมาจนถึงวันที่ 2 ส.ค. เป็นวันที่ 6 ท่ามกลางเหล่าพสกนิกรที่สำนึกในพระมหากรุณาธิคุณ เดินทางมาสักการะพระศพไม่ขาด

เมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 2 ส.ค. ที่พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง ม.ร.ว.จักรรถ จิตรพงศ์ เป็นประธานถวายภัตตาหารเช้า แด่พระพิธีธรรม จากวัดระฆังโฆสิตาราม วัดสุทัศนเทพวราราม ที่สวดพระอภิธรรมพระศพ สมเด็จพระเจ้าพระภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ต่อเนื่องมาตั้งแต่คืนวันที่ 1 ส.ค. ทั้งนี้ ในเวลา 11.00 น. ม.ร.ว.ศักดิสาณ ชุมพล เป็นประธานถวายภัตตาหารเพล แด่พระพิธีธรรม วัดอนงคาราม วัดบวรนิเวศวิหาร ที่ขึ้นสวดพระอภิธรรมพระศพ

ส่วนบรรยากาศที่ลานพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ตลอดทั้งวัน มีประชาชน หน่วยงานทั้งภาครัฐ เอกชน โรงเรียน และสถาบันการศึกษาต่างๆ เดินทางมาสักการะพระศพอย่างต่อเนื่อง พร้อมนำพวงมาลามาทูลเกล้าฯถวายความอาลัย อาทิ กระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา โรงเรียนเบญจมราชาลัย โรงเรียนสยามธุรกิจในพระอุปถัมภ์ โรงพยา บาลเจ้าพระยาอภัยภูเบศร กระทรวงเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสาร โครงการอนุรักษ์พันธุกรรมอันเนื่องมาจากพระราชดำริ อุทยานเฉลิมพระเกียรติสมเด็จพระศรีนคริน ทราบรมราชชนนี โรงเรียนเพชรรัชต์ ค่ายเพชรรัชต์ สำนักพิมพ์วัฒนาพาณิชย์ เป็นต้น

ทั้งนี้ สำนักพระราชวังแจ้งว่า หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีทรงบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน 7 วัน จนถึงพระราชพิธีบำเพ็ญพระราชกุศลทักษิณานุปทาน 100 วัน ในวันที่ 3 พ.ย. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานพระบรมราชานุญาตให้พระราชวงศ์ ราชสกุลทุกสาขา ตลอดจนหน่วยงานรัฐ ร่วมเป็นเจ้าภาพ ในการบำเพ็ญพระราชกุศลและบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ ประจำสัปดาห์ทุกวันพุธ ตามกำหนดการดังต่อไปนี้ เวลา 10.00 น. พระสงฆ์ 10 รูปสวดพระพุทธมนต์ เวลา 10.30 น. พระธรรมเทศนากัณฑ์ 1 แล้วพระสงฆ์ทั้งนั้นถวายพระพรพระ เวลา 11.00 น.พระสงฆ์ฉันภัตตาหาร สดับปกรณ์ เวลา 19.00 น. พระพิธีธรรมสวดพระอภิธรรม

สำหรับคณะบุคคล องค์การ สมาคม ที่ติดต่อขอร่วม เป็นเจ้าภาพในการบำเพ็ญกุศลถวายพระศพ ทุกวันพุธ โดยทำหนังสือถึงเลขาธิการพระราชวัง สามารถสอบถาม ลายละเอียดได้ที่สำนักงานเลขานุการกรม 0-2224-3273 และ 0-2224-3333 โทรสาร 0-2226-4949 ในส่วนของประชาชนที่จะเดินทางมาเข้าถวายสักการะพระศพ บนพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สามารถเดินทางมาได้ตั้งแต่ เวลา 12.00-16.00 น. และร่วมฟังสวดพระอภิธรรมได้ ในเวลา 18.00-22.00 น. งดวันที่มีพระราชพิธี ซึ่งการแต่งกายของประชาชนนั้น จะต้องแต่งกายสุภาพไว้ทุกข์ (สีดำ
, ขาว) ชุดชาวเขา สำหรับชาวเขา ชุดลูกเสือสำหรับลูกเสือ สุภาพสตรีสวมกระโปรง หรือผ้าถุง งดสวมกระโปรงและกางเกงยีนส์

นอกจากนี้ สำนักพระราชวังแจ้งด้วยว่า ในส่วนขององค์กรในพระอุปถัมภ์ และองค์กรที่เกี่ยวข้องกับสมเด็จ พระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ในการมาสักการะพระศพ วางพวงมาลา และฟังพระพิธีธรรมสวด พระอภิธรรม ทำได้ทุกวัน ระหว่างเวลา 08.30-20.00 น. เว้นวันที่ 3-10-11 ส.ค. 14-15 ก.ย. 3-4 พ.ย. สำหรับองค์กรในอุปถัมภ์ให้ผลัดเปลี่ยนทยอยกันมาเป็นกลุ่มย่อยตลอด 100 วัน อย่างสม่ำเสมอ แต่งกายชุดปกติขาวไว้ทุกข์ ผู้ชายสวมสูทสากลสีดำหรือสีเข้ม ผู้หญิงสวมชุดไทยหรือชุดสุภาพสีดำล้วน หรือเครื่องแบบองค์กร ทั้งนี้ ในส่วนของการจะมาเข้าร่วมเป็นเจ้าภาพขององค์กรในพระอุปถัมภ์นั้น ให้ทำจดหมายแจ้งความจำนงถึงเลขาธิการพระราชวัง โดยนำจดหมายโดยตรงที่สำนัก
พระราชวัง หรือทางไปรษณีย์ หรือแจ้งจุดลงทะเบียน ณ ลานพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท สามารถติดต่อได้ที่หมายเลข 0-2623-5550 ต่อ 1831 โทรสาร 0-2225-9359

ขณะเดียวกัน ที่ศาลาว่าการพระราชวัง ฝั่งตรงข้ามพระที่นั่งจักรีมหาปราสาท กองวัง พระบรม มหาราชวัง ได้จัดห้องไว้รับรองคณะทูตานุทูตจากประเทศต่างๆ ที่เดินทางมาร่วมลงนามไว้อาลัยสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ ตั้งแต่วันที่ 29 ก.ค. ถึงวันที่ 2 ส.ค. ปรากฏว่า มีคณะทูตเดินทางมาลงนามรวมทั้งสิ้น 34 ประเทศ อาทิ ราชอาณาจักรโมร็อกโก ราชอาณาจักรเนเธอร์แลนด์ ประเทศมาเลเซีย ราชอาณาจักรเบลเยียม สาธารณรัฐประชาธิปไตยประชาชนลาว สหพันธรัฐรัสเซีย สหพันธ์สาธารณรัฐเยอรมนี สาธารณรัฐเปรู สาธารณรัฐโปรตุเกส ราช
อาณาจักรภูฏาน รัฐสุลต่านโอมาน บรูไนดารุสซาลาม ประเทศนิวซีแลนด์ กงสุลสาธารณรัฐโมนาโก เป็นต้น ขณะที่องค์กรนานาชาติที่มาร่วมลงนามมีทั้งสิ้น 4 องค์กร ประกอบด้วย ตัวแทนสหประชาชาติ ยูเนสโก สหภาพยุโรป เลขานุการสหประชาชาติ

จากนั้นเวลา 16.56 น. พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯให้ สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี เสด็จพระราชดำเนินไปทรงปฏิบัติพระราชกรณียกิจแทนพระองค์ ในพระราชพิธีทรงบำเพ็ญ พระราชกุศล ทักษิณานุปทาน สัตมวารครบ 7 วัน พระราชทานพระศพ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้า เพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พระบรมมหาราชวัง ซึ่งพระเจ้าวรวงศ์เธอ พระองค์เจ้าโสมสวลี พระวรราชาทินัดดามาตุ โดยเสด็จในโอกาสนี้ด้วย สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยาม บรมราชกุมารี ทรงวางพวงมาลาของพระบาทสมเด็จ พระเจ้าอยู่หัว และของสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินีนาถ และพวงมาลาส่วนพระองค์ ที่หน้าโกศพระศพ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทองน้อย และเครื่องราชสักการะ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องนมัสการบูชาพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร พระสงฆ์ 30 รูป สวดพระพุทธมนต์

สมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ ทรงพระดำเนินไปหน้าพระราชอาสน์ ทรงจุดเทียนดูหนังสือเทศน์พระราชทานให้เจ้าพนักงานพระราชพิธีเชิญไปปักที่ธรรมาสน์ ทรงจุดธูปเทียนเครื่องทรงธรรม จุดธูปเทียนเครื่องทองน้อยที่หน้าโกศพระศพ ทรงธรรม สมเด็จพระมหารัชมัง
คลาจารย์ วัดปากน้ำภาษีเจริญ ถวายศีลและถวายพระธรรมเทศนา ทรงจุดธูปเทียนเครื่องบูชาที่กระบะมุกที่หน้าพระแท่นมุกพระสวดธรรมคาถา ทรงประเคนจตุปัจจัยไทยธรรมบูชากัณฑ์เทศน์ ทรงทอดผ้าไตรถวายพระเทศน์ ทรงหลั่งทักษิโณทก ทรงกราบพระพุทธรูปที่หน้าพระแท่นนพปฎลมหาเศวตฉัตร ทรงกราบพระศพ เสด็จฯกลับ

หลังเสร็จสิ้นพระราชพิธีในเวลา 18.05 น. สำนักพระราชวัง นำภาพโปสต์การ์ดที่ระลึกขนาด 5
7 นิ้ว ที่จัดทำมาไว้แจกจ่ายให้กับแขกวีไอพี ตลอดจนทูตานุทูต ที่บริเวณประตูกำแพงแก้ว ฝั่งทิศตะวันออกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท โดยเป็นภาพพระโกศทองใหญ่ และฉัตร 5 ชั้น ซึ่งประดิษฐานอยู่บริเวณมุขตะวันตกของพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท พร้อมด้วยพระฉายาลักษณ์ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนฯ มีฉัตรแผ่ลวดตั้งประดับรอบพระโกศ พร้อมเครื่องประกอบพระอิสริยยศ 7 ประการ และเครื่องราชอิสริยาภรณ์สูงสุดที่ทรงได้รับพระราชทาน

ด้านหลังของภาพโปสต์การ์ดที่ระลึกดังกล่าว ยังบรรยายถึงเรื่องราวของพระประวัติ สมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดาฯ ว่า ทรงเป็นพระราชธิดาพระองค์เดียวของพระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 สิ้นพระชนม์เมื่อวันที่ 27 ก.ค.54 รวมทั้งกำหนดการในการบำเพ็ญพระราชกุศลพระศพ ประจำวันตลอด 100 วันด้วย อย่างไรก็ตาม สำนักพระราชวังจะแจกจ่ายต่อประชาชนทั่วไป ที่เดินทางมาสักการะพระศพจนเสร็จสิ้นพระราชพิธีบำเพ็ญกุศลตามที่ประกาศไว้ ส่วนหนังสือ
การประดิษฐานพระศพสมเด็จพระเจ้า ภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ณ พระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท ในพระบรมมหาราชวัง  ซึ่งจัดทำเพื่อเป็นที่ระลึกในงานสัตมวาร 7 วัน สำนักพระราชวังจะแจกจ่ายให้ผู้ที่มาร่วมงานในวันที่ 3 ส.ค. ซึ่งในวันดังกล่าวสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรม ราชกุมารี จะเสด็จฯแทนพระองค์ มาทรงประกอบพระราชพิธีในพระที่นั่งดุสิตมหาปราสาท

วันเดียวกัน นายนิพิฏฐ์ อินทรสมบัติ รมว.วัฒนธรรม กล่าวว่า ได้เชิญนายสมชาย เสียงหลาย ปลัดกระทรวงวัฒนธรรม นางโสมสุดา ลียะวณิช อธิบดีกรมศิลปากรและนายจำลอง ธงชัย หัวหน้าฝ่ายพิธีกรมการศาสนา มาสรุปการดำเนินการจัดงานพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพสมเด็จพระเจ้าภคินีเธอ เจ้าฟ้าเพชรรัตนราชสุดา สิริโสภาพัณณวดี ในส่วนที่เกี่ยวข้องกับกระทรวง โดยเน้นหนักไปที่ 2 กรม คือ กรมศิลปากร และกรมการศาสนา โดยกรมศิลปากรมีหน้าที่หลัก ได้แก่ 1. จัดสร้างพระเมรุ สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุ และบูรณะปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ 2. การจัดทำหนังสือจดหมายเหตุ และหนังสือที่ระลึก และ 3. การบรรเลงดนตรีไทยและประโคมย่ำยาม ซึ่งต้องทำวันละ 5 รอบ โดยการประโคมย่ำยามได้ดำเนินการมาตั้งแต่วันที่ 28 ก.ค.

รมว.วัฒนธรรมกล่าวต่อไปว่า เบื้องต้นกรมศิลปากรได้ประมาณราคากลางในการก่อสร้างพระเมรุและอาคารประกอบพระเมรุ ใช้งบประมาณทั้งหมด 208.8 ล้านบาท โดยกรมศิลปากรจะเริ่มออกแบบร่างพระเมรุให้แล้วเสร็จภายใน 1 เดือน ใช้เวลาก่อสร้างไม่เกิน 10 เดือน สิ่งปลูกสร้างประกอบพระเมรุและการบูรณะปฏิสังขรณ์ราชรถและพระยานมาศ ใช้งบประมาณ 9.3 ล้านบาท ส่วนจดหมายเหตุและหนังสือที่ระลึก ใช้งบประมาณ 17 ล้านบาทเท่ากับที่ดำเนินงานในพระราชพิธีพระราชทานเพลิงพระศพ สมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์ ซึ่งกรมศิลปากร ได้มอบหมายให้หอจดหมายเหตุแห่งชาติไปบันทึกเหตุการณ์ไว้ตั้งแต่วันที่พระองค์สิ้นพระชนม์และบันทึกเหตุการณ์ไว้ตลอดเวลา สำหรับขั้นตอนต่อไปจะนำรายละเอียดเสนอนายกรัฐมนตรีในวันที่ 4 สิงหาคมนี้

ที่กำชับคืองบประมาณให้มีความเหมาะสมและสมพระเกียรติ ฉะนั้นตัวเลขงบฯเหล่านี้อยากให้นิ่งที่สุด เช่น ในส่วนของกรมการศาสนา จะต้องมีสวดพระอภิธรรมพระศพ อย่างน้อย 8-10 เดือน จะต้องมีงบเพิ่มขึ้นก็ให้บอกมา จะของบกลางจากรัฐบาลมาสนับสนุน ภาพรวมของการดำเนินงานทั้งหมดไม่รู้สึกเป็นห่วงเรื่องใด อย่าง พลอากาศตรีอาวุธ เงินชูกลิ่น อดีตอธิบดีกรมศิลปากร ในฐานะสถาปนิกออกแบบพระเมรุ ก็มีประสบการณ์ในการออกแบบพระเมรุสมเด็จพระเจ้าพี่นางเธอ เจ้าฟ้ากัลยาณิวัฒนา กรมหลวงนราธิวาสราชนครินทร์มาแล้ว แต่อาจจะมีปัญหาเรื่องดินฟ้าอากาศบ้างเป็นอุปสรรคในการสร้างพระเมรุ ส่วนเรื่องสถานที่ได้ประสานขอใช้สนามหลวงกับกรุงเทพมหานครเรียบร้อยแล้ว รมว.วัฒนธรรมกล่าว

 

ภาพ : สำนักพระราชวัง ข่าว : ไทยรัฐ
3 สิงหาคม 2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264