หมายเหตุอะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ครั้งที่ 2

"เมื่อองค์กรหลักด้านคุณธรรมกระทำในสิ่งไร้คุณธรรม"

 

 

พระพุทธศาสนานั้นที่ได้รับความยอมรับนับถือจากประชาชนชาวไทยยืนยงคงมั่นอยู่ถึงปัจจุบัน นับได้ถึง 2544 ปี ก็เพราะเป็นศาสนาแห่งความดีงาม มีพระธรรมและวินัยขององค์สมเด็จพระสัมมาสัมพุทธเจ้าเป็นหลักธรรมประพฤติปฏิบัติขัดเกลากิเลส ที่หยาบให้ละเอียด ที่ละเอียดให้ขาดหาย และในบรรดาพุทธบริษัททั้ง 4 เหล่า คือ พระภิกษุ พระภิกษุณี อุบาสก และอุบาสิกา ซึ่งพระพุทธองค์ทรงฝากพระพุทธศาสนาไว้นั้น พระภิกษุได้รับการยกย่องว่าเป็นเสาหลัก คือเป็นหัวหน้าของพุทธบริษัททั้งปวง ตั้งแต่อดีตจนถึงปัจจุบัน

 

ในประเทศไทยเราเอง เมื่อมีการยอมรับนับถือพระพุทธศาสนาในฐานะศาสนาหลักหรือศาสนาประจำชาติ มีพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว ทรงดำรงตำแหน่งองค์อัครศาสนูปถัมภก ก็ทรงโปรดให้มีมหาเถรสมาคมขึ้นมา เพื่อให้พระสงฆ์ได้ดำเนินการปกครองกันเอง เป็นการเหมาะสมกว่าที่จะให้ฆราวาสญาติโยมอันมีศีลาทิคุณต่ำกว่าพระสงฆ์มาปกครอง และมหาเถรสมาคมก็ทำหน้าที่บริหารและปกครองมาได้เป็นอย่างดี แม้ว่าจะมีปัญหาหนักบ้างเบาบ้าง ก็สามารถแก้ปัญหาฝ่าวิกฤตมาได้ มีน้อยครั้งนักที่จะเกิดปัญหาเพราะการบริหารการปกครองที่ผิดพลาดของมหาเถรสมาคมเอง เช่นกรณีพระพิมลธรรม วัดมหาธาตุยุวราชรังสฤษฏ์ ในอดีต ซึ่งศาลทหารพิพากษาว่าผู้กระทำความผิดมีตั้งแต่สมเด็จพระสังฆราชลงมา แต่เห็นว่ามีผู้ร่วมกระบวนการทำผิดมากเกินไป จึงขอให้จำเลยอโหสิกรรม

 

แต่วันนี้มีปัญหาใหญ่อันเกิดจากการบริหารการปกครองของมหาเถรสมาคมเกิดขึ้นอีกครั้งหนึ่งแล้ว นั่นคือมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 11/2554 วันที่ 20 เมษายน พุทธศักราช 2554 ที่เห็นชอบการแต่งตั้งให้พระโสภณปริยัติเวทีและพระศรีศาสนวงศ์ ขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะภาค 1 และรองเจ้าคณะภาคหนึ่งตามลำดับ โดยทั้งคู่ยังเป็นเพียงพระราชาคณะชั้นสามัญเท่านั้น

 

มติมหาเถรสมาคมดังกล่าวมานี้ ชี้ให้เห็นว่า มหาเถรสมาคมไม่ใช้หลักคุณธรรมนำหน้าในการพิจารณาตัวบุคคลที่จะเข้ามาบริหารกิจการคณะสงฆ์ แต่กลับนำเอา "ระบบโควต้า" มาใช้แทน แบบว่าถ้าใครเป็นเจ้าคณะใหญ่หนไหน ก็สามารถจะเอาใครก็ได้มาดำรงตำแหน่งในขอบเขตการบริหารของตนเอง โดยไม่คำนึงถึงว่าพระภิกษุรูปนั้นจะมีคุณสมบัติเหมาะสมกับตำแหน่งที่ดำรงอยู่หรือไม่

 

คำว่า "หลักคุณธรรม" นั้นก็คือ ความอาวุโสและความรู้ความสามารถในการบริหารการปกครองนั่นเอง คำว่าอาวุโสยังแบ่งออกเป็น 3 ประเภท คืออาวุโสด้านอายุพรรษาในสมณเพศ อาวุโสด้านสมณศักดิ์ และอาวุโสในการบริหารงาน หรือกล่าวให้กระชับก็คือว่า ประสบการณ์หรือฝีมือในการทำงาน

 

ตามประวัติของพระภิกษุทั้งสองรูปนั้นมีดังนี้

 

พระโสภณปริยัติเวที (สายชล ฐานวุฑฺโฒ ป.ธ.9)

อายุ 45 พรรษา 25 เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2550 เป็นรองเจ้าคณะภาค 1 เมื่อวันที่ 20 กันยายน พ.ศ.2553 และเป็นพระอุปัชฌาย์วิสามัญ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 ทั้งยังมีฐานะเป็นเพียงผู้ช่วยเจ้าอาวาสวัดชนะสงครามเท่านั้น

 

พระศรีศาสนวงศ์ (มีชัย วีรปญฺโญ ป.ธ.9)

อายุ 46 พรรษา 25  เป็นพระราชาคณะชั้นสามัญ เมื่อวันที่ 5 ธันวาคม พ.ศ.2540 เป็นเจ้าอาวาสวัดหงส์รัตนาราม เขตบางกอกใหญ่ กรุงเทพมหานคร เมื่อวันที่ 30 สิงหาคม พ.ศ.2553 และเป็นพระอุปัชฌาย์วิสามัญ เมื่อวันที่ 21 กุมภาพันธ์ พ.ศ.2554 พร้อมกับพระโสภณปริยัติเวที

 

ซึ่งเมื่อนำเอาคุณสมบัติทั้งปวงของพระทั้งสองรูปนี้มาพิจารณาเทียบกับคุณสมบัติของพระเถระผู้ควรแก่การขึ้นดำรงตำแหน่งเจ้าคณะและรองเจ้าคณะภาค 1 แล้ว ก็เห็นว่า "ไม่เหมาะสมโดยประการทั้งปวง" ไม่ว่าจะโดยอายุพรรษา โดยสมณศักดิ์ หรือโดยอาวุโสในการบริหารงานก็ตาม กล่าวได้แต่เพียงว่า "เป็นพระเด็กๆ" ขาดความชอบธรรมในการดำรงตำแหน่งในคณะภาคหนึ่งอันเอกอุดังกล่าว

 

จึงมีความสงสัยใน "วิจารณญาณ" ของคณะกรรมการมหาเถรสมาคมชุดปัจจุบัน อันมี สมเด็จพระพุฒาจารย์ (เกี่ยว อุปเสโณ ป.ธ.9) ในฐานะผู้ปฏิบัติหน้าที่สมเด็จพระสังฆราช ดำรงตำแหน่งประธานกรรมการมหาเถรสมาคม ว่ามหาเถรสมาคมได้ใช้วิจารณญาณพิจารณาให้เหมาะสมแก่เหตุผลหรือไม่เพียงใด ในการแต่งตั้งให้พระเด็กๆ ทั้งสองรูปขึ้นดำรงตำแหน่งสำคัญสูงสุดในคณะสงฆ์ไทยดังกล่าว

 

เมื่อมติมหาเถรสมาคมดังกล่าวแพร่ออกไปสู่สาธารณชน ก็เกิดเสียงวิจารณ์ถึงความไม่เหมาะสมไม่ชอบธรรมของมติดังกล่าว และเมื่อสาวลึกลงไปถึงคุณสมบัติของพระทั้งสองรูปที่ได้รับแต่งตั้งแล้ว ก็ยิ่งเห็นถึงความผิดพลาดบกพร่องด้านวิจารณญาณของกรรมการมหาเถรสมาคมอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้

 

ความไม่เหมาะสม และความไม่ชอบธรรม ดังกล่าวมานั้น ก่อให้เกิดกระแสไม่ยอมรับการแต่งตั้ง (รวมทั้งการบริหารการปกครอง) โดยพระภิกษุทั้งสองรูป เป็นครั้งแรกในประวัติศาสตร์การปกครองของคณะสงฆ์ไทย บางคนถึงกับประณามมติมหาเถรสมาคมครั้งนี้ว่าเป็น "มติอัปยศ" ด้วยซ้ำ

 

เรา-อะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ จึงรู้สึกเสียดายและเสียใจต่อเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น เนื่องเพราะในสภาวการณ์บ้านเมืองในปัจจุบัน พระพุทธศาสนาก็อยู่ในฐานะง่อนแง่นคลอนแคลนอยู่แล้ว ประชาชนคนไทยไม่น้อย ขาดความเชื่อมั่นและความเคารพนับถือในพระสงฆ์ภายใต้การบริหารการปกครองของมหาเถรสมาคม ถึงกับมีการตั้งลัทธิใหม่ขึ้นแข่งขัน เช่นสันติอโศก มีพรรคการเมืองและกลุ่มมวลชนหนุนหลังอย่างแน่นหนา สามารถดำเนินกิจกรรมทางด้านการศาสนาและการเมืองได้อย่างมีประสิทธิภาพ และมีการตั้งองค์กรด้านคุณธรรมขึ้นมาเพื่อแข่งขันกับมหาเถรสมาคม เช่นศูนย์คุณธรรมเป็นต้น

 

ปัญหาภายในมหาเถรสมาคมก็มีไม่น้อย ไม่ว่าจะเป็นวัดพระธรรมกาย ที่ทำงานดีล้นจนล้ำหน้ามหาเถรสมาคม กรณีพระป่านำโดยพระธรรมวิสุทธิมงคล หรือหลวงตามหาบัว ได้รวมตัวกันประกาศนิคหกรรมกรรมการมหาเถรสมาคม มีสมเด็จพระพุฒาจารย์เป็นประธาน ถึงกับประกาศปรับอาบัติปาราชิกต่อสาธารณชน แสดงว่าไม่ยอมรับการปกครองของมหาเถรสมาคม และล่าสุด พระคึกฤทธิ์ โสตถิผโล แห่งวัดนาป่าพง ปทุมธานี ก็ประกาศตัดพระปาติโมกข์เหลือเพียง 150 ข้อ และวัดหนองป่าพงซึ่งเป็นวัดแม่ ได้ประกาศตัดวัดนาป่าพงออกจากสาขา แต่ว่ามหาเถรสมาคมกลับไม่สามารถดำเนินการให้วัดนาป่าพงอยู่ในร่องในรอยดังเดิมได้

 

เหตุการณ์ซึ่งเกิดขึ้นระลอกแล้วระลอกเล่าเหล่านี้ ล้วนแต่มีผลกระทบถึงความมั่นคงของพระพุทธศาสนาอันมีมหาเถรสมาคมเป็นผู้บริหารสูงสุดในปัจจุบัน ซึ่งถือว่าหนักหนาสาหัสยิ่งแล้ว น่าที่กรรมการมหาเถรสมาคมทุกรูปจะได้สังวรระวังในการบริหารการปกครองให้ผิดพลาดบกพร่องน้อยที่สุดหรือไม่เสียเลยยิ่งดี ทั้งนี้เพื่อประคับประคองศรัทธาสาธุชนที่ยังเหลืออยู่ให้มั่นคงยืนยาวต่อไป และสร้างศรัทธาใหม่ให้เกิดขึ้นแก่ผู้ที่ยังไม่เลื่อมใส แต่ในวันนี้กลับปรากฏว่า กรรมการมหาเถรสมาคมเสียเองได้สร้างปัญหาซ้ำซ้อนให้เกิดขึ้นเพิ่มเติม โดยการเล่นเส้นเล่นสาย ละโมบโลภมากในยศถาบรรดาศักดิ์ แย่งชิงอำนาจกันเป็นการภายใน ไม่ใช้หลักคุณธรรมจริยธรรมพิจารณาความดีความชอบให้แก่พระภิกษุสงฆ์ ส่งผลให้เกิดความแตกแยกในสังฆมณฑลอย่างไม่เคยเป็นมาก่อน แบบนี้ก็น่าสังหรณ์ใจว่าความล่มสลายของพระพุทธศาสนาในประเทศไทยใกล้จะมาถึงแล้ว

 

จึงเป็นที่น่าเสียใจอย่างยิ่ง ที่องค์กรหลักในด้านคุณธรรมคือมหาเถรสมาคม ทำตัวเป็นองค์กรไร้คุณธรรมเสียเอง ดังปรากฏตามมติมหาเถรสมาคม ครั้งที่ 11/2544 ที่ผ่านมา แล้วจะมีน้ำยาอะไรไปสั่งสอนคนอื่น ในเมื่อพวกท่านก็ไม่มีคุณธรรมเพียงพอ

 

ถ้ามหาเถรสมาคมไม่ยอมทบทวนมติดังกล่าว ก็เท่ากับว่า "มหาเถรสมาคม" นั่นเองที่เป็นต้นเหตุแห่งความวิบัติฉิบหายของพระพุทธศาสนาในประเทศไทย อย่าโทษใครไหนเลย

 

 

 

ะลิตเติ้ลบุ๊ดด่ะ ดอทคอม
วัดไทยลาสเวกัส
22 เมษายน 2554

 

 

 

 

 

 

 

 

 

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264