ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

 

 

 

จับครูบา ฆ่าคู่แข่งหัวใจ !

อายุ 24 ริเป็นครูบา แต่ว่าบารมีไม่ถึง
นี่แหละหนา เขย่งขาเดิน ไม่นานก็พลิก

 

เดี๋ยวนี้เด็กวานซืน บวชได้ไม่ถึง 5 พรรษา ก็ยกขึ้นเป็นครูบากันเกร่อ แถวๆ เชียงใหม่-เชียงราย มีแทบทุกตำบล คนแถวนั้นเรียกว่า ครูบาอุ๊กแก๊ส แปลว่า ครูบาบ่มแก๊ส คณะสงฆ์ก็หลับหูหลับตา ปล่อยปละละเลย จนเสียหายดังที่เห็น เฮ้อ !

 

ครูบาน้อย อานาวิโล

 

ครูบาน้อย อานาวิโล หน้าซีดเผือด ตำรวจนำหมายจับคดีฆ่าคนตาย บุกรวบคาวัดพยากฯ  จ.เชียงใหม่ พร้อมพระลูกวัดคากุฏิ โวยโดนกลั่นแกล้ง แต่ท้ายสุดยอมสึก ขณะญาติผู้ตายฮือจะรุมประชาทัณฑ์ต้องรีบขึ้นรถหนี...

 

คดีมือปืนควบเก๋งหรู ยิงทิ้ง นายอมรพันธ์ ชำนิไกร อายุ 17 ปี เสียชีวิต ขณะกลับจากไปรับ น.ส.ดวงเดือน หรือกวาง นามเป็ง อายุ 19 ปี ทำงานอยู่ร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาตลาดสันติสุข ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เมื่อกลางดึกของคืนวันที่ 4 พ.ค.นี้ เหตุเกิดที่ริมถนนเชียงใหม่-เชียงราย กม.11 ปากทางเข้าวัดพยากดอนแก้วโพธิญาณ หมู่ 1 ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด ทางตำรวจมุ่งประเด็นชู้สาว โดยนำตัว น.ส.ดวงเดือน ที่มั่นใจว่าเป็นสาเหตุแห่งปมสังหารในครั้งนี้ มาสอบเครียดจนรับสารภาพว่า รู้จักกับครูบาน้อย อานาวิโล อายุ 24 ปี เจ้าอาวาสวัดพยากดอนแก้วโพธิญาณ ซึ่งเป็นพระหนุ่มชื่อดังที่มีลูกศิษย์จำนวนมากโดยรู้จักกันมานานกว่า 2 ปีแล้ว และเคยมีการขู่อาฆาตไว้ไม่ให้ไปยุ่งเกี่ยวกับใครทั้งสิ้น

ทางตำรวจสอบประวัติจากญาติของนายอมรพันธ์ ผู้ตายไม่เคยมีเรื่องกับใครมาก่อน เป็นเด็กเรียบร้อย แต่ก่อนหน้าจะพบจุดจบมีผู้ชายชื่อ อ้วน ที่อ้างตัวเป็นแฟนของ น.ส.ดวงเดือน โทรศัพท์มาขู่เอาชีวิต เพราะไปยุ่งเกี่ยวกับ น.ส.ดวงเดือน ทางตำรวจสอบพบว่า ชายชื่ออ้วนกับครูบาน้อย อานาวิโล เป็นคนคนเดียวกันจึงได้เข้าตรวจค้นกุฏิภายในวัดพบชุดฆราวาสถึง 7 ชุด จึงเชิญตัวครูบาน้อยมาสอบในฐานะที่ถูกพาดพิงไปถึง และได้ตรวจหาเขม่าปืนเพื่อหาหลักฐาน ซึ่งในเบื้องต้นทางครูบาน้อย ให้การปฏิเสธ แต่รู้จัก น.ส.ดวงเดือนในฐานะลูกศิษย์คนหนึ่งเท่านั้น ทางตำรวจจึงได้ปล่อยตัวไป ตามข่าวที่ได้เสนอไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ ทาง พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จ.เชียงใหม่ ได้ลงมาควบคุมคดี ร่วมกับ พ.ต.อ.กฤตธาพล ยี่สาคร ผกก.สภ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ โดยมีชุดสืบสวน ภ.จว.เชียงใหม่ และ สืบสวนภาค 5 ลงมาประสานงานร่วมในพื้นที่ โดยร่วมกันสืบสวนสอบสวนมาตลอดจนกระทั่งเมื่อเวลา 07.00 น. วันที่ 8 พ.ค.2553 ทางตำรวจได้พบกับพยานคนสำคัญ ชื่อ น.ส.อิ๋ว เจ้าของเก๋งที่ใช้เป็นพาหนะไปก่อเหตุยิง นายอมรพันธ์ ชำนิไกร

น.ส.อิ๋ว ได้มาปรากฏตัวต่อหน้าตำรวจ โดยบอกว่าไม่ได้เกี่ยวข้องในการร่วมยิงนายอมรพันธ์ แต่ยอมรับว่า ในคืนเกิดเหตุเป็นคนขับรถเก๋ง โตโยต้า วีออส สีบรอนซ์ทอง เลขทะเบียน กษ 8963 เชียงใหม่ โดยทาง ครูบาน้อย อานาวิโล หรือ พระอนุชา นาไล อายุ 24 ปี เจ้าอาวาสวัดพยากดอนแก้วโพธิญาณ หมู่ 1 ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด คนรู้จักกันได้ให้ไปรับภายในวัดและมีพระโต้ง หรือพระอำพล อ่วมกุล อายุ 22 ปี เป็นพระลูกวัดนั่งมาในรถด้วยโดยบอกว่าจะไปทำธุระบางอย่าง และจากนั้นได้บอกให้ไปรออยู่ที่หน้าร้านเซเว่นอีเลฟเว่น สาขาตลาดสันติสุข ต.ตลาดขวัญ และได้ให้ติดตามรถจักรยานยนต์คันหนึ่ง ซึ่งมีชายหญิงซ้อนท้ายกันออกมา จึงตามมาโดยมีครูบาน้อยนั่งข้างและพระโต้งนั่งหลัง โดยพระโต้งได้คว้าเสื้อแจ็ตเก็ตของ น.ส.อิ๋ว ไปใส่คลุมชุดผ้าเหลืองไว้

เมื่อรถขับแซงรถจักรยานยนต์ขึ้นไปประกบกัน พระโต้งได้ใช้อาวุธปืนยืนตัวออกมาจากรถจ่อยิงชายคนขับจนรถล้มลง พระครูบาน้อยสั่งให้ตนขับรถหลบหนีออกไปและย้อนกลับมาส่งที่วัด จนวันต่อมาพบว่าตำรวจรู้เบาะแสแล้ว น.ส.อิ๋ว จึงเกรงจะมีความผิดร่วมจึงชิงเข้าพบตำรวจดังกล่าว ซึ่ง พ.ต.อ.ภาณุเดช ได้สอบปากคำเบื้องต้น ก่อนให้ทาง พ.ต.ท.มานิตย์ บุญวิเศษ พนักงานสอบสวน สภ.ดอยสะเก็ด เจ้าของคดีทำการเสนอขอออกหมายจับกุมตัว ครูบาน้อย อานาวิโล หรือ พระอนุชา นาไล และพระอำพล อ่วมกุล ในข้อกล่าวหาร่วมกันฆ่าผู้อื่น ซึ่งทางศาลได้พิจารณาอนุมัติหมายจับเลขที่ 206/2553 จับกุมครูบาน้อย อานาวิโล และ หมายจับเลขที่ 206.1/2553 จับกุมพระอำพล อ่วมกุล เมื่อเวลา 09.00 น. ลงวันที่ 8 พ.ค.2553

ต่อมาเมื่อเวลา 09.20 น.วันเดียวกัน พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ พ.ต.อ.กฤตธาพล ยี่สาคร ผกก.สภ.ดอยสะเก็ด พร้อมชุดสืบสวน และ นปพ.ภ.จว.เชียงใหม่ นำกำลังพร้อมหมายจับเข้าไปยังวัดพยากดอนแก้วโพธิญาณ ได้พบกับครูบาน้อย อานาวิโล กำลังนั่งอยู่บนกุฏิ จึงได้แสดงหมายจับ ครูบาน้อย ถึงกับหน้าซีดเผือด ปากคอสั่นปฏิเสธลั่นและไม่ยอมให้จับกุม ส่วนกำลังอีกชุดหนึ่งเข้าจับกุมตัวพระอำพล อ่วมกุล พระลูกวัดไว้ได้เช่นกัน แต่พระอำพลรีบปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นคนยิง แต่พระอนุชา หรือ ครูบาน้อยเป็นคนยิง ทางตำรวจได้ตรวจค้นภายในกุฏิอย่างละเอียดไม่พบหลักฐานที่เกี่ยวข้องกับการยิง แต่พบเครื่องรางของขลังและขี้ผึ้งเสน่ห์ยาแฝดพร้อมกันนี้ภายในห้อง มีห้องลับขึ้นไปบนเพดานชั้น 2 ของกุฏิโดยเมื่อทางตำรวจขึ้นไปพบเป็นห้องพระที่ทำขึ้นพิเศษ

ครูบาน้อย กล่าวว่า ตนอยู่ที่วัดแห่งนี้ พอมีชื่อเสียงขึ้นมาก็ถูกกลั่นแกล้งสารพัดอย่าง ก่อนหน้านี้ถูกกล่าวหาถึง 3 เรื่อง ซึ่งก็พิสูจน์ความบริสุทธิ์มาแล้ว และครั้งนี้ เป็นครั้งที่ 4 แล้วแต่เชื่อว่าคงจะพิสูจน์ตัวเองได้อีกเช่นกัน

ทางด้านพระโต้ หรือ อำพล ได้ปฏิเสธว่า ตนไม่ได้เป็นคนลั่นไกยิง โดยครูบาน้อยสั่งให้ยิงแต่ตนไม่กล้า ครูบาน้อยจึงได้ข้ามจากนั่งข้างหน้าและมานั่งคู่กันและแย่งปืนไปยิงใส่นายอมรพันธ์เอง


อย่างไรก็ตาม ทางตำรวจได้นิมนต์พระครูสังฆรักษ์มนตรี เจ้าคณะตำบลตลาดขวัญ และ เจ้าอาวาสวัดป่าลาน อ.ดอยสะเก็ด มาร่วมรับฟังและนำคณะสงค์ผู้ใหญ่ของ ต.ตลาดขวัญ มาสึกครูบาน้อย กับ พระอำพล หรือ โต้ง ซึ่งทางครูบาน้อย ในตอนแรกไม่ยอมสึก ทางพระผู้ใหญ่ได้เทศน์ถึงบาปบุญคุณโทษ หากไม่ผิดก็สามารถกลับมาบวชได้ดังเดิม ทางครูบาน้อยจึงยอมสึกออกจากพระ พร้อมกับพระอำพล ทันทีที่เปลี่ยนชุดออกและตำรวจนำตัวจะไปสถานีตำรวจ ปรากฏว่าทางญาติผู้ตายนับร้อยที่ทราบเหตุได้พากันมาที่วัด ขณะที่ตำรวจนำอดีตครูบาน้อย ออกมาจากศาลา ญาติคนตายคนหนึ่งได้แค้นสุดขีดแหกตำรวจต่อยเปรี้ยงเข้าหน้านายอนุชา และชาวบ้านก็ฮือจะเข้าประชาทัณฑ์ทั้งสอง ตำรวจจึงต้องรีบกันตัวนำขึ้นรถและขับออกไปจากวัดทันที

พ.ต.อ.ภาณุเดช บุญเรือง รอง ผบก.ภ.จว.เชียงใหม่ เปิดเผยว่า ในขณะตามพยานระบุว่านายโต้งเป็นคนยิง แต่ปรากฏว่า นายโต้งให้การปฏิเสธ โดยบอกว่านายอนุชา หรือ อดีตครูบาน้อย เป็นคนลั่นไกยิง อย่างไรก็ตามได้สั่งให้ทางตำรวจแยกทั้งสองออกจากกันสอบ ซึ่งในการตรวจเขม่าปืนทางตำรวจได้ตรวจครูบาน้อยแล้วหลังเกิดเหตุไม่นาน แต่ผลยังไม่ออกมา ซึ่งในขณะนี้ต้องรอหลักฐานต่างๆ ที่รวบรวมมา แต่เป็นที่แน่ชัดว่านายโต้ง น่าจะเป็นคนลงมือยิงมากกว่า เพราะพยานอยู่ในรถระบุชัดเจน ซึ่งในขณะนี้ทั้งคู่ยังปฏิเสธอยู่

 

 

ข่าว : ไทยรัฐ
9 พฤษภาคม 2553

 

บทเรียนอันเจ็บปวด !

ครูบาละอ่อนฆ่าคู่แข่งแย่งคนรัก
ถามว่า เป็นปัญหาของใคร ?

ของครูบาเด็ก-พ่อแม่-ญาติโยม- หรือคณะสงฆ์

 

"หัวอกแม่"

ภาพสะเทือนวงการพระพุทธศาสนา

 

นายอำพล หรืออดีตพระอำพล วัดพยากดอนแก้ว อำเภอดอยสะเก็ด จังหวัดเชียงใหม่ กำลังก้มกราบมารดา หลังถูกนำมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ในคดีอุกฉกรรจ์ "ร่วมกับครูบาน้อยฆ่าคนตาย" ขณะที่บรรดาสามเณรภายในวัดต่างเข้ารุมล้อมแสดงความเสียใจ เพราะในอีกภาพหนึ่งนั้น ทั้งครูบาน้อยและพระอำพล ต่างเป็นคนมีเมตตาการุนแก่พระเณรภายในวัด เป็นภาพที่ทับซ้อนกันชัดเจนในบทบาทของคนๆ เดียวกัน และสำหรับมารดาของพระอำพลนั้น ลูกอย่างไรก็คงเป็นลูก ถึงลูกทำผิดมีโทษประหารชีวิต แต่ก็ยังคงเป็นลูกของแม่ เพราะความเป็นแม่-ลูกนั้น ไม่มีอะไรจะมาตัดขาดได้

อย่างไรก็ตาม คดีนี้เป็นที่สนใจของพุทธศาสนิกชนทั้งประเทศ จึงควรจะเป็นเหตุที่คณะสงฆ์จังหวัดเชียงใหม่ หรือใกล้เคียง จะได้ยกขึ้นมาพิจารณาหารือกันอย่างเป็นทางการ เพื่อจัดระเบียบครูบาให้อยู่ในร่องในรอย อย่างน้อยก็ไม่ให้ทำอะไรผิดพระธรรมวินัย และรวมทั้งควรจะมีการอบรมศรัทธาญาติโยมผู้นิยมในลัทธิครูบาว่า วัตรปฏิบัติของครูบานั้นแท้จริงแล้วเป็นอย่างไร ไม่ใช่แค่เอาผ้าแดงมาสวมใส่ก็เป็นครูบาอย่างง่ายๆ กันแล้ว

เพราะเราต้องยอมรับกันว่า ปัญหาที่เกิดขึ้นนั้น จะโทษตัวพระเด็กๆ เพียงรูปเดียวก็คงไม่ถูกต้องนัก แต่ต้องมองว่า ปัญหามาจากผู้บังคับบัญชาและศรัทธาญาติโยม ที่มุ่งหวังความเด่นดังของลูกศิษย์และพระสงฆ์ประจำวัดของตนเอง แล้วก็ส่งเสริมกันตะพึดตะพือ จนกลายเป็นค่านิยม และลามปามกลายเป็นปัญหาพระศาสนาในที่สุด ดังที่เห็น

นิมนต์เถิดครับ พระคุณท่าน จะทำอะไรก็รีบทำ

 

 

ซ้ายสุด อดีตครูบาอานาวิโล

 

 

ตำรวจนำตัวอดีตครูบาน้อย กับอดีตพระลูกวัด ไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพ ก่อเหตุดักยิงหนุ่มวัย 17 เสียชีวิต โดยอดีตพระโต้งยอมรับเป็นคนลั่นไก ซึ่งขณะทำแผนได้ก้มกราบเท้าขอโทษแม่ด้วย...

คดีสะเทือนขวัญ นายอมรพันธ์ ชำนิไกร อายุ 17 ปี ถูกคนร้ายควบเก๋งหรูประกบยิงทิ้งขณะไปรับ น.ส.ดวงเดือน นามเป็ง อายุ 19 ปี แฟนสาวที่คบกันได้ 2 อาทิตย์ กลับจากทำงานกลางดึก จนกระสุนถูกหน้าอกตกจากรถได้รับบาดเจ็บ และถึงแก่ความตาย ขณะนำส่งโรงพยาบาล เหตุเกิดที่ กม.11 ใกล้ปากทางเข้าวัดพยากดอนแก้วโพธิญาณ หมู่ 1 ต.ตลาดขวัญ อ.ดอยสะเก็ด จ.เชียงใหม่ เหตุเกิดเมื่อกลางดึก วันที่ 4 พ.ค. 2553 ทางตำรวจนำแฟนสาวสอบเครียดจนทราบว่า ทีมมือปืนที่ตามล่าสังหาร มีครูบาน้อย อานาวิโล หรือ พระอนุชา นาไล อายุ 24 ปี เจ้าอาวาสวัดพยากดอนแก้วโพธิญาณ และ พระอำพล อ่วมกุล พระคนสนิทครูบาน้อย จึงได้นำกำลังเข้าจับกุมตัวได้ที่วัด ทั้งคู่ให้การปฏิเสธเกี่ยงกันไม่ยอมรับเป็นมือปืนลั่นไก ทางตำรวจต้องนำตัวแยกกันสอบ

ความคืบหน้าในเรื่องนี้ เมื่อเวลา 11.00 น.วันที่ 9 พ.ค. 2553 ผู้สื่อข่าวรายงาน ว่า พ.ต.ท.ประวิตร ชูศรี รอง ผกก.สส.สภ.ดอยสะเก็ดเชียงใหม่ และ พนักงานสอบสวน ได้นำตัว นายอนุชา หรืออดีตพระครูบาน้อย อานาวิโล และนายอำพล อ่วมกุล หรืออดีตพระโต้ง ผู้ต้องร่วมกันฆ่าผู้อื่นมาสอบปากคำ ซึ่งทั้งคู่อยู่ในสภาพอิดโรยเนื่องจากทำใจไม่ได้ที่เมื่อวานนี้ยังเป็นพระอยู่แต่วันนี้ต้องมาอยู่ในที่คุมขังมีลูกกรงล้อมรอบ ทางตำรวจทำการแยกสอบทั้งสองห้อง โดยในเช้าวันนี้ จากการสอบสวนทางนายอำพล กลับใจยอมรับสารภาพแล้วว่าเป็นคนใช้อาวุธปืนยิงนายอมรพันธ์ เองโดยในคืนเกิดเหตุ นายอนุชา ได้มาชวนออกไปโดยอ้างว่าจะไปซื้อของที่เซเว่นอีเลฟเว่นที่ตลาดบ่อหิน โดยจะให้รถมารับ ซึ่งเมื่อขึ้นรถยนต์แล้ว นายอนุชาได้ยื่นปืนให้และบอกว่าจะให้ไปยิงคนที่แย่งคนรักไป ซึ่งในตอนแรกตนไม่ยินยอม เพราะไม่เคยโกรธกันมาก่อน แต่เห็นว่านายอนุชา มีบุญคุณและยังเป็นเจ้าอาวาส จึงได้ยอมทำตาม โดยในขณะที่จะลงมือยิงตนกลับไม่กล้า นายอนุชาจึงข้ามมานั่งเบาะหลังกำกับ ตนจึงได้ตัดสินใจยิงเข้าใส่นายอมรพันธ์ จนรถล้มลงและได้พากันขับรถกลับเข้ามาที่วัดและนำอาวุธปืนคืนให้กับนายอนุชา ซึ่งนายอนุชา ได้นำไปซ่อนไว้ที่ฐานพระพุทธรูปในกุฏิ และในตอนเช้านายอนุชา ได้เรียกตนให้นำปืนออกไปจากฐานพระ และให้นำไปซ่อนที่อื่น ตนจึงได้นำปืนไปโยนทิ้งบ่อน้ำในป่ากล้วยข้างวัด

สำหรับบรรยากาศภายในสถานีตำรวจภูธรอำเภอดอยสะเก็ด ได้มีกลุ่มคณะศรัทธาที่เป็นญาติและกลุ่มอดีตลูกศิษย์ ที่ยังนับถืออดีตพระครูบาน้อย เดินทางมาเยี่ยมและให้กำลังใจ ประมาณ 10 คน และ ยังมีหญิงสาว ซึ่งเป็นแฟนของนายอำพล ได้เดินทางมาเยี่ยมด้วย นอกจากนี้ ที่โรงพัก ยังได้มี น.ส.ดวงเดือน หรือน้องกวาง อดีตคนรักเก่าของ นายอนุชา หรืออดีตครูบาน้อย  ได้เดินทางมาที่โรงพักได้พยายามที่จะขอเข้าพูดคุยกับอดีตพระครูบาน้อย แต่ทางเจ้าหน้าที่ไม่ยินยอมให้เข้าเยี่ยม โดย น.ส.ดวงเดือนได้ตะโกนถามอดีตพระครูบาน้อยว่า ทำไมต้องก่อเหตุร้ายขึ้น แล้วได้อะไรขึ้นมา ทางอดีตครูบาน้อยได้ยินเสียง ได้หันมาและปิดหน้าร้องไห้สะอึกสะอื้น ไม่ยอมโผล่หน้าออกมา แต่ได้ตะโกนออกมาจากห้องขังว่า "ทำไปไม่ได้คิด อารมณ์ชั่ววูบ" จากนั้นก็ทรุดลงนั่งปล่อยโฮที่มุมห้องขัง

ผู้สื่อข่าวรายงานว่าต่อมาเมื่อเวลา 14.00 น. วันเดียวกัน พ.ต.อ.กฤตธาพล ยี่สาคร ผกก.สภ.ดอยสะเก็ด พร้อมทั้งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้นำตัวผู้ต้องหาทั้งสองคนไปทำแผนประกอบคำรับสารภาพอย่างเร่งด่วน เนื่องจาก ในช่วงเวลาดังกล่าว ทราบว่าทางญาติของนายอมรพันธ์ เหยื่อพระโหดได้เคลื่อนศพของผู้ตายไปฌาปนกิจศพที่สุสาน ในหมู่บ้านอยู่จึงเป็นช่วงที่เหมาะที่สุดเพื่อไม่ให้เกิดเหตุร้ายกับผู้ต้องหาทั้งสองได้ ดังนั้น จึงต้องเร่งทำแผนประกอบคำรับสารภาพ โดยทำถึง 5 จุด จุดแรก เป็นจุดรอเหยื่อ บริเวณถนนเชียงใหม่-เชียงราย ขาเข้าตัวเมืองเชียใหม่ หน้าหมู่บ้านฟอร์ล่าวิลล์ อ.ดอยสะเก็ด

จุดที่ 2 บริเวณหน้าร้านซักอบรีดใกล้ๆ กับร้านเซเว่นอีเลฟเว่นที่ น.ส.ดวงเดือน ทำงานอยู่ และเป็นจุดที่ผู้ต้องหารับสารภาพว่าเป็นจุดที่ใช้อาวุธปืนยิงโดยนายอำพล เป็นผู้ลั่นไกยิงเข้าใส่จนเสียชีวิต และ จุดที่ 3 เป็นเส้นทางการหลบหนีโดยผู้ต้องหารับสารภาพว่าได้หลบหนีเข้าไปในซอยที่สามารถทะลุไปถึงวัดได้ จุดที่ 4 เป็นจุดที่ น.ส.อิ๋ว เจ้าของรถเก๋งมาจอดส่งผู้ต้องหาทั้งสองที่วัดพร้อมแสดงแผนตอนมารับที่ข้างวัดพระยากดอนแก้วโพธิญาณด้วยพร้อมกัน จุดที่ 5 เป็นจุด ส่งผู้ต้องหาทั้งสองกลับวัดหลังก่อเหตุมาแล้ว หลังก่อเหตุอดีตพระโต้ง ได้ส่งมอบอาวุธปืนให้กับอดีตพระครูบาน้อย จากนั้นพระครูบาน้อยได้นำอาวุธปืนไปซ่อนใต้ฐานพระพุทธรูปในห้องลับของกุฏิชั้นที่ 3 ที่ต่อเติมขึ้นมาใหม่ ซึ่งจุดนี้เองหลังเกิดเหตุมีเจ้าหน้าที่ตำรวจได้เดินทางมาขอตรวจค้นที่วัดและได้ค้นที่กุฏิชั้นที่ 3 แต่ไม่พบอาวุธปืน หลังจากที่ตำรวจเดินทางกลับ อดีตครูบาน้อย จึงได้เรียกให้นายอำพลนำอาวุธปืนดังกล่าวไปทิ้งที่อื่น นายโต้ง จึงได้นำอาวุธปืนไปทิ้งที่บ่อน้ำบริเวณข้างวัด ดังกล่าว

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ขณะที่ตำรวจได้ควบคุมตัว นายอำพล ผู้ต้องหาที่ก่อเหตุยิงไปยังจุดที่นำอาวุธปืนไปทิ้ง ซึ่งเป็นบริเวณหลังวัดมีน้ำบ่อ ในช่วงนั้น เหล่าบรรดาสามเณรของวัดที่มาเฝ้าดูการทำแผนของนายอำพล และทางสามเณรได้พากันขออนุญาตตำรวจ เข้าไปพูดคุยกับนายโต้ง และสามเณรดังกล่าวพากันร่ำไห้กอดนายโต้ง เพราะในช่วงที่บวชอยู่ เป็นพระใจดีชอบช่วยเหลือเณรในวัด นอกจากนี้ ยังมีแม่ของนายอำพล ที่มาดูนายโต้ง ลูกชายทำแผนด้วยได้เข้าไปกอดลูกชายร่ำไห้ จนเป็นลม โดยอดีตพระโต้ง ได้รีบโผเข้ากอดแม่และกราบเท้าแม่ร่ำไห้ ขอโทษที่ได้ทำผิดพลาดไปในครั้งนี้ จากนั้นทางตำรวจจึงได้รีบนำตัวผู้ต้องหาเดินทางกลับโรงพักเป็นการด่วน เนื่องจากชาวบ้าน เริ่มรู้ว่ามีการนำตัวผู้ต้องหามาทำแผนและกำลังเดินทางมา เกรงจะไม่ปลอดภัยกับผู้ต้องหาทั้งสอง

พ.ต.ท.ประวิตร ชูศรี รอง ผกก.สภ. ดอยสะเก็ดเชียงใหม่ เปิดเผยว่า ผู้ต้องหาทั้งสองได้ให้การรับสารภาพแล้ว จึงได้นำตัวมาทำแผนประกอบคำรับสารภาพในวันนี้ โดยนายอำพล รับสารภาพว่าเป็นผู้ลงมือตามคำสั่งของ อดีตพระครูบาน้อย ที่ร่วมเดินทางมาด้วยโดยเป็นคนชี้เป้าบอกเป้าหมาย ส่วนอาวุธปืนนั้น เป็นของนายอำพล ซึ่งสารภาพว่าได้ซื้อมาจากเพื่อนสมัยเป็นทหารเกณฑ์ที่ ค่าย ป.พัน 7 อ.แม่ริม จ.เชียงใหม่ นานแล้ว ส่วนสาเหตุที่ทางตำรวจสามารถคลี่คลายคดีนี้ได้ เนื่องจากมีประจักษ์พยาน คือนางสาวอิ๋ว เจ้าของรถยนต์เก๋งเกิดสำนึกและตกใจกับเหตุการณ์ดังกล่าว เดินทางมาให้ปากคำกับเจ้าหน้าที่ตำรวจ จนตำรวจรู้และจับกุมตัวคนร้ายได้ในที่สุด

 

ข่าว : ไทยรัฐ
10 พฤษภาคม 2553

 

 

 

 

 

 

E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264