ข่าวสารจากทั่วโลก อะลิตเติ้ล บุ๊ดด่ะ ดอทคอม พร้อมนำเสนอแด่แฟนๆ ทุกท่าน ด้วยความยินดีที่ท่านให้เกียรติมาเยือน

 

 

    

พระปราโมชเริ่มออกหมัด
ซัดกลับขบวนการจองล้างจองผลาญ !

หลังโละกรรมการชุดเก่าทิ้งเมื่อวาน
งานนี้เห็นทีต้องตายกันไปข้าง

 

 

 

พระปราโมชแห่งสวนสันติธรรม
แต่วันนี้ไม่มีสันติแล้ว มีแต่สงคราม

"โยมตบมา อาตมาก็ตบไป"

บอกแล้วไงว่า มันเป็นขบวนการ

 

 

 

บ้านอารีย์ ต่อไปไม่มีอารีย์อีกแล้ว
สงครามใหญ่เลี่ยงไม่ได้
ในเมื่อ
"หลวงพ่อปราโมช" ไม่หยุด "แถ"
ทางบ้านอารีย์ก็คงจำต้อง
"แฉ"

เพราะจะให้มีน้ำหนักนั้นต้องเล่นกันด้วยหลักฐาน
คอยดูไปแล้วกัน บอกแล้วไงว่ามวยคู่นี้มีหลายยก

 

 

คำชี้แจงของสวนสันติธรรม ฉบับที่ 8

เรื่อง การสร้างข้อมูลเท็จเพื่อใส่ร้ายป้ายสี
หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช

 


          ตลอดเวลาประมาณ 2 ปีที่ผ่านมา ได้มีการสร้างข้อมูลเท็จนานาชนิดเพื่อสร้างความเสื่อมเสียให้กับ หลวงพ่อปราโมทย์ ปาโมชฺโช จนมีข่าวความเสื่อมเสียมากมายหลายเรื่องด้วยกัน ซึ่งค่อนข้างเหลือเชื่อว่าใครจะเลวร้ายได้สมบูรณ์แบบปานนั้น และช่างเป็นคนร้ายที่แสนโง่ ที่ปล่อยให้คนจับผิดได้เป็นรายวัน

          ข่าวความเสื่อมเสียทั้งหลายนั้น พอจะจำแนกได้หลายประเภทคือ

(1) ความเลวร้ายก่อนที่จะบรรพชาอุปสมบท เพื่อปูพื้นให้เห็นว่าหลวงพ่อปราโมทย์ชั่วร้ายโดยสันดาน เมื่อบวชแล้วก็คงจะชั่วร้ายต่อไป

(2) ความเลวร้ายในขณะครองเพศบรรพชิต เช่นการดูถูกเหยียดหยามครูบาอาจารย์ของตนเอง และครูบาอาจารย์สำนักอื่นๆ การมีปัญหาเรื่องผู้หญิง การมีปัญหาเรื่องฉ้อโกง ทั้งโกงเงินวัดและเงินของญาติโยม ด้วยวิธีการนานาชนิด และการสอนกรรมฐานด้วยวิธีที่ไม่เหมาะสม ฯลฯ ถ้าจะประมวลความชั่วร้ายทั้งหมด น่าจะต้องใช้เวลาพูดหลายชั่วโมงทีเดียว

          การสร้างข่าวความเลวร้ายเกือบทั้งหมดจะมีลักษณะสำคัญ 2 อย่างคือ (1) การบิดเบือนข้อมูลเก่า และ (2) การสร้างข้อมูลใหม่ กล่าวคือ

          1.
การบิดเบือนข้อมูลเก่า จะเป็นการนำข้อมูลที่มีอยู่เพียงเล็กน้อย หรือไม่ปะติดปะต่อ มาบอกเล่าผ่านการพูด การเขียนหนังสือ การส่งอีเมล์ การโพสต์ความเห็น ฯลฯ โดยแต่งเติมและบิดเบือนให้ทุกอย่างเลวร้ายไปหมด เช่นเมื่อหลวงพ่อปราโมทย์เล่าว่า เคยศึกษาธรรมะของท่านอาจารย์พุทธทาส แล้วเกิดมิจฉาทิฐิโดยสำคัญผิดว่าท่านสอนว่าตายแล้วสูญ ทั้งนี้เพราะศึกษาคำสอนของท่านอย่างไม่ถ่องแท้ ก็บิดเบือนเป็นว่า หลวงพ่อปราโมทย์ปรามาสว่าท่านพุทธทาสภิกขุเป็นมิจฉาทิฐิ หรือเมื่ออ่านข้อเขียนสมัยที่หลวงพ่อปราโมทย์ยังเป็นฆราวาส ก็โจมตีว่าเป็นการหลอกลวง ซึ่งการพูดอย่างสบายปากเช่นนั้น ไม่มีหลักฐานใดๆ มารองรับเลย

          2.
การสร้างข้อมูลใหม่ หลายกรณีโดยเฉพาะอย่างยิ่งกรณีที่เป็นความผิดร้ายแรงสำหรับพระ จะมีการสร้างเรื่องและเผยแพร่ออกไปทาง internet บ้าง การพูดคุยบ้าง เมื่อข่าวแพร่ไปกว้างขวางจนไม่ว่าจะไปที่ใดก็มีคนพูดถึงเรื่องนั้น ก็จะเกิดภาพลวงตาว่าน่าจะเป็นเรื่องจริง เพราะใครๆ ก็รู้เหมือนๆ กัน เช่นเรื่องที่ว่าหลวงพ่อปราโมทย์เขียนอีเมล์ไปเล่าเรื่องความลามกให้คุณดังตฤณฟัง ทั้งที่ผู้มีวิจารณญาณแม้เพียงเล็กน้อยก็น่าจะได้คิดว่า หากหลวงพ่อปราโมทย์จะทำชั่วเช่นนั้นจริง ที่ไหนจะโอ้อวดให้คนอื่นรู้

          บางกรณีก็ไม่ใช่เพียงการพูดหรือการเขียน แต่ถึงกับมีการลงทุนจัดฉากเพื่อบันทึกภาพและเสียง เช่นมีการปล่อยข่าวว่าหลวงพ่อปราโมทย์เรียกร้องเงินทองจากหญิงคนหนึ่งซึ่งป่วยหนัก เพื่อแลกกับการช่วยรักษาโรคให้ ซึ่งเมื่อแรกที่สงฆ์สวนสันติธรรมได้ยินเรื่องนี้ ก็คิดว่าเป็นข่าวลืออย่างเลื่อนลอยเช่นเดียวกับข่าวอื่นๆ ต่อเมื่อทบทวนซ้ำแล้วซ้ำอีก จึงนึกได้ว่ามีการจัดฉากในเรื่องนี้ขึ้นจริงๆ โดยในวันหนึ่งขณะที่หลวงพ่อปราโมทย์สอนญาติโยมและสนทนากับพระอาคันตุกะเสร็จแล้ว และสงฆ์พากันกราบพระประธานในศาลาใหญ่พร้อมกันแล้ว ได้มีพระกราบเรียนหลวงพ่อปราโมทย์ก่อนจะกลับเข้าห้องพักว่า ขอให้เมตตาช่วยรับปัจจัยทำบุญของหญิงผู้หนึ่งซึ่งป่วยหนักใกล้ตาย และญาติพาตัวมา เพื่อสงเคราะห์ให้เธอผู้นั้นได้ชื่นใจ (ปกติหลวงพ่อปราโมทย์ไม่รับการถวายสิ่งใดโดยตรงจากญาติโยมเพราะไม่ค่อยมีเวลา) เมื่อหลวงพ่อปราโมทย์ถามพระว่า เป็นใครหรือ? พระก็ตอบว่า ไม่เคยเห็นหน้า

          จากนั้นพระได้เรียกคณะของคนป่วย (มีประมาณ 4 คน) ให้มาถวายใบปวารณาที่ริมอาสนะสงฆ์ซึ่งมีคนเดินผ่านไปมาวุ่นวายอยู่ด้านข้าง โดยทั้งผู้ถวายและหลวงพ่อปราโมทย์ต่างก็ยืนอยู่ในที่เปิดเผยนั้นเอง จุดที่น่าประหลาดใจก็คือ มีหญิงคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ด้านขวามือของหลวงพ่อปราโมทย์ ได้ขออนุญาตถ่ายภาพและต่อด้วยการถ่ายวีดิโอด้วยกล้องถ่ายรูป แต่อีกคนหนึ่งซึ่งยืนอยู่ทางด้านซ้ายได้ยื่นโทรศัพท์มือถือเข้ามาใกล้หลวงพ่อปราโมทย์เพื่อบันทึกเสียง ซึ่งเป็นปรากฏการณ์ที่ไม่เคยเห็นใครทำกันอย่างนั้น เพราะราวกับจะรุมกันบันทึกข้อมูลอย่างเต็มที่

และเมื่อหญิงสูงอายุที่ว่าเป็นคนป่วย ยื่นพานถวายใบปวารณาและหลวงพ่อปราโมทย์รับแล้ว หญิงอีกคนหนึ่งที่ยืนประคองหญิงสูงอายุอยู่ทางด้านหลัง ได้ถามนำขึ้นในทำนองว่า ทำบุญแล้วจะหายป่วยไหมคะ ซึ่งคำถามเช่นนี้เป็นการบีบให้พระจำเป็นต้องพูดให้กำลังใจ เพราะคงไม่มีพระที่ไหนใจร้ายพอที่จะกล่าวว่า ตายแน่ หลวงพ่อปราโมทย์ก็ต้องตอบไปด้วยความเมตตาในทำนองที่ว่า ทำบุญแล้วก็หายป่วยได้ และหลวงพ่อปราโมทย์ได้อธิบายขยายความให้อีกหน่อยหนึ่งว่า แต่ขอให้คิดถึงบุญที่ทำแล้วบ่อยๆ จนจิตเกิดปีติ เมื่อจิตเกิดปีติแล้วโรคภัยบางอย่างก็พอจะหายได้ จากนั้นหลวงพ่อปราโมทย์ก็ส่งใบปวารณาให้พระซึ่งยืนอยู่ใกล้ๆ โดยไม่ได้สนใจด้วยซ้ำไปว่าใบปวารณานั้นลงชื่อใครและเขียนยอดเงินไว้เท่าใด เพราะหลวงพ่อปราโมทย์มีปกติขึ้นชื่อว่าไม่เน้นให้ลูกศิษย์ถวายเงินทอง แต่เน้นให้ปฏิบัติถวาย

         
 สวนสันติธรรมเข้าใจว่า จะเป็นเหตุการณ์รายนี้เอง ที่อาจมีการนำภาพและเสียงไปต่อเติมเสริมแต่งเรื่องราวและตัดต่อ ให้กลายเป็นว่าหลวงพ่อปราโมทย์หลอกลวงให้มาทำบุญ เพื่อแลกกับการรักษาโรค

          
สวนสันติธรรม ขอให้เพื่อนชาวพุทธทบทวนเรื่องราวเกี่ยวกับพระภิกษุผู้มีชื่อเสียง และถูกกล่าวโทษร้ายแรงในอดีตดูเถิดว่า แต่ละท่านถูกโจมตีด้วยข่าวร้ายแรงเพียงไม่กี่เรื่อง และกว่าจะหาข้อมูลมาเปิดโปงได้ก็ต้องใช้ความพยายามมากมาย แต่กรณีหลวงพ่อปราโมทย์กลับปรากฏข่าวความเสียหายผ่านทาง internet เป็นรายวันและต่อเนื่องเป็นปีๆ ซึ่งหากหลวงพ่อปราโมทย์ทำผิดจริง ก็ต้องนับว่าเป็นคนที่ทำความชั่วได้มากมายในทุกด้าน และเป็นการทำความผิดที่ไม่มีการปกปิดด้วย จึงมีผู้รู้เห็นนำมาเปิดโปงได้ง่ายๆ ตลอดเวลา สิ่งเหล่านี้สะท้อนให้เห็นถึงความจงใจที่จะสร้างข่าวความเสียหายขึ้นมา ซึ่งการใส่ร้ายป้ายสีด้วยวิธีการอันเป็นเท็จทั้งหลายนี้ เป็นศิลปะที่กลุ่มผู้มุ่งทำลายหลวงพ่อปราโมทย์บางคนมีความเชี่ยวชาญมากเป็นพิเศษ

          นอกเหนือจากการใส่ร้ายแล้ว กลุ่มผู้มุ่งทำลายหลวงพ่อปราโมทย์ ยังมีแผนการทำงานต่อเนื่องอย่างเป็นขั้นตอน เช่น

(1) การดึงตัวบุคคลบางคนไปเป็นพวก ด้วยการข่มขู่บ้าง หรือโดยอาศัยความน่าศรัทธาของครูบาอาจารย์รูปหนึ่ง ซึ่งมีคนส่งข้อมูล ความเลวร้าย ทุกชนิดของหลวงพ่อปราโมทย์ไปรวมไว้ที่ท่าน แล้วให้ท่านออกมาโจมตีหลวงพ่อปราโมทย์เพื่อทำลายศรัทธาบ้าง หรือเชิญผู้ที่เคารพหลวงพ่อปราโมทย์ไปสนทนากับท่านบ้าง เพื่อดึงบุคคลเหล่านั้นไปเป็นพวก แล้วนัดหมายให้กระทำการบางอย่างพร้อมๆ กัน เพื่อสร้างข่าวที่น่าตื่นเต้นให้เกิดขึ้น รวมทั้งให้บุคคลเหล่านั้นไปชักชวนผู้อื่นมาร่วมขบวนการด้วย

 

(2) การจัดฉากจะให้เกิดการจับกุมในที่สาธารณะ

(3) การเตรียมการแถลงข่าวภายหลังการจับกุม

(4) การติดต่อนักกฎหมายที่มีประสบการณ์ในการทำคดีพระดังในอดีต เพื่อเตรียมการฟ้องร้องกล่าวโทษ ฯลฯ

          สิ่งเหล่านี้น่าจะวิเคราะห์ได้ว่าเป็นการวางแผนการทำงานอย่างเป็นขั้นตอน ไม่ใช่เรื่องที่เกิดขึ้นโดยบังเอิญ สมควรที่สังคมจะช่วยกันจับตาดูว่า ใครคือผู้ที่อยู่เบื้องหลังความเคลื่อนไหวและวางแผนการอันซับซ้อนนี้ ซึ่งหากไม่ใช่ผู้ที่มีความอาฆาตแค้นหลวงพ่อปราโมทย์อย่างรุนแรง ก็ไม่น่าจะมีแรงจูงใจให้พยายามทำลายล้างหลวงพ่อปราโมทย์ได้รุนแรงและต่อเนื่องยาวนานถึงขนาดนี้

 

 

ข่าวเกี่ยวข้อง

 

ข่าว : สวนสันติธรรม
20 มกราคม 2553

 

 

 

 

 

E-Mail ถึง บก.
peesang2003@hotmail.com

www.alittlebuddha.com วัดไทย ลาสเวกัส 2920 McLeod Dr. Las Vegas Nevada 89121 USA (702) 384-2264